อัลฮัมดุลิลละฮฺ (ขอบคุณพระเจ้า) ที่ทำให้ผมได้มีเวลามานั่งขัดเกลาฝึกขีดฝึกเขียนเรียบเรียงเรื่องราวแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านตัวอักษรอีกครั้งเพราะแต่ละวันสารวันพันเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ วิจัย และการพยายามนั่งเขียนบทความทั้งส่วนของทั่วไปและบทความวิจัยเผยแพร่ (แทบสลบเหมือดครับกลับมาในแต่ละวัน) แต่ก็อัลฮัมดุลิลละฮฺกับการงานที่กำลังดำเนินอยู่ทุกๆเรื่องราวหนักบ้างเบาบ้างมันก็คือชีวิตจริง...ตอนนี้ก็รอลุ้นตีพิมพ์บทความวิจัย วาสารของ ม.ศรีปทุม ซึ่งอยู่ในกระบวนการอยู่ครับ ขอให้ผ่านพ้นด้วยดี


    วันนี้หลังจากได้อ่านหนังสือเล่มเล็กๆแต่องค์ความรู้ที่ได้รับไม่เล็กเลยเล่มหนึ่งที่ผมวางอยู่ข้างกายไว้เตือนสติและเรียนรู้ความถูกต้องในแนวทางของศาสนา ผมมักหยิบมันขึ้นมาอ่านเพื่อเติมเต็มความรู้แทบทุกครั้งที่ผมสงสัย

 

    หลายคนมักตั้งคำถามรวมทั้งตัวผมเองก็เคยตั้งคำถามกับตัวเองพร้อมกับถูกตั้งคำถามมากกมายกับการงานที่ดำเนินอยู่ในแต่ละวันว่า งานต่างๆที่มีมากมาย สุดท้ายจะไม่ได้ดีสักอย่าง อย่างที่เขียนบอกล่าวในบันทึกที่ผ่านๆมาว่าสไตล์ของผมยิ้มรับกับทุกคำตักเตือน ผมเริ่มเรียนรู้บททดสอบนี้พร้อมกับบอกตัวเองว่านี่คือบททดสอบที่เราต้องผ่านพ้นมันไปให้ได้สำหรับการงานที่หลายคนมักบอกตัวเองว่าล้นมือ  แต่บทเรียนที่ผมได้รับผมมองว่าหากเราตั้งใจใช้ความพยายาม(ใช้ใจ)ให้สุดกำลังความสามารถ แล้วเรียนรู้ข้อผิดพลาดพร้อมพัฒนาจุดแข็งที่มีอยู่เรื่องราวต่าๆก็อาจผ่านพ้นได้ด้วยความหวังและดุอาอฺ (พระเจ้าเท่านั้นที่ทรงเป็นผู้ประทานความสำเร็จ) ผมจึงเห็นด้วยกับท่าน ผอ.สำนักบริการการศึกษา  มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา(อาจารย์จารุวัจน์ สองเมือง) ที่ได้เขียนบันทึกเรื่อง "กำลังคน กำลังพอ"

          เพราะเมื่อเราอ่านบันทึกนี้จบเราจะพบความจริงที่เรามิอาจปฏิเสธได้เลยกับย่อหน้าสุดท้ายของบันทึกนี้ของท่านอาจารย์ที่ว่า "ผมยังนึกไปถึงสมัยท่านรอซูล (ซ.ล) ครับ ผมจำไม่ได้เลยว่า มีครั้งไหนบ้างในการทำสงครามที่ท่านรอซูล (ซ.ล) จะมีกองกำลังที่มากกว่าศัตรู แต่ที่จำได้ชัดๆ น้อยกว่าและชนะอย่างสม่ำเสมอ และประการสำคัญ ความพ่ายแพ้สำคัญในสงครามอูฮูด ไม่ได้เกิดจากสาเหตุคนน้อยกว่าศัตรู แต่เกิดจากคนไม่มีวินัย ขาดความรับผิดชอบ และไม่เชื่อฟัง"  บทเรียนในประวัติศาสตร์ครั้งนี้เป็นบทเรียนที่น่าขบคิดในสถานการณ์ปัจจุบันหลายๆเรื่อง สิ่งที่ผมกำลังจะนำเสนอก็คือว่า ผมมองว่า "การจัดการความรู้กับการบริหารจัดการองค์กร" ยังไงก็ต้องไปควบคู่กันแต่สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่ากำลังคนจะมีมากน้อยเพียงใด (ในบางครั้งบางสถานการณ์) สำคัญอยู่ที่ว่าเพื่อนร่วมงานที่ดีที่มีอยู่เป็นเช่นไรซึ่งเรามักมองข้ามสิ่งนี้ไป

       "ผู้ที่นั่งร่วมสนทนาที่ดีที่สุดสำหรับพวกท่าน คือผู้ที่ท่านเห็นเขาแล้วทำให้พวกท่านรำลึกถึงอัลลอฮฺและคำพูดของพวกเขาทำให้พวกท่านปฏิบัติการงานที่ดีเพิ่มขึ้นและการปฏิบัติของเขาทำให้พวกท่านนึกถึงโลกอาคิเราะฮฺ ... รายงานโดยติรมีซีย์

          จะเห็นว่าหากการงานที่เรากำลังทำงานอะไรสักอย่างหนึ่งที่ประดังถาโถมเข้ามา (ในความคิดของเรา) ลองหันมองดูรอบๆข้างว่าผู้คนที่อยู่รอบข้างของเราเป็นอย่างขอ้ความข้างต้นหรือไม่หากเขาเหล่านั้นที่ยังอยู่รอบข้างเรายังคงเป็นแบบนี้อยู่ก็อัลฮัมดุลิลละฮฺเถอะครับเพราะอย่างน้อยๆความเหนื่อยล้าที่เรากำลังเผชิญอยู่มันก็เป็นความสุขที่มิใช่ความสุขในนิยายแต่คือความสุขในชีวิตจริงบนความท้าทายแห่งบททดสอบ

          เพราะฉะนั้นหากเราตั้งใจมั่นกับการงานที่ได้รับมีเพื่อนร่วมงานที่ดีก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วหละครับเว้นเสียแต่ความจริงที่ว่าเราจะยอมแพ้และอ่อนแอกับบททดสอบเสียเอง... วัลลอฮฺอะลัม

             ขอจบบันทึก... "กำลังคนที่พอ กับ ผู้คนรอบข้าง ):  แม้เหนื่อยหน่อยแต่ก็ไม่ใช่ความสุขในนิยาย"  ไว้เพียงแค่นี้ก่อนนะครับขอผู้รู้โปรดชี้แนะด้วยครับเสียงเล็กๆพร้อมเรียนรู้ทุกเรื่องราวคำนำแนะตักเตือนครับ

๑๓  มิ.ย. ๕๓ / ๑๐.๓๔ น.