“ยายมากับใคร” ? เสียงเภสัชกรถาม หลังจากเรียกชื่อยายเปลี่ยวมารับยา
“มากับลูกสาว มันคอยอยู่ข้างนอก”
“เวลากินยาให้ลูกช่วยดูให้นะ ยายายมีหลายอย่างหลายโรค กินไม่ถูก เดี๋ยวน้ำตาลก็ไม่ลด ความดันก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีก” เภสัชกรแนะนำหลังจากอธิบายวิธีการกินยาให้ยายเสร็จแล้ว
ยายแก่ๆ ริ้วรอยบนใบหน้าบ่งบอกว่าอยู่บนโลกนี้มานานแล้ว ผมหงอก... ตาที่มองไม่ค่อยเห็น... มือที่ยื่นมารับยานั้นสั่นเทาเหมือนลูกนกเปียกน้ำ... สีหน้าวิตกกังวล... แล้วบ่นออกมาคนเดียวว่า “ยามากอีตาย กินกินไปพันนั้นแหละ ถูกผิดก็ตามใจมันแหละ”
“พี่ทิพย์ พี่ช่วยไปดูยายเปลี่ยวแกที่บ้านหน่อยนะ วันนี้แกไม่เอายาความดันเลย แกบอกว่ามีแล้ว” เภสัชกรบอกฉัน หลังจากเสร็จคลินิกเบาหวานแล้ว พร้อมกับยาความดันของยายเปลี่ยวหนึ่งถุง
เย็นวันนั้นหลังจากเลิกงานแล้ว ฉันไปเยี่ยมยายเปลี่ยวที่บ้าน ยายเปลี่ยวนั่งอยู่ในกระท่อมหลังเก่า...หลังคามุงจาก... บันไดไม้กลมผุๆ... ซึ่งไม่รู้ว่ามันจะหักพังลงวันไหน ฉันไปถึงยายเปลี่ยวกำลังจะกินยาพอดี พอฉันเห็นยาในมือที่ยายเปลี่ยวกำลังจะกินแล้วก็ใจหายใจคว่ำ อนิจจา...
“ยาย ทำไมยาถึงได้เยอะอย่างนี้ล่ะคะ ความจริงแล้วยามื้อเย็นที่ยายต้องกิน มันมีแค่สองสามเม็ดเองไม่ใช่หรือคะ”
“โอ้ย! ยายขี้เกียจกินวันละหลายๆ หน ก็เลยกินมันพร้อมกันหมดทุกมื้อ วันละครั้งเดียวก็พอแล้ว” ฉันได้ยินยายเปลี่ยวพูดแล้วหัวใจแทบแตกสลาย พร้อมกับอุทานว่า
“ตายแล้ว! ยายทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ เพระยาแต่ละชนิด มันออกฤทธิ์ในแต่ละช่วงเวลาไม่เหมือนกัน ไม่งั้นเค้าไม่แยกให้กินหรอก ตัวนี้ต้องกินตอนเช้า ตัวนี้ต้องกินตอนเย็น แล้วตัวนี้ก็กินก่อนนอน ไม่ได้การแล้ว ถ้ายายยังกินยาแบบนี้อยู่อีก อันตรายนะคะ”
“ยาย ยายฟังนะ ความจริงยายายมีหลายตัวก็จริง แต่ถ้ายายกินตามที่หมอสั่ง มื้อนึงยายจะกินยาแค่สองสามเม็ดเองนะ” ฉันพยายามอธิบายให้ยายแกเข้าใจว่า ทำไมยาแต่ละตัวถึงกินไม่พร้อมกัน และผลจากการกินยาผิดเวลาเป็นอย่างไร ฉันบอกให้ลูกสาวยายช่วยดูแลเรื่องการกินยาให้ แต่ลูกสาวแกบอกว่า ยายแกไม่เชื่อ เพราะเคยบอกหลายครั้งแล้ว แกก็ไม่ฟัง ก็เลยปล่อยเลยตามเลย
ฉันกลับบ้านพร้อมทั้งครุ่นคิดมาตลอดทางว่า จะทำยังไงให้ยายเปลี่ยวหยิบยากินเองถูก ขณะที่ฉันกำลังขายของอยู่ ก็หันไปเห็นกระป๋องยาเปล่าๆ ที่เก็บมาจากโรงพยาบาล เพื่อเอากลับมาใส่ปุ๋ยกล้วยไม้ ปิ๊ง! ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในสมองทันที
ตอนเย็นของวันต่อมา ฉันไปเยี่ยมยายเปลี่ยวอีกครั้ง พร้อมด้วยกระป๋องยาเปล่าสี่ห้าใบ ไว้สำหรับให้ลูกสาวของยายเปลี่ยว จัดยาให้ยายเปลี่ยวตอนเช้าทุกวัน “ยาย นี่ยาเบาหวาน ยาความดัน ยาลดไขมันในเลือด ยาป้องกันเส้นเลือดอุดตัน หนูแยกให้เป็นขวดๆ แล้วนะ” ฉันพูดพร้อมกับตั้งใจจัดยาเป็นมื้อๆให้ยายเปลี่ยว
“พอถึงมื้อ...ยายก็หยิบมา 1 กระป๋อง กินพร้อมกันเลย กระป๋องนี้กินก่อนอาหารเช้า อันนี้หลังอาหารเช้า อันนี้หลังอาหารเที่ยง อันนี้หลังอาหารเย็น เขียนไว้ให้ตัวโตๆ แล้วนะจ๊ะยาย” “จ้ะ” ยายดีใจตอบรับฟังอย่างตั้งใจ แต่ก็ยังแอบบ่นเบาๆ ว่า “ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะที่ต้องมาจัดยาให้กิน”
ก่อนกลับฉันกำชับยายอีกที “ยายอย่าลืมกินยาตามที่แยกไว้ให้นะ แล้วหนูจะมาเยี่ยมยายใหม่” น้ำใสๆ ที่เกือบล้นเอ่อในดวงตายายเปลี่ยว มันทำให้ฉันเหมือนได้ทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ถึงฉันจะเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ธรรมดาคนหนึ่ง แต่ก็สามารถช่วยเหลือคนๆ นึง ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับฉันเลยทีเดียว
อีกหนึ่งเดือนต่อมา... ฉันเดินผ่านคลินิกเบาหวาน ก็ได้ยินเสียงเรียกของยายเปลี่ยว “ลูกหมอ ลูกหมอ ตอนนี้ยายกินยาถูกแล้ว วันนี้หมอบอกว่าน้ำตาลยายลดลงจากรอบที่แล้วเยอะเลย ความดันก็เหมือนกันไม่สูงเหมือนรอบที่แล้ว ว่างๆ ก็ไปเที่ยวบ้านยายบ้างนะ”
“จ้ะ ยาย” ฉันตอบรับพร้อมกับยิ้มแก้มปริ ความสุขเบ่งบานในหัวใจไปทั้งวัน...
นางสุทิพย์ ฮ่องสาย
ฝ่ายเภสัชกรรมชุมชน โรงพยาบาลละงู
มาให้กำลังใจคนทำดี ทำต่อไปนะคะ
บุญก็คือความสุขความปิติที่คุณได้รับจากการช่วยคน
ยายโชคดีมากเลยค่ะที่มีพี่ทิพย์ดูแลถึงบ้านแบบนี้ จริงๆแล้งยังมีผู้สูงอายุอีกเยอะมากท่ีกินยาเอง แล้วกินไม่ถูก ลูกหลานไม่ได้ดูแล มาโรงพยาบาล แพทย์ พบาบาล เภสัช ก็สอนสอน แล้วก็จบ ซึ่งไม้ได้แก้ปัญหาเลย
ยายโชคดีมากเลยค่ะที่มีพี่ทิพย์ดูแลถึงบ้านแบบนี้ จริงๆแล้งยังมีผู้สูงอายุอีกเยอะมากท่ีกินยาเอง แล้วกินไม่ถูก ลูกหลานไม่ได้ดูแล มาโรงพยาบาล แพทย์ พบาบาล เภสัช ก็สอนสอน แล้วก็จบ ซึ่งไม้ได้แก้ปัญหาเลย
น่าทึ่งมากครับ
คิดได้ไงเนี่ย เก่งจังเลยนะเจ้
นี่คือการดูอย่างอย่างต่อเนื่องจริงๆ เก่งจังนะพี่สาว...ตัวแค่นี้