ปฏิรูปประเทศไทยโดยใช้สังคมนำ การเมืองตาม
การบรรยายพิเศษ เรื่อง “การปฏิรูปประเทศไทย”
โดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส
เนื่องในงานประชุมปฏิรูปประเทศ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2553 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมแซฟฟร์ 4-5 อิมแพ็คเมื่องทองธานี
สังคมนำ – การเมืองตาม
นมัสการพระคุณเจ้า เพื่อนคนไทยที่รักทุกท่าน บ้านเมืองวิกฤติสุดๆ ก็เป็นโอกาสสุดๆ ที่จะพัฒนาให้ประเทศก้าวไกลไปข้างหน้า เมื่อครั้งที่ญี่ปุ่นถูกโจมตีด้วยอะตอมมิคบอมบ์ คนญี่ปุ่นท้อแท้ ญี่ปุ่นสูญเสียมากมาย แต่ที่มียังอยู่ก็คือ คนญี่ปุ่น ญี่ปุ่นแพ้สงคราม แต่หลังการแพ้ ก็เจริญอย่างรวดเร็วเกินกว่าพวกที่ชนะสงคราม สหรัฐอเมริกาเคยผ่านสงครามกลางเมือง คนตายไปจำนวนมาก
คนไทยไม่สูญเสียมากเหมือนที่เขาสูญเสีย เพราะคนไทยมีจิตใจที่ดี เจตนารมณ์สังคมจะช่วยควบคุมความรุนแรง แนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ถ้าเราดูปัญหาของรา เป็นเวลากว่า 10 ปี ถึงวิกฤตลูกที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นวิกฤตที่แก้ยากที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าใครเป็นศัตรู แก้ไขได้ยากมาก ไม่มีรัฐบาลใดๆ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตจะแก้ไขได้ เพราะขาดความคิดเชิงโครงสร้าง มีอะไรก็โทษเป็นความผิดส่วนบุคคล ด่าทอกันไป
ความซับซ้อนเชิงโครงสร้าง ทำให้การใช้อำนาจได้ผลน้อยลง สมัยที่คุณทักษิณเป็นนายกฯ ก็เคยพูดคุยกับผมเป็นการส่วนตัว สิ่งที่ผมแนะคุณทักษิณไป คือต้องเปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญหาอย่างกว้างขวาง
คราวนี้เป็นโอกาสที่จะใช้วิธีการแก้ไขปัญหาแบบนี้ ไม่เช่นนั้นก็จะกลับไปใช้แบบเดิม ในเรื่องยากๆ ต้องให้สังคมนำ การเมืองตาม ถ้าการเมืองนำ ฝ่ายเสียประโยชน์ก็จะคัดค้าน ก็ไม่มีแรงที่จะพาไป
ถ้าเราดูเรื่องการเคลื่อนของอำนาจ (Power shift) จะมีปัจจัย 3 ประการคือ อำนาจรัฐ อำนาจเงิน อำนาจสังคม ซึ่งต่อไปจากอำนาจที่จะมีบทบาทคืออำนาจสังคม อำนาจซึ่งมีอยู่ 3 วงคือ รัฎฐานุภาพ ธนานุภาพ และ สังคมานุภาพ เมื่อเชื่อมโยงกันลงตัว ก็จะเป็นสังคมสมานุภาพ จุดใหญ่เราต้องเข้าใจว่า สังคมนำ การเมืองตาม
สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา คือ พลังทางสังคม พลังทางปัญญา และพลังอำนาจรัฐ
ในการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ทำยากมาก รัฐธรรมนูญในต่างประเทศ จะเกิดใหม่ได้ ก็คือ แพ้สงคราม หรือมีสงครามการเมือง แต่เราทำได้ในปี 40 ในฟิลิปปินส์ ก็แก้ไม่ได้ สมัยโคราซอน อาควิโน ผู้มีอำนาจรัฐเป็นคนดีด้วย สังคมสนับสนุน ก็ยังไม่สำเร็จ เราอย่าประมาทว่าเรียกร้องแล้วจะสำเร็จ ที่อเมริกา บิล คลินตันสัญญาว่า จะปฏิรูปการบริการสุขภาพ ตั้งฮิลลารี คลินตัน เป็นประธานปฏิรูป ทำอยู่ 6 เดือน ก็ไม่สำเร็จ
ถ้าเอาเพียงมุมใดมุมหนึ่งมาทำ หรือสองมุมก็ยังไม่สำเร็จ คุณทักษิณ เป็นนายกที่มีอำนาจมากที่สุดแล้วก็ไม่สำเร็จ นักวิชาการ ซึ่งเป็นพลังทางปัญญา หรือองค์กรพัฒนาเอกชนทำก็ยังไม่สำเร็จ อาควิโน ขาดพลังปัญญา คลินตัน ขาดพลังทางสังคม ในตอนหลังมานี้ องค์การอนามัยโลกก็มาเรียนรู้เรื่องสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา เราต้องดูตรงนี้
พลังทางสังคม วิกฤตคราวนี้คนตื่นตัวกันเยอะ มีคน มีกลุ่มออกมารวมกลุ่มพูดคุยมีความเคลื่อนไหวเยอะ มีกระแสตรงนี้ ให้มีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ ในทุกพื้นที่ ทุกองค์กร ในทุกเรื่อง สังคมจะเปลี่ยนจากโครงสร้างทางดิ่งเป็นโครงสร้างทางราบ เป็นประชาสังคม ความเคลื่อนไหวทางสังคมต้องหนุนให้เกิดอย่างหลากหลาย อิสระ ไม่มีใครขึ้นต่อใคร อำนาจรัฐอย่าขัด ให้หนุน ไม่ต้องใช้กลไกเดียว ให้มีหลากหลาย ใครอยากเสนอรัฐก็ไม่ต้องผ่านกลไกเดียว แต่ต้องมีการรับรู้ ว่าใครทำอะไร กลุ่มไหนคิดอะไร แล้วมาสังเคราะห์ว่าสิ่งที่ประชาชนเสนอ มีอะไร อาจใช้คำพูดต่างกัน แต่เรื่องเดียวกัน ให้สังเคราะห์แล้วเอากลับไปให้ประชาชนดูอีก กลับไปกลับมา จนเกิดเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม เกิดเป็นแสงเลเซอร์ทางสังคม ว่าหากอยากแก้ไขความเหลื่อมล้ำมีอะไรบ้าง ปฏิรูปทำอย่างไร เป็นเจตนารมณ์ของสังคมทั้งหมด สังคมก็จะมาขับเคลื่อนและติดตาม เป็นประชาธิปไตยอย่างมีคุณภาพ เพราะมีการเชื่อมพลังทางปัญญา เพราะมีการสังเคราะห์ประเด็นทางนโยบาย เรามีกลไกมาก แต่ขาดตรงนี้ เรามีสภาที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาการเมือง มีองค์กรชุมชน แต่ไม่มีพลัง เพราะขาดการสังเคราะห์ประเด็นที่ชัดเจน สภาที่ปรึกษาฯ ของคุณอนันต์ ปันยารชุน ก็ยังไม่สำเร็จ ถ้าเราปล่อยให้อยู่กับคนมีความรู้น้อย สุจริตน้อย
ต้องโทษมหาวิทยาลัยด้วยที่ไม่สังเคราะห์นโยบายสาธารณะเลย เพราะสอนแต่จิกซอว์ เป็นวิชาเป็นส่วนๆ ก็ไม่เห็นภาพรวม มหาวิทยาลัยมี 100 กว่าแห่ง อยู่ในแต่ละจังหวัด ต้องช่วยแต่ละสังคม ต้องปฏิรูปมหาวิทยาลัย เพราะมหาวิทยาลัยอยู่นอกสังคม ไม่รู้ร้อน รู้หนาว ต้องให้มารู้เรื่องสังคม พระมหาสมณเจ้า กรมวิชรญาณวโรรส ได้เตือนว่า การศึกษาแบบนี้ จะทำให้ คนไทยขาดรากเหง้าของประเทศ การพัฒนาแบบตัดรากทางวัฒนธรรม ก็เหมือนกับตัดรากต้นไม้ ต้นไม้ล้ม เพราะขาดรากฐาน ฐานพระเจดีย์ของสังคมคือชุมชน
เรามาประชุมกันวันนี้ ออกความคิดความเห็นแล้ว ต้องออกแบบกลไกที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปที่จะใช้ส่งเสริมสังคม ส่งเสริมความริเริ่มของสังคม นักวิชาการต้องช่วยสังเคราะห์ประเด็นนโยบาย สะท้อนกลับไปสังคมให้สังคมมีความเข้มแข้ง ไม่เขวไปทางการเมืองข้างถนน นี่เป็นประชาธิปไตยทางตรง เรามีประชาธิปไตยทางอ้อม ที่เลือกคนมาเป็นสภาโน่นนี่ และเราไม่ชอบที่ต้องเลือกตั้งตัวแทน ระบบตัวแทนนี่เก่ามากหลายร้อยปี ซึ่งเกิดเพราะการคมนาคมการสื่อสารไม่สะดวก ในปัจจุบันประชาชาอยากมี ประชาธิปไตยโดยตรง (Direct democracy)
การออกแบบกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูป
กลไกขับเคลื่อนการปฏิรูปประกอบด้วย สังคม ปัญหา สำนักงานฯ และ รัฐ นักวิชาการและเอ็นจีโอมักพูดว่า รอให้นักการเมืองบริสุทธิ์ เสียก่อน แต่ผมว่าไม่จริง นักการเมืองไม่มีบริสุทธิ์ แม้แต่อะควิโน ที่ว่าบริสุทธิ์ ก็ทำไม่สำเร็จ เพราะเค้ามีธรรมชาติของเค้าอยู่ ดังนั้น สังคม และปัญญา ต้องมาเชื่อมมาเสริมกัน โดยที่อำนาจรัฐสนับสนุนสังคม อำนาจรัฐทิ้งไม่ได้ เพราะมีต้องจัดการทรัพยากรและกฎหมาย แต่สังคม และปัญญา ต้องอิสระ และเป็นปัญญาที่เข้มแข็ง
คนไทยคุ้นเคยกับการมองทางลบ ใช้สมองส่วนหลังมาก ซึ่งเป็นสมองที่ใช้ในการต่อสู้ เอาชนะลูกเดียว แต่สมองส่วนหนึ่งเป็นสมองเกี่ยวกับสติปัญญา ความมีน้ำใจ เราต้องย้ายจากการใช้สมองส่วนหลัง มาสมองส่วนหน้า ผมไม่อยากให้เห็นคนไทยมองทางลบ ว่าโน่นก็แก้ไม่ได้นี่ก็แก้ไม่ได้