14 มิ.ย.53 เรื่อง "การศึกษาตามหลักสูตรใหม่ วิธีเรียนทางไกล", 21 มิ.ย.53 เรื่อง "การดำเนินงานยุวกาชาดนอกโรงเรียนของสำนักงาน กศน.จ.ศรีสะเกษ", 28 มิ.ย.53 เรื่อง "การจัด กศน. ในสถาบันศึกษาปอเนาะแบบครบวงจร”, 5 ก.ค.53 เรื่อง "การอบรมครูด้วยระบบการศึกษาออนไลน์ของสถาบัน กศน.ภาค", 12 ก.ค.53 เรื่อง "กิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนของ ศฝช.เชียงราย"
รายการสายใย กศน. วันที่ 12 กรกฎาคม 2553
เรื่อง “กิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนของ ศฝช.เชียงราย”
ดำเนินรายการโดย นายอิทธิเดช สุพงษ์
วิทยากร คือ
- นายสุรศักดิ์ เพิ่มผล ผอ. ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนเชียงราย
- นายสมชาย ฟองศักดิ์ ครูอาสาสมัคร กศน. ศฝช.เชียงราย
- อ.พิศมัย ฤทธิ์รักษา ครูอาสาสมัคร กศน. ศฝช.เชียงราย
- อ.ภัชรินทร์ เกตุแก้ว ครูอาสาสมัคร กศน. ศฝช.เชียงราย
ศูนย์ฝึกฯเชียงราย มีขอบข่ายการทำงานในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ และ แม่ฮ่องสอน รวม 19 อำเภอ 37 ตำบล 370 หมู่บ้าน มีพื้นที่โครงการพระราชดำริ 21 แห่ง ภารกิจหลักคือ การจัด กศ.เพื่อการพัฒนาอาชีพ, โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, ศูนย์สาธิตการเกษตรธรรมชาติ ( จัดใน ศฝช. ), ปวช. ( 14 กลุ่ม 383 คน ), อื่น ๆ เช่น ส่งเสริมทักษะชีวิต, ส่งเสริมการรู้หนังสือ ( ไมเน้นงาน กศ.พื้นฐาน และ กศ.เพื่อพัฒนาสังคมชุมชน เหมือน กศน.อ. )
โครงการพระราชดำริเช่น โครงการ บ้านเล็กในป่าใหญ่ ( หลายจุด ), สถานีพัฒนาเกษตรที่สูง, หมู่บ้านยามชายแดน ( แม่ฮ่องสอน 4 จุด ) ฯลฯ โดยส่ง คอส. ไปประจำในพื้นที่ เป็นผู้ประสานงานในการจัดพัฒนาอาชีพ ให้ราษฎรหยุดการบุกรุกทำลายป่า-ปลูกฝิ่น และอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรม เช่น เครื่องเงิน, ผ้าทอผ้าปักชนเผ่าต่าง ๆ, การทำเกษตรธรรมชาติ, สอนทักษะชีวิต, สอนผู้ไม่รู้หนังสือให้รู้ภาษาไทย ทำงานร่วมกับเครือข่ายอื่น ๆ เช่น ป่าไม้ เกษตร ประมง
โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ จะส่งเสริมอาชีพ การทำเครื่องเงิน ( แหวน สร้อย ภาชนะสิ่งของเครื่องใช้ เครื่องประดับรูปสัตว์ในพื้นที่ เดิมชาวบ้านทำอยู่แล้ว พัฒนาเพิ่มมูลค่า ซื้อเม็ดเงินจากส่วนกลาง ) ฝีมือเป็นที่ต้องการ ราคาไม่แพง ทำให้ ศฝช.เชียงรายมีชื่อเสียง, ผ้าทอผ้าปักชนเผ่าต่าง ๆ สนองพระราชเสาวณีย์สมเด็จฯ เพื่อชาวบ้านผลิตลดค่าใช้จ่าย และจำหน่ายให้พออยู่พอกินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ขายให้นักท่องเที่ยวและตลาดชุมชนต่าง ๆ รวมทั้งส่งโครงการจิตรลดา, สอนผู้ไม่รู้หนังสือให้สื่อสารภาษาไทยได้คล่อง อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข, การทอผ้าใยกัญชง ( คล้ายกัญชา ต้องจำกัดการปลูกเพราะถือเป็นพืชเสพติดด้วย ), ผลิตภัณฑ์จากผ้าขนแกะกันหนาว ( เสื้อกั๊ก, ผ้าคลุมไหล่, หมวก เป็นแกะพันธุ์ผสมขนไม่นุ่ม กำลังหาวิธีพัฒนา)
ศฝช. ทุกแห่ง เป็นศูนย์เรียนรู้และสาธิตเกษตรธรรมชาติ การปลูกพืชผักปลอดสารเคมี ใน ศฝช.เชียงราย ใช้พื้นที่ 50 ไร่ บุคลากรอบรมมาจากศูนย์ฝึกวัดญาณสังวราราม ชลบุรี และประเทศญี่ปุ่น มีการพิสูจน์โดยการตรวจเลือดบุคลากร ( ผักภาคเหนือ ใช้สารเคมีเป็นส่วนใหญ่ เกือบ 100 % )
7 ฐานเรียนรู้ ในศูนย์เรียนรู้เกษตรธรรมชาติของ ศฝช.เชียงราย ประกอบด้วย
1. การเพาะเห็ด ( ขอนขาว นางฟ้า ตับเต่า จำหน่ายก้อนเชื้อเห็ดราคาถูก )
2. การเพาะขยายพันธุ์กบ-ปลา จำหน่ายราคาถูก ผลิตได้ปีละเป็นหมื่นตัว
3. การเลี้ยงหมูหลุม หมูป่า ใช้ต้นกล้วยในพื้นที่ ผสมสมุนไพร เป็นอาหาร
4. ดินและปุ๋ย ทำปุ๋ยหมักจากพวกหญ้าแห้ง ใช้ และจำหน่าย
5. เพาะขยายพันธุ์พืช เป็นแหล่งสาธิต การตอน เสียบยอก ทาบกิ่ง และจำหน่าย
6. สุขภาพวิถีไทย สมุนไพรใกล้ตัว การทำลูกประคบ
7. 1 ไร่ไม่จน ปลูกพัก+เลี้ยงสัตว์ใน 1 ไร่
มีบุคลากรประจำทุกฐาน บางกลุ่มเป้าหมายเข้ามาเรียนรู้เฉพาะบางฐาน บางกลุ่มมาฝึกค้างคืน 3 คืน 4 วัน มีนักเรียนในระบบมาเรียนด้วย มีการประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์ และทางการประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน
ครูต้องวิจัยทดลองพัฒนาอยู่ตลอดเวลา
การทำงานกับเครือข่าย ต้องมีใจช่วยเขาก่อน ไม่ว่าจะเป็น เกษตร ป่าไม้ ทหาร เขามีกำลังมากกว่าเรา ช่วยเราได้ในเรื่องต่าง ๆ
ธกส. กำหนดให้ผู้ประสงค์จะเข้าโครงการพักชำระหนี้ของ ธกส. ต้องเข้าอบรมการพัฒนาอาชีพในศูนย์การเรียนรู้เกษตรธรรมชาติของ ศฝช.เชียงราย 4 คืน 5 วัน อบรมไปแล้ว 22 รุ่น 1,300 กว่าคน มีการติดตามผลการลดรายจ่ายในครอบครัว ศฝช.เชียงรายหาตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรธรรมชาติให้ได้
อุปสรรคคือ พื้นที่ลำบาก ฤดูฝนเดินทางไม่ได้ แก้ไขโดยการสร้างขวัญกำลังใจ การนิเทศเยี่ยมเยียน
รายการสายใย กศน. วันที่ 5 กรกฎาคม 2553
เรื่อง “การอบรมครูด้วยระบบการศึกษาออนไลน์ของ สถาบัน กศน.ภาค”
นายอิทธิเดช สุพงษ์ ดำเนินรายการ
วิทยากรโดย
- นายฐิติ บุญยศ ครูชำนาญการพิเศษ สถาบัน กศน.ภาคกลาง
- นายสุวัฒน์ ธรรมสุนทร ครูชำนาญการพิเศษ สถาบัน กศน.ภาคเหนือ
การอบรมครูหลักสูตรใหม่ ตามที่ส่วนกลางและสถาบัน กศน.ภาคจัดไปแล้ว ยังไม่เพียงพอ เพราะหลักสูตรมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก สถาบัน กศน.ภาค ( ร่วมกับสถาบันการศึกษาทางไกล และ สถาบัน กทม. ) จึงจัดทำหลักสูตรอบรมครูด้วยระบบการศึกษาออนไลน์ขึ้น ( ใช้ระบบ LearnSquare ) ในปีงบประมาณนี้เน้นหลักสูตรเนื้อหาที่ครูต้องรู้ต้องใช้ในภาคเรียนที่ 1-2/2553 แบ่งกันพัฒนาโดยไม่ได้จ้างบริษัทเพื่อประหยัดงบประมาณ ทั้งหลักสูตร “การใช้หลักสูตร กศน.51” และหลักสูตร “วิชาบังคับในหลักสูตร” ( เรียนได้ทั้งครู กศน. และ นักศึกษา ผู้สนใจทั่วไป ) รวมประมาณ 10 หลักสูตร วิชาบังคับ เช่น วิทยาศาสตร์ ม.ต้น ม.ปลาย พัฒนาโดยสถาบัน กศน.ภาคเหนือ ( เน้น ม.ต้น ม.ปลาย ก่อน ) บางหลักสูตรใช้เวลาเรียน 1-2 เดือน มีครูที่ปรึกษาประจำวิชา มีประโยชน์ เช่น
- ทำให้ครูมีความรู้-ทักษะ เหมือนกันทั่วประเทศ
- แบ่งเบาภาระงบประมาณและเวลาในการจัดอบรมของแต่ละจังหวัด
- ครูเรียนรู้ได้ตลอดเวลาที่พร้อม
เว็บไซต์
1. ภาคเหนือ http://www.northeducation.ac.th
2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ http://esan.nfe.go.th
3. ภาคตะวันออก http://eastern.nfe.go.th
4. ภาคใต้ http://south.nfe.go.th
5. ภาคกลาง http://central.nfe.go.th
6. สถาบันการศึกษาทางไกล http://www.dei.ac.th
ผู้เรียนต้องลงทะเบียนเรียนกับครูที่ปรึกษา มีการทดสอบความรู้เดิม ปัจจุบันมีผู้สนใจลงทะเบียนอบรมพอสมควร ( ครูยังมีภาระอื่นมาก ) โดยอบรมในหลักสูตรเกี่ยวกับการใช้หลักสูตร กศน.51 แล้วกว่า 1,600 คน และอบรมวิชาบังคับในหลักสูตร แล้วกว่า 500 คน
เรียนจบจะได้วุฒิบัตรไว้เป็นหลักฐานแสดงการพัฒนาของครู
อนาคตอาจจะพัฒนาให้เป็นการเรียนตามหลักสูตร กศน. ของนักศึกษา
รายการสายใย กศน. วันที่ 28 มิถุนายน 2553
เรื่อง “การจัด กศน. ในสถาบันศึกษาปอเนาะแบบครบวงจร”
นายอิทธิเดช สุพงษ์ ดำเนินรายการ
วิทยากรโดย
- นายอุดร สิทธิพาที ผอ.สำนักงาน กศน.จ.ปัตตานี
- นายมะกาแม หยีหามะ ผอ.กศน.อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี
- นายมูหัมมัด อาดำ ผู้บริหารสถาบันศึกษาปอเนาะ
- นายชุลกิฟลี สะมาแอ ครูอาสาสถาบันศึกษาปอเนาะ
- นายอุดม มุสิริ นักศึกษาสถาบันศึกษาปอเนาะ
สถาบันศึกษาปอเนาะ เป็นสถาบันจัดการศึกษาพิเศษ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เน้นด้านศาสนา ให้นักศึกษาชายอยู่ประจำ ศึกษาสัปดาห์ละ 6 วัน เว้นวันศุกร์ โดย กศน.จัดการศึกษาในวันหยุด
กศน.อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี จัดการศึกษาตลอดชีวิต ที่สถาบันศึกษาปอเนาะ ในทุก ๆ ด้าน ( ปีนี้จัด กศ. ในสถาบันศึกษาปอเนาะขนาดเล็กได้รางวัลระดับจังหวัด ) ดังนี้
1. การศึกษาขั้นพื้นฐานทั้ง 3 ระดับ ถ้านักศึกษาอายุ 16 ปี ขึ้นไป ให้เรียนหลักสูตรปกติ ถ้าอายุไม่ถึง 16 ปี ให้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ด้วยหลักสูตรบูรณาการ ( หลักสูตร กศน. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นประจำสถาบันศึกษาปอเนาะ ) ซึ่งเป็นการบูรณาการการประกอบอาชีพกับวิชาสามัญเข้าด้วยกัน เป็นหลักสูตร 3 ปี
2. ทักษะชีวิต หลักสูตร 30 ชั่วโมง เช่น
- สุขอนามัยในปอเนาะ
- ภูมิใจในถิ่นและเศรษฐกิจพอเพียง
- ปอเนาะสันติสุข ฯลฯ
3. ทักษะอาชีพ/พัฒนาอาชีพ หลักสูตร 60 ชั่วโมง ( 1 ปอเนาะ อย่างน้อย 1 อาชีพ, 1 คน อย่างน้อย 1 อาชีพ ) จัดแบบครบวงจร ยึดหลักการมีส่วนร่วม ให้ภาคีเครือข่ายเป็นพระเอก เช่น อาชีวศึกษาต่อเติมความรู้ วิทยาลัยชุมชนเพิ่มเรื่องการบริหารจัดการ ฯลฯ บางหน่วยงานให้เงินทุนหมุนเวียน มีตลาดเพียงพอ เช่น
- ช่างก่อสร้าง
- อิฐหล่อและเสาซิเมนต์
- ช่างไฟฟ้า
- เลี้ยงแพะ - เลี้ยงปลาดุก - เพาะเห็ด - ฯลฯ
เห็นประโยชน์ของการไปศึกษาดูงาน เช่นศึกษาดูงานที่สวนจิตรฯ แล้วนำเรื่องที่สนใจคือการเพาะเห็ด มาดำเนินการ
4. การจัดมุมเรียนรู้ประจำสถาบันศึกษาปอเนาะ จัดให้มีหนังสือพิมพ์รายวัน วารสาร หนังสือแบบเรียน ใช้เป็นสถานที่พบกลุ่ม จะขยายเป็นแหล่งเรียนรู้ราคาถูก
5. อื่น ๆ เช่น ค่ายจริยธรรม, สอนผู้ไม่รู้หนังสือ ...
รายการสายใย กศน. วันที่ 21 มิถุนายน 2553
เรื่อง “การดำเนินงานยุวกาชาดนอกโรงเรียนของสำนักงาน กศน.จ.ศรีสะเกษ”
นายอิทธิเดช สุพงษ์ ดำเนินรายการ
วิทยากรโดย
- ว่าที่ร้อยตรีสมปอง วิมาโร ผู้อำนวยสำนักงาน กศน.จ.ศรีสะเกษ
- ปิติคลอ จักขุพันธ์ ผู้อำนวยการ กศน.อ.ไพรบึง ( อดีต ผอ.กศน.อ.บัวศรีสุวรรณ ) จ.ศรีสะเกษ
- นายสุวรรณ โสดา นายก อบต.อีเซ อ.บัวศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ
- พรศรี ไชยบุตร อาสายุวกาชาดนอกโรงเรียน อ.บัวศรีสุวรรณ
ยุวกาชาดนอกโรงเรียน เป็นได้ทั้งหญิงและชาย ไม่จำกัดอายุ ( ถ้าในโรงเรียนอายุไม่เกิน 25 ปี ) เป็นการรวมกันของ ยุวกาชาด + งาน กศน.+ การบริการชุมชน โดย กศน.จ.ศรีสะเกษ จัดกิจกรรมนี้มาตั้งแต่ปี 2545 มุ่งให้นักศึกษามีความรักสันติสุข รักษาสุขภาพอนามัยของตนเองและผู้อื่น รวมทั้งเผยแพร่อุดมการณ์ของยุวกาชาด มีคุณธรรมจริยธรรมเป็นคนดีของสังคม มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองชุมชนสังคม สอดคล้องกับงานการศึกษานอกระบบและงานการศึกษาตามอัธยาศัย ทั้ง กศ.ขั้นพื้นฐาน การพัฒนาทักษะชีวิต และการพัฒนาสังคมฯ ผอ.กศน.ทุกอำเภอ ได้รับการอบรมยุวกาชาด เป็นเครื่องมือในการพัฒนานักศึกษาต่อเนื่องมา 8-9 ปี หลายคนเป็นวิทยากรระดับชาติ ( ยุวกาชาด สังกัดสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย สนับสนุนงบประมาณ-คู่มือการอบรม-ผ้าผูกคอพระราชทานหลักสูตร 4 วัน-เกียรติบัตร-เข็มเชิดชูเกียรติ นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเหล่ากาชาดจังหวัด และการช่วยประชาสัมพันธ์โดยท่าน ผวจ. )
หลังจากอบรมครูและผู้บริหารให้เป็นวิทยากรยุวกาชาด แล้วนำหลักการยุวกาชาดไปอบรมเยาวชนให้มีจิตอาสาและอุดมการณ์ยุวกาชาด ( ดี เก่ง รอบรู้ สุขภาพดี เป็นที่พึ่งพาได้ )
วัตถุประสงค์ของยุวกาชาด เหมือนกันทั่วโลก คือ
1. เพื่อให้เกิดความสันติสุขและอนามัยที่ดี
2. เพื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม
3. เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดี
บูรณาการกับหลักสูตร กศ.ขั้นพื้นฐาน เข้าไปในส่วนของ กพช. เมื่อนักศึกษาผ่านการอบรมหลักสูตรอาสายุวกาชาดพื้นฐาน ( มีทั้งหลักสูตร เข้าค่าย 2 วัน, 3 วัน, 4 วัน แบบค้างคืน และไม่ค้างคืน ) จะให้สมัครเป็นสมาชิกชมรมยุวกาชาด ชมรมฯมีกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง เช่น การบริจาคโลหิตทุก 4 เดือน, ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ( เป็นกิจกรรมหลัก ), การคัดกรองสุขภาพ, ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ฯลฯ มีชมรมฯอย่างน้อย กศน.อ.ละ 1 ชมรม ( ชมรมได้รับโล่รางวัลจากสภากาชาดไทยหลายรางวัล )
บทบาทหน้าที่ของอาสายุวกาชาดนอกโรงเรียน ( อาจเรียกว่าอาสากาชาดนอกโรงเรียน )
1. ทำตนเป็นประโยชน์ต่อ ชุมชน สังคม ทำงานร่วมกับผู้อื่นเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีในชุมชน ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
2. แสวงหาความรู้เพื่อดำรงชีวิตร่วมกับผู้อื่นในชุมชนอย่างมีความสุข อยู่ดีกินดี รู้จักรักษาสุขภาพอนามัย มีความเมตตาและมนุษยธรรม
3. เข้าร่วมกิจกรรม ให้ความร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานของรัฐอย่างต่อเนื่อง
4. ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานในชุมชน เช่น โรงเรียน อบต. สถานีอนามัย ผู้ใหญ่บ้าน อสส. อสม.
ตำบลอีเซ มีผู้สูงอายุ 364 คน ทุกเดือนจะมารวมตัวกันที่วัด กศน.จัดกิจกรรมนันทนาการและให้ความรู้ สถานีอนามัยคัดกรองสุขภาพ นศ.กศน.ที่เป็นอาสายุวกาชาด จะเป็นอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้านด้วย บางคนเป็นอาสาสมัคร กศน.ด้วย เป็นอาสาสมัครส่งเสริมการอ่านด้วย อบต.แจกเบี้ยยังชีพ บางครั้งให้นักเรียนในโรงเรียนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้สูงอายุ
รายการสายใย กศน. วันที่ 14 มิถุนายน 2553
เรื่อง “การศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 วิธีเรียนทางไกล”
นายอิทธิเดช สุพงษ์ ดำเนินรายการ
วิทยากรโดย
- นายบุญส่ง คูวรากุล ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาทางไกล
- วิไล แย้มสาขา หัวหน้าส่วนจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สทก.
- บุษบงค์ รักเรียน หัวหน้าส่วนส่งเสริมและพัฒนาเครือข่าย สทก.
- นายทองจันทร์ กันธิยะ หัวหน้าส่วนทะเบียนและบริการ สทก.
การเปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากหลักสูตร 2544 เป็น 2551 ทำให้นักศึกษาใหม่ภาคเรียนนี้ต้องเรียนหลักสูตรใหม่ ส่วนนักศึกษาเก่ายังเรียนตามหลักสูตรเดิม หลักสูตรใหม่เรียนเป็นรายวิชาและมีวิชาเลือก วัดผล 60 : 40 ระดับประถม รวม 48 หน่วยกิต ( บังคับ 36, เลือก 12 ), ม.ต้น รวม 56 หน่วยกิต ( บังคับ 40, เลือก 16 ), ม.ปลาย รวม 76 หน่วยกิต ( บังคับ 44, เลือก 32 )
สถาบันการศึกษาทางไกล ( สทก. ) ได้พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาแล้ว โดยพัฒนารายวิชาเลือกเน้นการศึกษาต่อ มีทั้งรายวิชาบังคับเลือกและเลือกเสรี อยู่ในสาระความรู้พื้นฐาน กับสาระการพัฒนาสังคม ( ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศาสนา ) รวม 109 รายวิชา ( ภาคเรียนหน้ามีแผนจะพัฒนารายวิชาเลือกในสาระอื่น ) ขอรหัสรายวิชาไว้เรียบร้อยแล้ว จะเผยแพร่บนเว็บไซต์ สทก. ที่ www.dei.ac.th สื่อรายวิชาเลือกจะพัฒนาเป็นชุดการเรียนทางไกล ( สื่อ+แบบฝึกหัดกิจกรรม+CD ภาคเรียนหน้าจึงจะเริ่มมีวิชาเลือก ) ส่วนวิชาบังคับใช้สื่อของกองพัฒนา กศน. แต่ทำคู่มือการเรียนด้วยตนเองประกอบสื่อ ( Pre-Post test กิจกรรม เฉลย สรุปย่อสาระ )
ทำระเบียบการวัดผลประเมินผลใหม่ วัดผลระหว่างภาคด้วยข้อสอบอัตนัย 60 คะแนน ปลายภาคต้องได้อย่างน้อย 10 คะแนนจาก 40 คะแนน ( ดูระเบียบได้ที่เว็บไซต์ สทก. ), ระเบียบการเบิกจ่ายงบประมาณ อนุมัติให้ใช้อัตราเดิม เพียงเปลี่ยนคำจากหมวดวิชาเป็นรายวิชา เปลี่ยนคำว่าอาจารย์ที่ปรึกษาประจำหมวดวิชา เป็นครูที่ปรึกษาประจำรายวิชา
หลักสูตรใหม่ แบบทดสอบอัตนัยเทคโฮล์ม จะเป็นการวัดผลระหว่างภาค บันทึกผลการตรวจข้อสอบภายในเดือนกรกฎาคม 2553 ถ้าคะแนนรวมไม่ผ่านให้สอบซ่อม ปลายภาคใช้ข้อสอบกลุ่มพัฒนาฯ
มีการเทียบโอนกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ให้ทั้ง ทหารกองประจำการ ทหารประจำการ และอาสาสมัครทหารพราน ( เดิมให้เทียบโอนเฉพาะทหารกองประจำการ ) ได้ทำหลักสูตรวิชาเลือกสำหรับการเทียบโอนไว้แล้ว ดาวน์โหลดได้ที่เว็บ สทก.
การสมัครเรียน สมัครได้ทั้ง ด้วยตนเอง, สมัครทางไปรษณีย์ ( โทร.ขอใบสมัคร ), และทางหน้าเว็บไซต์ ( ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ) โดยมี คู่มือนักศึกษา + ปฏิทิน ( กำหนดการเรียน) + บัตรประจำตัวนักศึกษา + แบบตอบรับ ส่งให้นักศึกษา ให้นักศึกษาที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล มารับการปฐมนิเทศ ส่วนผู้ที่มาไม่ได้และผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด จะส่ง VCD การปฐมนิเทศไปให้ รวมทั้งขึ้นไว้ที่หน้าเว็บ การสอบปลายภาคสำหรับผู้ที่อยู่ไกล จะฝากสอบที่ต่างจังหวัดเหมือนเดิม นักศึกษาเก่าที่ย้ายที่อยู่ไม่ควรให้ลาออก แต่ให้ฝากเรียนหลักสูตรเก่าต่อ
ปัญหาที่พบบ่อยคือ นักศึกษาเปลี่ยนที่อยู่หรือระบุที่อยู่ไม่ชัดเจน, หายไปโดยติดต่อไม่ได้ เปลี่ยนทั้งที่อยู่เปลี่ยนทั้งหมายเลขโทรศัพท์ จดหมายข่าวถูกตีกลับ 10-15 % ( ถ้าเปลี่ยนไปเรียนที่อื่น ขอให้ลาออกจาก สทก. ด้วย ), นักศึกษาไม่เก็บรวบรวมผลการเรียนแต่ละภาค, ไม่ลงทะเบียนเรียนแต่ละภาคภายในเวลาที่กำหนด, ไม่ติดต่อ สทก. ด้วยตนเอง ให้ผู้ปกครองที่ไม่รู้ข้อมูลติดต่อให้, ไม่นำบัตรไปในวันสอบ, เป็นผู้พิการแต่ไม่บอก
ปัจจุบันมีผู้เรียนกับ สทก. อยู่ในต่างประเทศ 21 ประเทศ รวมเกือบ 100 คน เรียนโดยวิธีออนไลน์ตลอด รวมทั้งการสอบ
อยากให้อาจารย์ช่วย ระบุ คำนำหน้านามผู้เป็นวิทยากร และผู้ดำเนินรายการด้วยค่ะ เพราะเมื่อนำไปรายงานจะได้สมบูรณืถูกต้อง
และเมื่อดูในรายการสดพิธีกรก็ไม่แนะนำให้ด้วยค่ะ
ในเมื่อพิธีกรเขาก็ไม่บอกคำนำหน้านาม แล้วผมจะรู้ได้อย่างไรล่ะครับ ถ้าเป็นผู้ชายผมก็ใส่ว่า "นาย" ไปเลย แต่ถ้าเป็นผู้หญิงผมไม่กล้าใส่ว่า "นาง" หรือ "นางสาว" เพราะกลัวพลาด
เป็นรายการที่ดีมากค่ะ แต่ไม่ค่อยมีเวลาดู
พออยากรู้ก็มาเข้าดูที่คุณเอกชัย สรุปไว้ขอบคุณค่ะ
ยินดีครับ แต่ที่ผมสรุปไว้นี่ มันเป็นแค่กระพีกเดียวนะ