การฆ่าตัวตายของวัยรุ่น…ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
การฆ่าตัวตายของวัยรุ่น มักจะเกี่ยวข้องกับวิกฤติในชีวิตที่ค่อนข้างรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการมีภาวะโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว ปัญหาแฟนบอกเลิก ผลการเรียนการสอบตกต่ำหรือโดนพ่อแม่หรือครูที่เขารักดุด่า ก็อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กวัยรุ่นบางคนฆ่าตัวตายได้ ผู้ใหญ่มักตกใจเมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้น เพราะพวกเขาคิดว่าปัญหาที่วัยรุ่นพบเป็นเรื่องเล็กที่ไม่น่าจะถึงกับคิดฆ่าตัวตายแต่สำหรับเด็กวัยรุ่นนั้นเขาคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับเขาและเรื่องเล่านี้อาจจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ไปทับถมความเครียดที่วัยรุ่นคนนั้นสะสมไว้มากพออยู่แล้วจนเขารับไม่ไหวอีกต่อไป
พ่อแม่ที่มีลูกเป็นนักศึกษาผู้ที่ดูภายนอกไม่มีปัญหา แต่จู่ๆก็ฆ่าตัวตายมักตกใจมากเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมลูกของตนซึ่งเป็นเด็กเรียนดีความประพฤติเรียบร้อยไม่มีอาการว่ามีปัญหาอะไรถึงขั้นอยู่ดีๆจะไปฆ่าตัวตายได้ ความจริงคือวัยรุ่นผู้นั้นมีปัญหาลึกๆอยู่แล้วแต่พ่อแม่อาจจะไม่ทราบ เพราะไม่ได้สังเกตลูกใกล้ชิดมากพอ หรือมีช่องว่างในการสื่อสารไม่สามารถสื่อสารกับลูกวัยรุ่นได้ดีพอ
ปัจจัยที่มีผลต่อความเครียดของวัยรุ่นมีทั้งเรื่องการหย่าร้างหรือการทะเลาะกันของพ่อแม่การถูกทำร้ายทางร่างกายหรือถูกทำร้ายทางเพศ การติดเหล้าหรือยาเสพติด การมีญาติหรือเพื่อนสนิทฆ่าตัวตาย วัยรุ่นคนที่มีการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพไปอย่างมากรวมทั้งถอนตัวออกจากสังคมไม่อยากสมาคมกับใครหรือเอาของที่ตนรักมากไปให้คนอื่น อาจจะเป็นสัญญาณว่าเขาหรือเธอเริ่มคิดถึงการจบชีวิตตนเอง
วัยรุ่นหลายคนพยายามฆ่าตัวตายโดยวิธีการที่ไร้เดียงสา และล้มเหลวไม่ตายจริงมีแนวโน้มที่ผู้ใหญ่จะมองว่าความพยายามฆ่าตัวตายแบบนี้เป็นการเรียกร้องความสนใจ เป็นอาการโรคประสาทชั่วครู่ซึ่งไม่ได้สำคัญเท่ากับการฆ่าตัวตายจริงๆ แต่นี่เป็นการมองที่ผิดพลาดทั้งวัยรุ่นที่เคยฆ่าตัวตายมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ และไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากพ่อแม่ผู้ใกล้ชิดมักจะกลายเป็นผู้ที่ทำพฤติกรรมฆ่าตัวตายซ้ำและทำได้สำเร็จ
พฤติกรรมที่เกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นคือการร้องขอความช่วยเหลือ ซึ่งผู้ใหญ่ต้องถือเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องขนาดคิดหรือพยายามที่จะฆ่าตัวตายนี้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ในฐานะเป็นเราเป็นครูหรือผุ้ปกครอง เราจะต้องขอคำปรึกษาจากแพทย์ จิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อหาทางออกให้กับวัยรุ่นกลุ่มนี้