มีตัวอย่างการจัดกิจกรรมจิตสาธารณะมาฝากอีกค่ะเอาไปประยุกต์ใช้ในสาระอื่นๆ ได้ค่ะ

กิจกรรมแนะแนวเพื่อสร้างและพัฒนาจิตสาธารณะนักเรียน 

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 

เรื่อง ความเสียสละความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่                                                   เวลา 1  ชั่วโมง

 

สาระสำคัญ

คุณสมบัติที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนที่มีจิตสาธารณะคือมีความเสียสละมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  ความเสียสละมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ หมายถึง  การแสดงออกด้วยใจจริงถึงความไม่เห็นแก่ตัว การสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อช่วยเหลือ และหรือทำประโยชน์ให้แก่บุคคลอื่นหรือสังคม โดยการสละกำลังกาย ทรัพย์สิ่งของ สติปัญญา เวลาและความสุขสบายส่วนตัว

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

นักเรียนเข้าใจ และเห็นความสำคัญของความเสียสละ มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  ได้ฝึกการแสดงออกถึงการมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  สละประโยชน์ส่วนตน เพื่อช่วยเหลือหรือทำประโยชน์    ให้แก่บุคคลอื่นหรือสังคม  หลีกเลี่ยงการใช้ หรือการกระทำที่จะทำให้เกิดความชำรุดเสียหายต่อของ

ส่วนรวม ตระหนักและถือเป็นหน้าที่ที่จะมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาของส่วนรวมในวิสัยที่ตนสามารถทำได้เคารพสิทธิในการใช้ของส่วนรวม ไม่ยึดครองเป็นของตน แบ่งปันและเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้ใช้ของส่วนรวมร่วมกัน

จุดประสงค์การเรียนรู้

  1. เพื่อให้นักเรียนเข้าใจ และเห็นความสำคัญของความเสียสละ มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็น

แก่ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน  ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญอย่างหนึ่งของการมีจิตสาธารณะ

  1. เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกการแสดงออกถึงการมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  สละประโยชน์ส่วนตน

เพื่อช่วยเหลือหรือทำประโยชน์    ให้แก่บุคคลอื่นหรือสังคม

  1. เพื่อให้นักเรียนหลีกเลี่ยงการใช้ หรือการกระทำที่จะทำให้เกิดความชำรุดเสียหายต่อของ

ส่วนรวม

  1. เพื่อให้นักเรียนเคารพสิทธิในการใช้ของส่วนรวมร่วมกัน  ไม่ปิดกั้นผู้อื่นในการใช้  และ

ไม่ยึดครองของส่วนรวมมาเป็นของตนเอง

สาระการเรียนรู้

ความเสียสละมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  หมายถึงการกระทำที่แสดงคุณลักษณะด้านจิตใจ  การแสดงออกด้วยใจจริงถึงความเอื้อเฟื้อ  ไม่เห็นแก่ตัว  โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว  ให้ความช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจ  ในสิ่งที่ถูกต้อง  ตามศักยภาพของตนเอง  รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น  รวมถึงการเคารพสิทธิในการใช้ของส่วนรวมร่วมกัน ไม่ยึดครองเป็นของตนเอง  แบ่งปันและเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้ใช้ของส่วนรวมร่วมกัน  ความเสียสละมีน้ำใจเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่  เป็นคุณธรรมดำรงสังคม พัฒนาให้คนในสังคมเห็นความสำคัญของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ้าบุคคลมุ่งแต่เอาตัวรอด มองแต่ประโยชน์ส่วนตนสังคมก็อยู่เป็นสุขมิได้ การแก้ปัญหาสังคมนั้นคนในสังคมต้องมีจิตสาธารณะ  เสียสละมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน

กิจกรรมการเรียนรู้

ขั้นนำ

ครูสนทนากับนักเรียนถึงความหมายของความมีน้ำใจตามที่นักเรียนเข้าใจ และนักเรียนเคยปฏิบัติตนหรือเคยเห็นผู้อื่นปฏิบัติตน แสดงความมีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อ ไม่เห็นแก่ตัว อย่างไรบ้าง

ขั้นดำเนินกิจกรรม

1.  แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม  กลุ่มละ 4 คน  โดยการจับฉลาก   ครูแจกภาพวาดที่ไม่ได้ระบายสีให้นักเรียนกลุ่มละ 1 ภาพ พร้อมทั้งสีไม้กลุ่มละ 3 แท่ง โดยให้แต่ละกลุ่มได้สีไม่ซ้ำกัน

2.  ให้นักเรียนช่วยกันระบายสีภาพที่กำหนด  โดยให้ออกมาสวยงาม  เหมือนจริงมากที่สุดภายในเวลา 15 นาที  ครูสังเกตการปฏิบัติงาน  การใช้สี  วิธีการแก้ปัญหาการระบายสีภาพของนักเรียนแต่ละกลุ่ม  เมื่อกลุ่มของตนเองไม่มีสีตรงตามภาพที่กำหนด 

3.  เมื่อหมดเวลาครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำภาพของกลุ่มตนเองออกมาแสดงหน้าห้อง  และตัดสินว่ากลุ่มใดระบายสีภาพได้เหมือนจริงมากที่สุด 

4.  ครูสนทนาซักถามนักเรียนกลุ่มที่ระบายสีภาพได้เหมือนจริงมากที่สุดว่าใช้วิธีการใด  ทั้งที่มีแค่ 3 สีเหมือนกลุ่มอื่น ๆ  

ขั้นสรุป

5.  ครูและนักเรียนร่วมกันสรุป โดยให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่าถ้านักเรียนและเพื่อนคนอื่น ๆ ไม่แบ่งดินสอสีให้เพื่อนใช้  นักเรียน และเพื่อนๆจะสามารถระบายสีได้เหมือนจริงตามที่ต้องการหรือไม่  ระหว่างระบายสีภาพนักเรียนใช้สีของครูอย่างไรบ้าง

6.  ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วยกันทำงานส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นงานหนัก งานเบา เป็นงานเพียงเล็กน้อย หรือเป็นงานใหญ่ โดยไม่เห็นแก่ตัว  หรือความยากลำบาก จะทำให้งานประสบความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งจะส่งผลทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข จากนั้นให้นักเรียนตอบคำถามลงในใบงานที่ 2 ส่ง

สื่อการเรียนรู้

1.  ภาพวาด

2.  สีไม้

3.  ใบความรู้

การวัดผลประเมินผล

วิธีการวัด

  1. สังเกตการณ์ปฏิบัติงานกลุ่มการใช้สี การแก้ปัญหาการระบายสีภาพของนักเรียน
  2. สังเกตการปฏิบัติกิจกรรมรายบุคคล 
  3. ตรวจการใบงาน

เครื่องมือวัด

  1. ใบงาน
  2. แบบประเมินการปฏิบัติกิจกรรมรายบุคคล 
  3. แบบประเมินการปฏิบัติงานกลุ่ม

เกณฑ์การประเมิน

  1. ผ่านการประเมินการปฏิบัติกิจกรรมได้ระดับพอใช้ ขึ้นไป
  2. ผ่านการประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มได้ระดับพอใช้ ขึ้นไป
  3. ตอบคำถามในใบงานได้ถูกต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำคือ พอใช้ ขึ้นไป