14 มิ.ย.53 เรื่อง "การศึกษาตามหลักสูตรใหม่ วิธีเรียนทางไกล", 21 มิ.ย.53 เรื่อง "การดำเนินงานยุวกาชาดนอกโรงเรียนของสำนักงาน กศน.จ.ศรีสะเกษ", 28 มิ.ย.53 เรื่อง "การจัด กศน. ในสถาบันศึกษาปอเนาะแบบครบวงจร”, 5 ก.ค.53 เรื่อง "การอบรมครูด้วยระบบการศึกษาออนไลน์ของสถาบัน กศน.ภาค", 12 ก.ค.53 เรื่อง "กิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนของ ศฝช.เชียงราย"

 

รายการสายใย กศน.  วันที่  12  กรกฎาคม  2553

 

         เรื่อง “กิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนของ ศฝช.เชียงราย”
         ดำเนินรายการโดย นายอิทธิเดช  สุพงษ์
         วิทยากร คือ
         - นายสุรศักดิ์  เพิ่มผล  ผอ. ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนเชียงราย
         - นายสมชาย  ฟองศักดิ์  ครูอาสาสมัคร กศน.  ศฝช.เชียงราย
         - อ.พิศมัย  ฤทธิ์รักษา  ครูอาสาสมัคร กศน.  ศฝช.เชียงราย
         - อ.ภัชรินทร์  เกตุแก้ว  ครูอาสาสมัคร กศน.  ศฝช.เชียงราย

         ศูนย์ฝึกฯเชียงราย มีขอบข่ายการทำงานในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ และ แม่ฮ่องสอน  รวม 19 อำเภอ  37 ตำบล  370 หมู่บ้าน   มีพื้นที่โครงการพระราชดำริ 21 แห่ง   ภารกิจหลักคือ การจัด กศ.เพื่อการพัฒนาอาชีพ, โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, ศูนย์สาธิตการเกษตรธรรมชาติ ( จัดใน ศฝช. ), ปวช. ( 14 กลุ่ม 383 คน ), อื่น ๆ เช่น ส่งเสริมทักษะชีวิต, ส่งเสริมการรู้หนังสือ  ( ไมเน้นงาน กศ.พื้นฐาน และ กศ.เพื่อพัฒนาสังคมชุมชน เหมือน กศน.อ. )

         โครงการพระราชดำริเช่น โครงการ บ้านเล็กในป่าใหญ่ ( หลายจุด ), สถานีพัฒนาเกษตรที่สูง, หมู่บ้านยามชายแดน ( แม่ฮ่องสอน 4 จุด ) ฯลฯ   โดยส่ง คอส. ไปประจำในพื้นที่ เป็นผู้ประสานงานในการจัดพัฒนาอาชีพ ให้ราษฎรหยุดการบุกรุกทำลายป่า-ปลูกฝิ่น  และอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรม เช่น เครื่องเงิน, ผ้าทอผ้าปักชนเผ่าต่าง ๆ, การทำเกษตรธรรมชาติ, สอนทักษะชีวิต, สอนผู้ไม่รู้หนังสือให้รู้ภาษาไทย   ทำงานร่วมกับเครือข่ายอื่น ๆ เช่น ป่าไม้ เกษตร ประมง

         โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ จะส่งเสริมอาชีพ การทำเครื่องเงิน ( แหวน สร้อย ภาชนะสิ่งของเครื่องใช้ เครื่องประดับรูปสัตว์ในพื้นที่   เดิมชาวบ้านทำอยู่แล้ว พัฒนาเพิ่มมูลค่า ซื้อเม็ดเงินจากส่วนกลาง ) ฝีมือเป็นที่ต้องการ ราคาไม่แพง ทำให้ ศฝช.เชียงรายมีชื่อเสียง, ผ้าทอผ้าปักชนเผ่าต่าง ๆ   สนองพระราชเสาวณีย์สมเด็จฯ เพื่อชาวบ้านผลิตลดค่าใช้จ่าย และจำหน่ายให้พออยู่พอกินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง  ขายให้นักท่องเที่ยวและตลาดชุมชนต่าง ๆ รวมทั้งส่งโครงการจิตรลดา, สอนผู้ไม่รู้หนังสือให้สื่อสารภาษาไทยได้คล่อง อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข, การทอผ้าใยกัญชง ( คล้ายกัญชา ต้องจำกัดการปลูกเพราะถือเป็นพืชเสพติดด้วย ), ผลิตภัณฑ์จากผ้าขนแกะกันหนาว ( เสื้อกั๊ก, ผ้าคลุมไหล่, หมวก  เป็นแกะพันธุ์ผสมขนไม่นุ่ม กำลังหาวิธีพัฒนา)


         ศฝช. ทุกแห่ง เป็นศูนย์เรียนรู้และสาธิตเกษตรธรรมชาติ การปลูกพืชผักปลอดสารเคมี   ใน ศฝช.เชียงราย ใช้พื้นที่ 50 ไร่   บุคลากรอบรมมาจากศูนย์ฝึกวัดญาณสังวราราม ชลบุรี และประเทศญี่ปุ่น  มีการพิสูจน์โดยการตรวจเลือดบุคลากร ( ผักภาคเหนือ ใช้สารเคมีเป็นส่วนใหญ่ เกือบ 100 % )

         7 ฐานเรียนรู้ ในศูนย์เรียนรู้เกษตรธรรมชาติของ ศฝช.เชียงราย ประกอบด้วย
         1. การเพาะเห็ด ( ขอนขาว นางฟ้า ตับเต่า   จำหน่ายก้อนเชื้อเห็ดราคาถูก )
         2. การเพาะขยายพันธุ์กบ-ปลา  จำหน่ายราคาถูก ผลิตได้ปีละเป็นหมื่นตัว
         3. การเลี้ยงหมูหลุม หมูป่า  ใช้ต้นกล้วยในพื้นที่ ผสมสมุนไพร เป็นอาหาร
         4. ดินและปุ๋ย  ทำปุ๋ยหมักจากพวกหญ้าแห้ง ใช้ และจำหน่าย
         5. เพาะขยายพันธุ์พืช  เป็นแหล่งสาธิต การตอน เสียบยอก ทาบกิ่ง และจำหน่าย
         6. สุขภาพวิถีไทย  สมุนไพรใกล้ตัว การทำลูกประคบ
         7. 1 ไร่ไม่จน  ปลูกพัก+เลี้ยงสัตว์ใน 1 ไร่
         มีบุคลากรประจำทุกฐาน  บางกลุ่มเป้าหมายเข้ามาเรียนรู้เฉพาะบางฐาน   บางกลุ่มมาฝึกค้างคืน 3 คืน 4 วัน  มีนักเรียนในระบบมาเรียนด้วย   มีการประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์ และทางการประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน
         ครูต้องวิจัยทดลองพัฒนาอยู่ตลอดเวลา


         การทำงานกับเครือข่าย ต้องมีใจช่วยเขาก่อน ไม่ว่าจะเป็น เกษตร ป่าไม้ ทหาร  เขามีกำลังมากกว่าเรา ช่วยเราได้ในเรื่องต่าง ๆ
         ธกส. กำหนดให้ผู้ประสงค์จะเข้าโครงการพักชำระหนี้ของ ธกส. ต้องเข้าอบรมการพัฒนาอาชีพในศูนย์การเรียนรู้เกษตรธรรมชาติของ ศฝช.เชียงราย 4 คืน 5 วัน   อบรมไปแล้ว 22 รุ่น  1,300 กว่าคน   มีการติดตามผลการลดรายจ่ายในครอบครัว   ศฝช.เชียงรายหาตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรธรรมชาติให้ได้

         อุปสรรคคือ พื้นที่ลำบาก ฤดูฝนเดินทางไม่ได้  แก้ไขโดยการสร้างขวัญกำลังใจ การนิเทศเยี่ยมเยียน

 


รายการสายใย กศน. วันที่  5  กรกฎาคม  2553

 

         เรื่อง “การอบรมครูด้วยระบบการศึกษาออนไลน์ของ สถาบัน กศน.ภาค”

         นายอิทธิเดช  สุพงษ์  ดำเนินรายการ

         วิทยากรโดย
         - นายฐิติ  บุญยศ  ครูชำนาญการพิเศษ สถาบัน กศน.ภาคกลาง
         - นายสุวัฒน์  ธรรมสุนทร  ครูชำนาญการพิเศษ สถาบัน กศน.ภาคเหนือ


         การอบรมครูหลักสูตรใหม่ ตามที่ส่วนกลางและสถาบัน กศน.ภาคจัดไปแล้ว ยังไม่เพียงพอ เพราะหลักสูตรมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก   สถาบัน กศน.ภาค ( ร่วมกับสถาบันการศึกษาทางไกล และ สถาบัน กทม. ) จึงจัดทำหลักสูตรอบรมครูด้วยระบบการศึกษาออนไลน์ขึ้น  ( ใช้ระบบ LearnSquare )  ในปีงบประมาณนี้เน้นหลักสูตรเนื้อหาที่ครูต้องรู้ต้องใช้ในภาคเรียนที่ 1-2/2553  แบ่งกันพัฒนาโดยไม่ได้จ้างบริษัทเพื่อประหยัดงบประมาณ  ทั้งหลักสูตร “การใช้หลักสูตร กศน.51” และหลักสูตร “วิชาบังคับในหลักสูตร” ( เรียนได้ทั้งครู กศน. และ นักศึกษา ผู้สนใจทั่วไป )   รวมประมาณ 10 หลักสูตร   วิชาบังคับ เช่น วิทยาศาสตร์ ม.ต้น ม.ปลาย พัฒนาโดยสถาบัน กศน.ภาคเหนือ  ( เน้น ม.ต้น ม.ปลาย ก่อน )  บางหลักสูตรใช้เวลาเรียน 1-2 เดือน   มีครูที่ปรึกษาประจำวิชา   มีประโยชน์ เช่น
         - ทำให้ครูมีความรู้-ทักษะ เหมือนกันทั่วประเทศ
         - แบ่งเบาภาระงบประมาณและเวลาในการจัดอบรมของแต่ละจังหวัด
         - ครูเรียนรู้ได้ตลอดเวลาที่พร้อม

         เว็บไซต์
         1. ภาคเหนือ  http://www.northeducation.ac.th
         2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  http://esan.nfe.go.th
         3. ภาคตะวันออก  http://eastern.nfe.go.th
         4. ภาคใต้  http://south.nfe.go.th
         5. ภาคกลาง  http://central.nfe.go.th

         6. สถาบันการศึกษาทางไกล  http://www.dei.ac.th

 

         ผู้เรียนต้องลงทะเบียนเรียนกับครูที่ปรึกษา มีการทดสอบความรู้เดิม   ปัจจุบันมีผู้สนใจลงทะเบียนอบรมพอสมควร ( ครูยังมีภาระอื่นมาก )  โดยอบรมในหลักสูตรเกี่ยวกับการใช้หลักสูตร กศน.51 แล้วกว่า 1,600 คน  และอบรมวิชาบังคับในหลักสูตร แล้วกว่า 500 คน

         เรียนจบจะได้วุฒิบัตรไว้เป็นหลักฐานแสดงการพัฒนาของครู

         อนาคตอาจจะพัฒนาให้เป็นการเรียนตามหลักสูตร กศน. ของนักศึกษา



รายการสายใย กศน. วันที่  28  มิถุนายน  2553

 

         เรื่อง “การจัด กศน. ในสถาบันศึกษาปอเนาะแบบครบวงจร”

         นายอิทธิเดช  สุพงษ์  ดำเนินรายการ

         วิทยากรโดย
         - นายอุดร  สิทธิพาที  ผอ.สำนักงาน กศน.จ.ปัตตานี
         - นายมะกาแม  หยีหามะ  ผอ.กศน.อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี
         - นายมูหัมมัด  อาดำ  ผู้บริหารสถาบันศึกษาปอเนาะ
         - นายชุลกิฟลี  สะมาแอ  ครูอาสาสถาบันศึกษาปอเนาะ
         - นายอุดม  มุสิริ  นักศึกษาสถาบันศึกษาปอเนาะ


         สถาบันศึกษาปอเนาะ เป็นสถาบันจัดการศึกษาพิเศษ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เน้นด้านศาสนา  ให้นักศึกษาชายอยู่ประจำ ศึกษาสัปดาห์ละ 6 วัน เว้นวันศุกร์ โดย กศน.จัดการศึกษาในวันหยุด

         กศน.อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี จัดการศึกษาตลอดชีวิต ที่สถาบันศึกษาปอเนาะ ในทุก ๆ ด้าน  ( ปีนี้จัด กศ. ในสถาบันศึกษาปอเนาะขนาดเล็กได้รางวัลระดับจังหวัด )    ดังนี้

         1. การศึกษาขั้นพื้นฐานทั้ง 3 ระดับ  ถ้านักศึกษาอายุ 16 ปี ขึ้นไป ให้เรียนหลักสูตรปกติ  ถ้าอายุไม่ถึง 16 ปี ให้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ด้วยหลักสูตรบูรณาการ ( หลักสูตร กศน. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นประจำสถาบันศึกษาปอเนาะ )  ซึ่งเป็นการบูรณาการการประกอบอาชีพกับวิชาสามัญเข้าด้วยกัน เป็นหลักสูตร 3 ปี

         2. ทักษะชีวิต  หลักสูตร 30 ชั่วโมง  เช่น
             - สุขอนามัยในปอเนาะ
             - ภูมิใจในถิ่นและเศรษฐกิจพอเพียง
             - ปอเนาะสันติสุข   ฯลฯ

         3. ทักษะอาชีพ/พัฒนาอาชีพ  หลักสูตร 60 ชั่วโมง  ( 1 ปอเนาะ อย่างน้อย 1 อาชีพ, 1 คน อย่างน้อย 1 อาชีพ ) จัดแบบครบวงจร ยึดหลักการมีส่วนร่วม ให้ภาคีเครือข่ายเป็นพระเอก เช่น อาชีวศึกษาต่อเติมความรู้ วิทยาลัยชุมชนเพิ่มเรื่องการบริหารจัดการ ฯลฯ  บางหน่วยงานให้เงินทุนหมุนเวียน   มีตลาดเพียงพอ   เช่น
             - ช่างก่อสร้าง
             - อิฐหล่อและเสาซิเมนต์
             - ช่างไฟฟ้า
             - เลี้ยงแพะ    - เลี้ยงปลาดุก    - เพาะเห็ด    - ฯลฯ
             เห็นประโยชน์ของการไปศึกษาดูงาน เช่นศึกษาดูงานที่สวนจิตรฯ แล้วนำเรื่องที่สนใจคือการเพาะเห็ด มาดำเนินการ

         4. การจัดมุมเรียนรู้ประจำสถาบันศึกษาปอเนาะ  จัดให้มีหนังสือพิมพ์รายวัน วารสาร หนังสือแบบเรียน  ใช้เป็นสถานที่พบกลุ่ม  จะขยายเป็นแหล่งเรียนรู้ราคาถูก

         5. อื่น ๆ  เช่น ค่ายจริยธรรม, สอนผู้ไม่รู้หนังสือ ...



รายการสายใย กศน. วันที่  21  มิถุนายน  2553

 

         เรื่อง การดำเนินงานยุวกาชาดนอกโรงเรียนของสำนักงาน กศน.จ.ศรีสะเกษ

         นายอิทธิเดช  สุพงษ์  ดำเนินรายการ

         วิทยากรโดย
         - ว่าที่ร้อยตรีสมปอง  วิมาโร  ผู้อำนวยสำนักงาน กศน.จ.ศรีสะเกษ
         - ปิติคลอ  จักขุพันธ์  ผู้อำนวยการ กศน.อ.ไพรบึง ( อดีต ผอ.กศน.อ.บัวศรีสุวรรณ ) จ.ศรีสะเกษ
         - นายสุวรรณ  โสดา  นายก อบต.อีเซ อ.บัวศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ
         - พรศรี  ไชยบุตร  อาสายุวกาชาดนอกโรงเรียน อ.บัวศรีสุวรรณ

         ยุวกาชาดนอกโรงเรียน เป็นได้ทั้งหญิงและชาย ไม่จำกัดอายุ ( ถ้าในโรงเรียนอายุไม่เกิน 25 ปี ) เป็นการรวมกันของ ยุวกาชาด + งาน กศน.+ การบริการชุมชน   โดย กศน.จ.ศรีสะเกษ จัดกิจกรรมนี้มาตั้งแต่ปี 2545 มุ่งให้นักศึกษามีความรักสันติสุข รักษาสุขภาพอนามัยของตนเองและผู้อื่น รวมทั้งเผยแพร่อุดมการณ์ของยุวกาชาด มีคุณธรรมจริยธรรมเป็นคนดีของสังคม มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองชุมชนสังคม   สอดคล้องกับงานการศึกษานอกระบบและงานการศึกษาตามอัธยาศัย  ทั้ง กศ.ขั้นพื้นฐาน การพัฒนาทักษะชีวิต และการพัฒนาสังคมฯ    ผอ.กศน.ทุกอำเภอ ได้รับการอบรมยุวกาชาด เป็นเครื่องมือในการพัฒนานักศึกษาต่อเนื่องมา 8-9 ปี  หลายคนเป็นวิทยากรระดับชาติ   ( ยุวกาชาด สังกัดสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย สนับสนุนงบประมาณ-คู่มือการอบรม-ผ้าผูกคอพระราชทานหลักสูตร 4 วัน-เกียรติบัตร-เข็มเชิดชูเกียรติ   นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเหล่ากาชาดจังหวัด และการช่วยประชาสัมพันธ์โดยท่าน ผวจ. )

         หลังจากอบรมครูและผู้บริหารให้เป็นวิทยากรยุวกาชาด แล้วนำหลักการยุวกาชาดไปอบรมเยาวชนให้มีจิตอาสาและอุดมการณ์ยุวกาชาด ( ดี เก่ง รอบรู้ สุขภาพดี เป็นที่พึ่งพาได้ )

         วัตถุประสงค์ของยุวกาชาด เหมือนกันทั่วโลก คือ
         1. เพื่อให้เกิดความสันติสุขและอนามัยที่ดี
         2. เพื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม
         3. เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดี

         บูรณาการกับหลักสูตร กศ.ขั้นพื้นฐาน เข้าไปในส่วนของ กพช. เมื่อนักศึกษาผ่านการอบรมหลักสูตรอาสายุวกาชาดพื้นฐาน ( มีทั้งหลักสูตร เข้าค่าย 2 วัน, 3 วัน, 4 วัน แบบค้างคืน และไม่ค้างคืน ) จะให้สมัครเป็นสมาชิกชมรมยุวกาชาด  ชมรมฯมีกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง เช่น การบริจาคโลหิตทุก 4 เดือน, ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ( เป็นกิจกรรมหลัก ), การคัดกรองสุขภาพ, ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ฯลฯ  มีชมรมฯอย่างน้อย กศน.อ.ละ 1 ชมรม ( ชมรมได้รับโล่รางวัลจากสภากาชาดไทยหลายรางวัล )

         บทบาทหน้าที่ของอาสายุวกาชาดนอกโรงเรียน ( อาจเรียกว่าอาสากาชาดนอกโรงเรียน )
         1. ทำตนเป็นประโยชน์ต่อ ชุมชน สังคม  ทำงานร่วมกับผู้อื่นเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีในชุมชน ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
         2. แสวงหาความรู้เพื่อดำรงชีวิตร่วมกับผู้อื่นในชุมชนอย่างมีความสุข อยู่ดีกินดี รู้จักรักษาสุขภาพอนามัย มีความเมตตาและมนุษยธรรม
         3. เข้าร่วมกิจกรรม ให้ความร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานของรัฐอย่างต่อเนื่อง
         4. ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานในชุมชน เช่น โรงเรียน อบต. สถานีอนามัย ผู้ใหญ่บ้าน อสส. อสม.

         ตำบลอีเซ มีผู้สูงอายุ 364 คน ทุกเดือนจะมารวมตัวกันที่วัด  กศน.จัดกิจกรรมนันทนาการและให้ความรู้  สถานีอนามัยคัดกรองสุขภาพ  นศ.กศน.ที่เป็นอาสายุวกาชาด จะเป็นอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้านด้วย บางคนเป็นอาสาสมัคร กศน.ด้วย เป็นอาสาสมัครส่งเสริมการอ่านด้วย  อบต.แจกเบี้ยยังชีพ  บางครั้งให้นักเรียนในโรงเรียนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้สูงอายุ

 

 

รายการสายใย กศน. วันที่  14  มิถุนายน  2553

 

         เรื่อง “การศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 วิธีเรียนทางไกล”

         นายอิทธิเดช  สุพงษ์  ดำเนินรายการ

         วิทยากรโดย
         - นายบุญส่ง  คูวรากุล  ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาทางไกล
         - วิไล  แย้มสาขา  หัวหน้าส่วนจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สทก.
         - บุษบงค์  รักเรียน  หัวหน้าส่วนส่งเสริมและพัฒนาเครือข่าย สทก.
         - นายทองจันทร์  กันธิยะ  หัวหน้าส่วนทะเบียนและบริการ สทก.


         การเปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากหลักสูตร 2544 เป็น 2551 ทำให้นักศึกษาใหม่ภาคเรียนนี้ต้องเรียนหลักสูตรใหม่ ส่วนนักศึกษาเก่ายังเรียนตามหลักสูตรเดิม   หลักสูตรใหม่เรียนเป็นรายวิชาและมีวิชาเลือก วัดผล 60 : 40   ระดับประถม รวม 48 หน่วยกิต ( บังคับ 36, เลือก 12 ), ม.ต้น รวม 56 หน่วยกิต ( บังคับ 40, เลือก 16 ), ม.ปลาย รวม 76 หน่วยกิต ( บังคับ 44, เลือก 32 )

         สถาบันการศึกษาทางไกล ( สทก. ) ได้พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาแล้ว โดยพัฒนารายวิชาเลือกเน้นการศึกษาต่อ มีทั้งรายวิชาบังคับเลือกและเลือกเสรี อยู่ในสาระความรู้พื้นฐาน กับสาระการพัฒนาสังคม ( ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศาสนา ) รวม 109 รายวิชา ( ภาคเรียนหน้ามีแผนจะพัฒนารายวิชาเลือกในสาระอื่น )  ขอรหัสรายวิชาไว้เรียบร้อยแล้ว  จะเผยแพร่บนเว็บไซต์ สทก. ที่ www.dei.ac.th   สื่อรายวิชาเลือกจะพัฒนาเป็นชุดการเรียนทางไกล ( สื่อ+แบบฝึกหัดกิจกรรม+CD   ภาคเรียนหน้าจึงจะเริ่มมีวิชาเลือก )  ส่วนวิชาบังคับใช้สื่อของกองพัฒนา กศน. แต่ทำคู่มือการเรียนด้วยตนเองประกอบสื่อ ( Pre-Post test กิจกรรม เฉลย สรุปย่อสาระ )

         ทำระเบียบการวัดผลประเมินผลใหม่ วัดผลระหว่างภาคด้วยข้อสอบอัตนัย 60 คะแนน ปลายภาคต้องได้อย่างน้อย 10 คะแนนจาก 40 คะแนน ( ดูระเบียบได้ที่เว็บไซต์ สทก. ),  ระเบียบการเบิกจ่ายงบประมาณ อนุมัติให้ใช้อัตราเดิม เพียงเปลี่ยนคำจากหมวดวิชาเป็นรายวิชา เปลี่ยนคำว่าอาจารย์ที่ปรึกษาประจำหมวดวิชา เป็นครูที่ปรึกษาประจำรายวิชา

         หลักสูตรใหม่ แบบทดสอบอัตนัยเทคโฮล์ม จะเป็นการวัดผลระหว่างภาค บันทึกผลการตรวจข้อสอบภายในเดือนกรกฎาคม 2553 ถ้าคะแนนรวมไม่ผ่านให้สอบซ่อม  ปลายภาคใช้ข้อสอบกลุ่มพัฒนาฯ

         มีการเทียบโอนกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ให้ทั้ง ทหารกองประจำการ ทหารประจำการ และอาสาสมัครทหารพราน ( เดิมให้เทียบโอนเฉพาะทหารกองประจำการ )  ได้ทำหลักสูตรวิชาเลือกสำหรับการเทียบโอนไว้แล้ว ดาวน์โหลดได้ที่เว็บ สทก.

         การสมัครเรียน สมัครได้ทั้ง ด้วยตนเอง, สมัครทางไปรษณีย์ ( โทร.ขอใบสมัคร ), และทางหน้าเว็บไซต์ ( ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ )   โดยมี คู่มือนักศึกษา + ปฏิทิน ( กำหนดการเรียน) + บัตรประจำตัวนักศึกษา + แบบตอบรับ ส่งให้นักศึกษา   ให้นักศึกษาที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล มารับการปฐมนิเทศ ส่วนผู้ที่มาไม่ได้และผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด จะส่ง VCD การปฐมนิเทศไปให้ รวมทั้งขึ้นไว้ที่หน้าเว็บ   การสอบปลายภาคสำหรับผู้ที่อยู่ไกล จะฝากสอบที่ต่างจังหวัดเหมือนเดิม   นักศึกษาเก่าที่ย้ายที่อยู่ไม่ควรให้ลาออก แต่ให้ฝากเรียนหลักสูตรเก่าต่อ

         ปัญหาที่พบบ่อยคือ นักศึกษาเปลี่ยนที่อยู่หรือระบุที่อยู่ไม่ชัดเจน, หายไปโดยติดต่อไม่ได้ เปลี่ยนทั้งที่อยู่เปลี่ยนทั้งหมายเลขโทรศัพท์ จดหมายข่าวถูกตีกลับ 10-15 % ( ถ้าเปลี่ยนไปเรียนที่อื่น ขอให้ลาออกจาก สทก. ด้วย ), นักศึกษาไม่เก็บรวบรวมผลการเรียนแต่ละภาค, ไม่ลงทะเบียนเรียนแต่ละภาคภายในเวลาที่กำหนด, ไม่ติดต่อ สทก. ด้วยตนเอง ให้ผู้ปกครองที่ไม่รู้ข้อมูลติดต่อให้, ไม่นำบัตรไปในวันสอบ, เป็นผู้พิการแต่ไม่บอก

         ปัจจุบันมีผู้เรียนกับ สทก. อยู่ในต่างประเทศ 21 ประเทศ รวมเกือบ 100 คน  เรียนโดยวิธีออนไลน์ตลอด รวมทั้งการสอบ