เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ผมได้รับเชิญจากสำนักงาน ก.ค.ศ.ให้เข้าร่วมประชุมในฐานะ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจเกี่ยวกับการพิจารณาร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ ความชำนาญการ หรือความเชี่ยวชาญในตำแหน่งและวิทยฐานะที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง (มาตรา 55)(ชื่อยาวจัง...)
เนื่องจากเรื่องนี้ยังเป็นความลับ ผมคงจะเล่าถึงมติของ อ.ก.ค.ศ.โดยตรงไม่ได้ แต่ก็จะเล่าให้เห็นถึงพื้นฐาน ความจำเป็น ความเป็นมา และทิศทางต่างๆที่จะเกิดขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีวิทยฐานะจะได้รู้ ได้ตระหนักและเตรียมความพร้อมกันไว้
กล่าวโดยย่อตาม พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 คือ หลังจากที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่านการประเมินให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะเป็น ชำนาญการ หรือชำนาญการพิเศษ หรือ เชี่ยวชาญ หรือ เชี่ยวชาญพิเศษ ตามมาตรา 54 แล้ว ทุก 3 ปี ผู้ที่มีวิทยฐานะทุกวิทยฐานะจะต้องได้รับการประเมินเพื่อ ดำรงวิทยฐานะ ตามมาตรา 55 และตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด กรณีที่ไม่ผ่านการประเมิน กฏหมายนี้กำหนดให้ดำเนินการตามความเหมาะสมดังต่อไปนี้
1. ให้มีการพัฒนาให้สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล เพื่อให้สามารถผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานได้
2. ให้มีการดำเนินการในมาตรการเกี่ยวกับการเลื่อนขั้นเงินเดือนตามมาตรา 73 หรืองดเงินวิทยฐานะแล้วแต่กรณี
3. ในกรณีที่ผู้ใดไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในระดับที่กำหนด ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการตามมาตรา 110(6)
เรื่องนี้เวลาสื่อสารกันเรามักจะพูดกันใน เชิงลบ ในเชิงลงโทษตาม 3 มาตรการข้างต้น ซึ่งเรื่องนี้ผมได้นำเสนอที่ประชุมทุกครั้งที่มีการประชุมตั้งแต่เริ่มต้นร่างหลักเกณฑ์วิธีการ จนที่ประชุมยอมรับในแนวคิดที่ผมเสนอว่าให้คิดและนำเสนอใน เชิงบวก ให้ระบุไว้ในบทนำ ไว้เลยทำนองว่า การประเมินครั้งนี้เป็นเหมือนตัวช่วย ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความตื่นตัวในการพัฒนาตนเอง พัฒนางานให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ และเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน (ทำงานเหมือนวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง) เป็นการเตรียมพร้อมที่จะได้ผลงานทางวิชาการเพื่อเสนอประเมินเลื่อนวิทยฐานะให้สูงขึ้นในรอบต่อไปได้ทันทีเมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วน นั่นคือทำให้เส้นทางวิชาชีพครูมั่นคง ชัดเจน และมีคุณภาพมากขึ้น
ดังนั้นวิธีการประเมินก็ไม่ควรประเมินซ้ำตามมาตรา 54 (ให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะ) ไม่ควรให้เขาสร้างเอกสารขึ้นมาใหม่ แต่ให้ดูจากหลักฐาน ร่องรอยต่างๆตามสภาพจริงในปัจจุบัน ว่ามีการ พัฒนาตนเองด้วยวิธีการต่างๆ มีการพัฒนางานให้ก้าวหน้าอยู่เสมอหรือไม่ เช่น ถ้าเป็นครูก็ต้องมีแผนการจัดการเรียนรู้ และสื่อ/นวัตกรรม หรือ ผลงานอื่นๆที่เป็นงานวิชาการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน ที่เป็นปัจจุบัน แม้อาจจะไม่เป็นระบบครบวงจรทั้งหมด(เช่น วิจัยครบ 5 บท) แต่ก็เห็นรูปแบบร่องรอยการดำเนินการที่ก้าวหน้า เป็นต้น
แต่ถึงอย่างไรการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตามมาตรา 55 นี้ ก็ต้องระบุให้ครบถ้วนตามที่กฏหมายกำหนด เพียงแต่วิธีการประเมินเพื่อให้ได้เป้าหมายที่ต้องการนั่นคือ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีการตื่นตัวพัฒนาตนเอง พัฒนางานให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ เราก็ไม่ควรจะทำอะไรที่ยุ่งยาก ซ้ำซ้อนเกิดขึ้นอีก วิธีการประเมินก็ดูจากสภาพจริง เป็นชีวิตจริง นอกจากนั้นอาจถามข้อมูลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือลูกค้า เช่น ถ้าเป็นครูก็ถามจากนักเรียน ถามผู้ปกครอง เพื่อนครู เป็นต้น
ผมจึงคิดว่าอย่างไรเสียหลักเกณฑ์วิธีการนี้ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะมีคนมาช่วยกระตุ้นเราให้ก้าวหน้า และที่สำคัญคือทำให้วิชาชีพครูเราได้รับการยอมรับมากขึ้นด้วย เหมือนกับข่าวดีที่ในปีนี้มีนักเรียนมาสมัครเข้าสอบคณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมากเป็นอันดับ 1 เหนือคณะอื่นๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสังคมเริ่มยอมรับในวิชาชีพครูทั้งโอกาส ความก้าวหน้า เกียรติ ศักดิ์ศรีมากขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องช่วยกันธำรงรักษาวิชาชีพนี้ให้ยั่งยืนมั่นคงสืบไป
แต่ถึงอย่างไรผมก็ยังเป็นห่วงในวัฒนธรรมการประเมินและการสื่อสารในเรื่องนี้ของคนในบ้านเราจัง ว่าผู้ประเมินและผู้ถูกประเมินจะเข้าใจและตระหนักในเป้าหมายการประเมินเพียงใด เราไม่อยากเห็นมหกรรมการประเมินที่มีการจัดนิทรรศการ หรือทำเอกสารกองโตเกิดขึ้นเหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมาอีก ...แล้วเราจะช่วยสื่อสารกันอย่างไรดีล่ะ...
ประชุม อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเฉพาะกิจเกี่ยวกับการพิจารณาร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินเพื่อดำรงวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา 55
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ชายชาญ วงศ์ชิดวรรณ · 24 มิ.ย. 2553
ทวีศักดิ์ · 24 มิ.ย. 2553
ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร · 24 มิ.ย. 2553
ลุงเข้ · 24 มิ.ย. 2553
นายสามารถ เศรษฐวิทยา · 24 มิ.ย. 2553
krukanid_kidna · 24 มิ.ย. 2553