เช้านี้มีนัดว่าต้องไปรับวิทยากรที่สนามบิน แลผู้อำนวยการจะร่วมเดินทางไปด้วย ใจหนูวนระลึกอยูเรื่อย ๆ ว่าไม่ควรสาย เวลาตื่นหนูก็ประมาณเดิม ๆ คือตีสี่ แต่กิจกรรมต่าง ๆ ก็ดำเนินไป ด้วยใจระลึกถึงผู้ที่จะร่วมทางว่า

“ไม่ควรให้ท่านรอ”

ประมาณหกโมงสิบห้าพี่โทรมาถามว่า “ตื่นรึยัง” สะท้อนชัดว่า

“ธรรมชาติของหนูมักจะสาย”

จึงทำให้เพื่อนร่วมงานปรับตัว แต่เช้านี้หนูเตรียมพร้อมแล้ว หกโมงครึ่งเจอกันที่รถ แต่ผู้อำนวยการไม่ได้มาด้วย ดังนั้นจึงมี พี่แวว คนขับรถและหนู ระหว่างอยู่ในรถ หนูทบทวนกับตนเอง

“อะไร ทำให้วันนี้ไม่สาย”

เวลาตื่นก็เท่า ๆเดิม เหมือนทุกครั้ง ได้คำตอบให้ตนเองคือ คนที่จะไปด้วยคือ  “ผอ.”

ท่านตรงต่อเวลา สายไม่ได้

“ทำไมถึงมีความคิดแบบนี้เกิดขึ้น”

  1. เพราะรู้สึกว่า “ท่านคือ คนสำคัญ ปล่อยให้รอไม่ได้”

  2. ไม่อยากถูกมองว่า “ไม่ตรงต่อเวลา”

 

สองคำตอบที่ได้จากใจ เป็นสองขั้วคือ ข้อ 1 คือ ความเอาใจใส่ แสดงถึงความอ่อนโยนในใจ

ส่วนข้อที่ 2 คือ ตัวกู ที่ไม่อยากถูกมองในด้านลบ ความรักในตนเอง ยืดมั่นถือมั่นในตนเอง

ในการกระทำหนึ่ง ๆ เหตุผลในใจมากมายพอเอามาแตกสมการ

 

จุดเริ่มคือ ผอ.จะร่วมเดินทางด้วย--> เกิดความรู้สึกพอใจ และกังวล--> จำได้ว่าท่านตรงต่อเวลา --> เกิดความคิดไม่อยากให้รอ --> ปรับเปลี่ยนตนเอง --> เตรียมการ (เสื้อผ้า สิ่งของ) --> ทันเวลา--> ผ่อนคลาย ไม่กังวล

 

มาทราบตอนเช้าว่า ผอ.ไม่มาด้วย  อึ้งกับตนเอง เอ...........ทำไมคนอื่น ๆ เราก็ตื่นเท่าเดิม แต่ปล่อยให้เขารอ

มาพบคำตอบว่า “เพราะคิดว่า คือคนสำคัญ”

แสดงว่า ที่ผ่านมาหนูแค่คิดเองว่า

“คนที่ตนไปปฏิสัมพันธ์คือคนสำคัญ แต่หนูยังทำไม่ได้ เพราะยังปล่อยให้เขารอ แสดงถึง ขาดความใส่ใจ

แต่พอใครที่ใจระลึกว่า “คือคนสำคัญ” การปฏิบัติต่อบุคคลนั้นถูกเพิ่มความตั้งใจมากขึ้น และจะไม่ปล่อยให้เขารอ

 

แต่มีข้อควรระวัง แค่ตั้งใจนะ แต่อย่ากังวล

โห การกระทำเพียงอย่างเดียว แต่พอมานั่งทบทวนถอดรหัสการกระทำแล้ว มันซับซ้อนจริง ๆ