จากการที่ดิฉันได้อ่านหนังสือของท่าน ว.วชิรเมธี หลายเล่ม จึงนำข้อคิดดีๆมาฝากกันค่ะ วันนี้มีโอกาสได้ ทำบล็อกเพื่อแบ่งปันความรู้กัน เลยถือโอกาสนี้แลกเปลี่ยนความรู้กันค่ะ
ดิฉันเป็นคนชอบอ่านงานเขียนของท่าน ว.วชิรเมธี มากค่ะ ชอบตรงที่ธรรมะของท่านให้แง่คิดดีๆที่เข้ากับโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ธรรมะของท่านจะสอดแทรกข้อคิดดีๆ บวกกับการใช้คำพูดที่ทำให้อ่านแล้วอดยิ้มไม่ได้เลยล่ะค่ะ ช่วงนี้กำลังก็อ่านอยู่เล่มหนึ่งชื่อว่า Love Anlysis มหัศจรรย์แห่งรัก อ่านแล้วชอบประโยคนี้ค่ะ
ถ้าเรามีโลกทัศน์ว่า สรรพสิ่งล้วนเป็นของใช้ไม่ใช่ของฉัน เราจะเป็นเพียงผู้ใช้ ไม่ใช่ผู้ครอบครอง ดังนั้นวันหนึ่ง ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราครอบครองนั้น มีอันต้องพลัดพรากจากเราไป สิ่งเหล่านั้นก็จะไม่ทำให้เราทุกข์ เพราะเราเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า ทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่อถึงกาลเวลาเท่านั้นเอง และนั่นเป็นสาเหตุให้เรามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อย่างมีความสุข อย่างผู้ที่เหยียบโลกเล่นหาใช่เป็นผู้ที่แบกโลกไม่
"จากใจครูโบ"
คุณรู้ไหมค่ะว่ามนุษย์เรามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ เฉลี่ย 76 ปี(อายุเฉลี่ยนี้จะต้องเป็นคนที่ดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ) เปรียบเทียบเป็นอาทิตย์ คือประมาณ 3,952 เท่านั้นเอง และดิฉันอยากจะแนะนำให้ทุกคนที่สนใจลองหันมาอ่านหนังสือธรรมะกันนะค่ะเมือ่ดิฉันอ่านแล้วทำให้เกิดมุมมองความคิดดีๆ เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หรือเปรียบได้กับถนนเส้นหนึ่ง ถนนที่เดินแล้วสบายกาย สบาย ใจค่ะ ซึ่งดิฉันเรียกถนนเส้นนี้ว่า
“ถนนสีขาว” เป็นเส้นทางที่ทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลยล่ะค่ะ
เป็นข้อความที่ดีนะค่ะเพราะเราสามารถนำมาเป็นข้อคิดในชีวิตของเราได้
เป็นเรื่องราวดีๆที่ควรแบ่งปัน ให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตโดยไม่ประมาท
เป็นบันทึกที่ให้สติในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ขอบคุณมากคะ
เป็นเรื่องที่สนใจมากรับ เส้นทางสายกลางจะทำให้เรามีจิตใจที่สงบ ผมคนหนึงที่ชอบเรื่องนี้ ของท่าน ว.วชิรเมธี อีกท่านที่ผมสนใจก็อย่างหลวงพ่อจรัญท่านมีประวัติอะๆที่นำมาปฏิบัติได้ดี
เป็นเรื่องควรค่าแก่การแบ่งบัน