สำหรับพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช กองบรรณาธิการเอง ก็เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านการทำงานข่าวสารที่น่าจะไวกลับล่าช้าลงไปอีก เพราะคนทำงานและช่วยประสานจัดการน้อยลงมากๆ กว่าสื่อจะเข้าโรงพิมพ์ กว่าจะนำออกจัดส่งได้ หมดเวลาไปเดือนกว่าๆ อย่างไรก็ตาม หลายคนและหลายฝ่ายต่างจับตามอง ในการเป็นสื่อ ว่าจะเจาะ ล้วง ลึก ข่าวสารให้พี่น้องเพื่อเฝ้าระวังติดตามโครงการขนาดใหญ่ได้ขนาดไหน

บทบรรณาธิการ ฉบับที่ ๔

ที่มา ศูนย์ข่าวพลเมืองฅนคอน ปีที่ 1 ฉบับที่ 4    1 เมษายน – 30 เมษายน  53

        เมษายน หน้าร้อน

        เหตุบ้านการเมือง รัฐบาล นปช. เสื้อหลากสี และอีกหลายกลุ่มสร้างสีสันแห่งประชาธิปไตย จน หลายฝ่ายเกรงว่า จะก่อเกิดสงครามกลางเมือง  แต่เกมส์นี้ท่าทางบอกว่ารัฐบาลน่าจะชนะเพราะว่า นิ่ง สงบ ตั้งรับแบบรุกทางมวลชน จนเหมือนกับว่า รัฐบาลไม่ทำอะไรเลย แต่ชั้นเชิงแบบนี้แหละที่ทำให้กลุ่มเสื้อแดง เต้นเป็นเจ้าเข้า เพราะเจาะทะลวงรัฐบาลไม่ได้ อีกทั้งกลุ่มเสื้อแดง ยังตีกรอบพื้นที่ต่อสู้ของตัวเองให้แคบลงไปอีก

        สำหรับพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช กองบรรณาธิการเอง ก็เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านการทำงานข่าวสารที่น่าจะไวกลับล่าช้าลงไปอีก เพราะคนทำงานและช่วยประสานจัดการน้อยลงมากๆ กว่าสื่อจะเข้าโรงพิมพ์ กว่าจะนำออกจัดส่งได้ หมดเวลาไปเดือนกว่าๆ อย่างไรก็ตาม หลายคนและหลายฝ่ายต่างจับตามอง ในการเป็นสื่อ ว่าจะเจาะ ล้วง ลึก ข่าวสารให้พี่น้องเพื่อเฝ้าระวังติดตามโครงการขนาดใหญ่ได้ขนาดไหน

        เชฟรอนหลังเวทีอีไอเอล่ม ทีท่าว่าจะเงียบแต่กลับรุกใหม่ โดยใช้ทีมงานดอดลงพื้นที่อีกระลอก ใช้ ทีม “สถาบันพัฒนาประชากร”  แว่วมาว่าทำงานแบบข้อมูลซึมลึกลงมาทีเดียว ตราบใดที่ทุนยังอยู่เหนือบางสิ่งบางอย่าง คนในพื้นที่ก็ต้องตั้งรับและเท่าทัน  ข่าวดีหน่อยที่หน่วยงานระดับโลกที่ติดตามกระบวนการทำงานของเชฟรอนจะมีการสัมมนาที่อเมริกา เพื่อบอกว่าเชฟรอนไปทำอะไร เกิดผลกระทบที่พื้นที่ไหนบ้าง กลุ่มศึกษาการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีก็เขียนบทความเป็นภาษาอังกฤษไปลงในวารสารเพื่อร่วมติดตามการทำงานอีกแรงหนึ่ง ฉบับนี้จึงขอลงเป็นภาษาอังกฤษ ตามต้นฉบับที่เอาไปลง และพี่น้องไม่ต้องถามว่าเนื้อหาแปลว่าอย่างไร เพราะบรรณาธิการเองก็แปลไม่ออกพ่ะย่ะค่ะ ลงเพื่อให้รู้ว่า การติดตามเรื่องนี้ มีการติดตามและต่อสู้ จาก ต.กลาย ถึง ต้นขั้วที่อเมริกาเลยทีเดียว

        เดือนนี้ทั้งเดือนพี่น้องในจังหวัดนครศรี ที่ต่อสู้เรื่องสิทธิชุมชนได้รับเชิญไป กทม.หลายครั้ง เพื่อเข้าร่วมประชุมสัมมนาต่างๆ ทั้งเรื่องสิทธิ ปฏิรูปประเทศไทย หรือติดตามโครงการขนาดใหญ่ร่วมกับพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศ อีกทั้งเตรียมการขึ้นศาล กรณีพี่ด้วง หรือนายปิติพงษ์ คิดการเหมาะ ถูกนายอำเภอฟ้องดูหมิ่นเจ้าพนักงาน เตรียมเรื่องทนาย พยาน ขวัญกำลังดีเยี่ยม หลังจากขึ้นศาลเสร็จแล้ว ฉบับหน้าจะลงบรรยากาศให้พี่น้องได้รับรู้  ที่ไปที่มาอย่างละเอียด

        พื้นที่ตำบลท่าศาลาเอง ในนามของเครือข่ายปกป้องและคุ้มครองสุขภาวะจากผลกระทบ จับมือกับ เครือข่ายสวัสดิการชุมชน จั้งตั้งกองทุนสวัสดิการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย หลังจากถกเรื่องความคิด ต้นเดือนมิถุนายนนี้ จะเปิดทำการ

        นอกจากนี้ เครือข่ายสิทธิชุมชนและเอ็นจีโอทั่วภาคใต้ มีการสัมมนาในการยกเครื่องชน กับโครงการขนาดใหญ่ที่ทยอยทะลักลงมาภาคใต้ สรุปว่าจะต่อสู้แบบยกแผง เอาทั้งนักการเมืองท้องถิ่น สส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดสมัชชาใหญ่ เพื่อบอกเสียงดังๆว่าภาคใต้บ้นเราจะไปในทิศทางไหน

        ทีม อวตาร ภาคใต้ เริ่มระดมกลุ่มต่างๆแล้ว งานนี้สรุปตรงกันว่า แตกหัก และเอาจริง หลังจากปรับจูนความคิด และหาทิศทางระดับภาคที่ลงตัว

        เราคนนคร เราคนภาคใต้ เราคนไทย ต้องกำหนดอนาคตตัวเองได้