ปะการังฟอกขาวฝั่งอ่าวไทย วิกฤตหนักซ้ำหอยมือเสือ ฟอกขาวด้วย

 

 

           นักวิชาการเตือนชะลอการท่องเที่ยวในพื้นที่ปะการังฟอกขาว  เพื่อรอเวลาให้ปะการังฟื้นตัว  เผยปีนี้วิกฤตหนัก  โดยเฉพาะสัตหีบ ชลบุรี  สำรวจพบการฟอกขาวกินพื้นที่ 50-70% ของแนวปะการังทั้งหมด  ซ้ำยังเกิดฟอกขาวในหอยมือเสือด้วย

           ผศ.ดร.สุชนา  ชวนิชย์  ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล  คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และนักวิจัยด้านปะการังโครงการ BRT เปิดเผยหลังจากการลงพื้นที่สำรวจแนวปะการังในบริเวณอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ว่าพบปะการังมีการฟอกขาวจำนวนมากประมาณ 50-70% ของแนวปะการังทั้งหมด  ซึ่งนับเป็นการเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวที่กินพื้นที่มากที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในทะเลฝั่งอ่าวไทย

           “ทีมวิจัยได้มีการศึกษาและติดตามสถานการณ์ปรากฏการณ์ฟอกขาวปะการังอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มเกิดปะการังฟอกขาวขึ้นที่แนวปะการังอันดามันและติดตามมาด้วยพื้นที่ในทะเลฝั่งอ่าวไทยเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั้น  พอว่าการฟอกขาวของปะการังในบริเวณอำเภอสัตหีบ  มีการขยายพื้นที่มากขึ้น  และเกิดขึ้นกับแนวปะการังทุกแห่งในบริเวณดังกล่าว  จากเดิมที่มักจะมีการฟอกขาวเป็นหย่อมๆ เท่านั้น  นอกจากนี้ยังเกิดการฟอกขาวขึ้นในหอยมือเสืออีกด้วย”

           ผศ.ดร.สุชนา  กล่าวต่อว่า  จากกการวิเคราะห์ปัจจัยการเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว  ดาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากอุณหภูมิของน้ำทะเลที่ขึ้นสูงกว่าปกติ  จากเดิมที่มีอุณหภูมิ 30-31 องศาเซลเซียส ขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 32-33 องศาเซลเซียส  โดยอาจจะเป็นผลมาจากอากาศที่ค่อนข้างร้อนจัดในช่วงที่ผ่านมา  หรืออาจมีกระแสน้ำที่อุ่นพัดเข้ามาในอ่าวไทย  ซึ่งเป็นสาเหตุเดียวกับการเกิดปรากฏการณ์ฟอกขาวในทะเลฝั่งอันดามัน

           “อุณหภูมิน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผงให้สาหร่ายซูแซนเทลลีที่อาศัยอยู่ในปะการังและทำให้ปะการังมีสีสันหนีออกมาจากปะการัง  ทำให้ปะการังกลายเป็นสีขาว เช่นเดียวกับกรณีของหอยมือเสือ  ซึ่งเป็นหอยที่มีสาหร่ายซูแซนเทลลีฝังตัวอยู่ในเนื้อเยื่อของหอย  เมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น  สาหร่ายชนิดนี้จะทนอยู่ไม่ได้และหนีออกมาจากเนื้อเยื่อหอย  ทำให้เนื้อเยื่อหอยกลายเป็นสีขาว”

           อย่างไรก็ดี  เมื่อเกิดการฟอกขาวแล้ว  ปะการังจะยังไม่ตายทันที  แต่จะอ่อนแอและมีชีวิตอยู่ได้อีก 2-3 สัปดาห์  หากอุณหภูมิน้ำทะเลหรือสภาพแวดล้อมกลับคืนสู่สภาพปกติ  ปะการังจะสามารถปรับสภาพและฟื้นตัวได้  ดังนั้น  หากในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าอากาศมีอุณหภูมิลดลง หรือมีฝนตกลงมาเล็กน้อยจะช่วยให้อุณหภูมิน้ำทะเลลดลง  และมีโอกาสที่ปะการังจะกลับมามีชีวิตและสีสันได้อีกครั้ง  นอกจากนี้  สำหรับในพื้นที่ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว  ควรลดหรืองดกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเล  เพื่อช่วยลดมลพิษที่จะถูกปล่อยลงสู่ทะเล และให้เวลาปะการังในการฟื้นตัวกลับคืนสู่สภาพเดิม

ที่มา www.vcharkarn.com