กิริยามารยาทนั้นสำคัญมาก
และต้องในชีวิตประจำวันเป็นประจำเปรียบเหมือนทักษะการเล่นกีฬาที่ต้องให้มีติดตัว
พอเราปรับสภาพความฟิตทั้งร่างกายและจิตใจกับสมาชิกที่เคยใช้ยาเสพติดที่มาอยู่แคมป์ฟื้นฟูได้พอสมควรแล้วก็ต้องมาเสริมทักษะกันละทีนี้ จริงๆ แล้วทุกคนก็มีกันอยู่เพียงแต่ว่า ทำไม่ถูก ไม่รู้จะทำเวลาไหนทักษะที่ว่านี้ คือ กิริยามารยาทและกาละเทศะต่างๆที่ควรปฏิบัติในชีวิตประจำวัน จะให้มันทำถูกได้ไงหว๋าอยู่บ้านมันก็ใส่ขาเดปขับมอเตอไซค์ไปมาโดยมากจะไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ หากอยู่ก็ไม่มีเวลาให้ลูกเพียงพอหรือสอนลูกผิดวิธี เริ่มแรก กราบ อยู่ด้วยกัน 60 วันกราบแต่วันแรกแต่ช่วงนี้เริ่มเข้มข้น เคยมีสมาชิกบอกว่าอยู่ที่นี้ไม่ลำบากปวดหลังหน่อยกราบจากเช้าจนนอนประมาณวันละ 10 กว่าครั้ง เดียวก็กราบแล้วก็กราบ เลยบอกว่า "จะกราบไม่กราบ...อยากกราบที่ไหนเดี๋ยวเฮียจัดให้" สองยกมือไหว้ผู้ใหญ่ให้ของ ส่งของผู้ใหญ่ต้องยกมือไหว้ การไหว้ใครควรยกมือระดับไหน เดินต้องรู้จักโค้งตัว และอีกมากมาย ส่วนกาลเทศะเวลาอยู่ที่ประชุมไม่ว่าที่ไหน ห้ามส่งเสียงคุยกันอย่างไม่เป็นเวลาถึงเวลาพูดค่อยพูด ไปมาให้ตรงเวลา และอีกเยอะ เยอะจริงๆ นะ จริงๆ เขารู้กันนะแต่ขาดการกระทำอย่างต่อเนื่องเมื่อเราให้ทำตลอด 60 วันมันก็เกิดความเคยชินจะเล่าให้ฟังกรณีตัวอย่างวันกลับพาไปรายงานตัวเสร็จแล้วพาไปส่งบ้านลงรถเจอหน้าแม่ ก้มลงกราบแทบเท้าแม่ แม่นี้น้ำตาร่วง
เป็นภาพที่ดีมาก ทุกวันนี้สมาชิกคนนั้นกลับไปเรียนหนังสือจนจบ และเรียนต่ออีกนี่แหละหากช่วยกัน ทุกอย่างมันจะดีขึ้น เราเองก็คิดว่าทำได้แค่ไหนก็แค่นั้นอาจไม่ได้ทุกคนทุกอย่างแต่อย่างน้อยเราก็ไม่ได้งอมืองอเท้ากับคนที่อยู่อย่างด้อยกว่าแล้วไปแบมือขอแต่เศษตังค์คนที่รวยกว่า
แมวซ่าส์
ภาพแมว...searchได้จาก google แต่จำชื่อ web ไม่ได้

นี่แมวเด็ก ไม่ใช่แมวผู้ใหญ่ใช่มั้ย? เจ้าคะ
หัวโตเชียว...ท่าทางว่านอนสอนง่ายไม่หยอก
เอมองอีกที...หรือว่าเป็นแมวตุ๊กตา?
(^__^)
ขอบคุณที่มาอุดหนุนเมนู
แมวซ่าส์
ทำให้นึกย้อนถึงครั้งแรกที่ก้มลงกราบเท้าแม่เลยค่ะ
เพราะตั้งแต่เรียนจบมา จนทำงาน ก็ไม่ค่อยได้กราบแทบเท้าท่านสักที
ตอนแรกก็รู้สึกอาย แต่พอได้รับคำแนะนำจากครู
ก็เลยมั่นใจขึ้น พอก้มลงกราบตอนนั้นน้ำตาร่วงเลยค่ะ และก็รู้สึกได้ว่าแม่ดีใจจนน้ำตาซึม
ซาบซึ้งค่ะ