GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

freedom and responsibility จาก open online

คนเราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนกระทำเฉพาะในกรณีที่เรามีทางเลือกอื่นที่จะกระทำ?
บทความของยอดมนุษย์หญิง(หรือเปล่า?)จาก http://www.onopen.com/
เห็นชื่อเว็บไซต์แนะนำในนิตยสารGM หลายเดือนแล้ว ยังไม่ได้เข้าไปดูสักที
ตอนที่เป็นนิตยสารopenเล่มๆ ก็ซื้อมั่ง ไม่ซื้อมั่ง..แล้วแต่ปก แล้วแต่เรื่อง
ตอนนี้เป็น openonlineแล้วก็ดีเหมือนกัน
หนังสือบางเล่มของสนพ.นี้ยังไม่เคยเห็น
ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ในบรรณพิภพด้วยซ้ำ
ร้านหนังสือตจว.ก็เงี้ย...
"30 วัน"เล่ม 2 ออกมาแล้วตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้เลย(ครั้งนี้เป็นเรื่องลอนดอน..)
อย่างที่คุณภิญโญบอกไว้  พื้นที่ขายเด่นๆมันจำกัดให้หนังสือบางเล่ม บางกระแสเท่านั้น
อยากอ่านหนังสือนอกกระแสเอง..อย่าบ่น!!
------------------------------------------------------------------------------
Living in a vat
ยอดมนุษย์หญิง


ความรับผิดชอบของพระเอก

เวลาบ่ายสองโมง ณ โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง

อาจารย์ยอดมนุษย์หญิงกำลังอธิบายเรื่องสัจธรรมของการเว้นวรรคอยู่อย่างเมามัน (วิชาภาษาไทยนะ ไม่ใช่วิชาอื่น) แต่แล้วก็เหลือบไปเห็น นักเรียนสองคน นิชา และ อมรา กำลังนั่งคุยกัน ไม่สิ พวกเธอกำลังถกเถียงอะไรบางอย่างกันอยู่

ยอดมนุษย์หญิงเดินเข้าไปถาม “พวกเธอคุยอะไรกัน ครูหวังว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับที่ครูสอนอยู่นะ”

นิชา และ อมราหยุดเถียงกันแล้วหันมาตอบยอดมนุษย์หญิง “เอ่อ ก็ใกล้เคียงนะคะ”

ยอดมนุษย์หญิง “เรื่องเว้นวรรคหรือเรื่องช่องไฟ”

นิชา และ อมรา “เรื่องหนังอ่ะค่ะ แหะๆ”

ยอดมนุษย์หญิงฉุนขาด หนังอะไรกัน มาแย่งความสนใจจากการสอนของเธอไปได้ ว่าแล้วยอดมนุษย์หญิงก็ขึ้นเสียง

“บอกมาเดี๋ยวนี้นะ ว่าเธอเถียงกันเรื่องอะไร” แล้วก็เงื้อมือขึ้น…

…ไปลากเก้าอี้ มานั่งฟังคำอธิบายของนักเรียนทั้งสอง

นักเรียนคนอื่นๆในห้องต่างก็มาร่วมฟังด้วยอย่างสนใจ

นิชา “คืออย่างนี้ค่ะ เมื่อวานหนูไปดูหนังที่บ้านอมรา เรื่อง infernal affair ในเรื่อง เหลียงเฉาเหว่ยเป็นตำรวจ แล้วปลอมตัวไปเข้าแก๊งโจรเพื่อสืบข้อมูล เค้าต้องทำตัวเนียน โดยการทำชั่วทุกอย่าง รวมทั้งขายยาเสพติด แต่เค้าทำไปตามหน้าที่นะคะ แล้วตอนหลังเค้าโดนยิงตาย”

อมรา “แล้วนิชาเค้าบอกหนูว่า หนังห่วย เพราะหนังให้พระเอกตายตอนจบ ทั้งๆที่พระเอกเป็นคนดีไม่ได้ทำอะไรผิด แต่หนูคิดว่า พระเอกทำผิดสิ เพราะเค้าขายยาเสพติด และทำชั่วตั้งหลายอย่าง เค้าสมควรตายแล้ว”

ยอดมนุษย์หญิง “อืม นิชา ทำไมเธอถึงคิดว่าพระเอกไม่ผิดล่ะ”

นิชา “ก็เค้าทำไปตามหน้าที่ เค้าจำเป็นนี่คะ เค้าไม่ได้อยากทำเอง”

ยอดมนุษย์หญิง “เค้าก็เลยไม่ควรต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เค้าทำงั้นหรือ”

นิชา “ใช่ค่ะ”

The principle of alternate possibility

ดูเหมือนว่านิชาจะเชื่อตาม หลักปรัชญาเรื่อง ‘The principle of alternate possibility’ ที่บอกว่า ‘A person is morally responsible for what he has done only if he could have done otherwise’ แปลได้ความว่า คนเราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนกระทำเฉพาะในกรณีที่เรามีทางเลือกอื่นที่จะกระทำ (หรือมีเสรีภาพในการกระทำ) เท่านั้น

ในกรณีนี้ นิชาคิดว่าพระเอกไม่มีอิสระในการกระทำของเขา เขาไม่ได้อยากทำ เขาทำไปด้วยหน้าที่บังคับ นิชาจึงไม่คิดว่าพระเอกสมควรต้องรับผิดชอบด้วยการถูกฆ่าตาย

หลักการนี้เป็นไปตามสามัญสำนึกปกติของเราที่มักเชื่อมโยงเรื่องของ ‘ความรับผิดชอบ’ ไว้กับ ‘เสรีภาพ’ อย่างหนาแน่น นั่นคือ อะไรก็ตามที่ทำไปโดยอิสระ เลือกทำเอง แปลว่าต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าทำไปโดยขาดอิสระ ไม่ว่าจะถูกบังคับ หรือ ทำด้วยความจำเป็น แปลว่าไม่ควรจะต้องรับผิดชอบ

Incompatibilism

Incompatibilism เป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับ The principle of alternate possibility คือบอกว่า ถ้ากระทำไปโดยอิสระ จึงจะต้องรับผิดชอบ แต่ถ้ามีปัจจัยบีบบังคับ ก็ไม่ต้องมีความรับผิดชอบ

Incompatibilism ให้ความหมายของ การกระทำเสรี ไว้ว่า เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นจากความคิดและการตัดสินใจของเราล้วนๆ โดยไม่ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยอื่นๆเลย นั่นคือ สภาพแวดล้อม ครอบครัว สังคม เรื่องราวในอดีต หรือ แม้แต่กฎเกณฑ์ธรรมชาติก็ไม่มีผลต่อเนื่องมาถึงการตัดสินใจของเรา (นี่คือการกระทำเสรีที่เรียกว่า origination)

นอกจากนิชาแล้ว ดูเหมือนว่าหลายๆคนก็จะให้ความหมายของการกระทำเสรีไว้อย่างนี้เช่นกัน หลายคนเชื่อว่าเขามีอิสระที่จะคิด จะตัดสินใจ จะทำ โดยไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น เขาคิดว่าเขาอยู่เหนืออิทธิพลจากทุกสิ่ง

ยอดมนุษย์หญิงถามนิชา “เพราะอะไรเธอถึงเชื่ออย่างนี้”

นิชา “หนูเชื่อของหนูเอง”

ยอดมนุษย์หญิง “วันนี้เธออยากกินอะไร”

นิชา “ข้าวขาหมูค่ะ”

ยอดมนุษย์หญิง “ทำไมอยากกินล่ะ”

นิชา “หนูอยากกินของหนูเอง”

ฟังๆดูแล้วเหมือนจะไม่แปลก แต่ก็แปลก คนเราจะอยู่เหนืออิทธิพลจากทุกสิ่งได้จริงหรือ แม้แต่อดีตก็ไม่มีผลต่อเนื่องมาถึงการตัดสินใจของเราเลยจริงหรือ ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว แม้ว่าวันนี้ทุกอย่างจะเหมือนเดิม พรุ่งนี้เราก็อาจจะตัดสินใจต่างจากวันนี้ก็ได้ และเราอาจจะหาคำอธิบายการตัดสินใจของเราไม่ได้เลย

ยอดมนุษย์หญิง “งั้นถ้าเธออยากกินข้าวขาหมูมาตลอด พรุ่งนี้เธออาจจะสั่งกระเพาะปลากินก็ได้ งั้นเหรอ?”

นิชา “ใช่ค่ะ”

ยอดมนุษย์หญิง “โดยไม่มีเหตุผล?”

นิชา “อืม ก็ตอนนั้นหนูอยากกินกระเพาะปลานี่”

ยอดมนุษย์หญิง “งั้นถ้าเธอเป็นหญิงแท้มาตลอด พรุ่งนี้เธออาจจะกลายเป็นทอมไปก็ได้ งั้นเหรอ”

นิชา “เอ่อ ก็คงได้มั้งคะ”

แม้ว่านี่จะเป็นแนวคิดที่ออกจะแปลกไปสักหน่อย แต่ก็แพร่หลายมาก โดยเฉพาะในโลกตะวันตกที่มักเชื่อว่า คนมีเสรีภาพไม่จำกัด

สำหรับแนวคิดนี้ ถ้าเราได้รับอิทธิพลจากสิ่งอื่นนอกเหนือจากตัวเราเอง จะถือว่าเราไม่มีเสรีภาพในการกระทำและเมื่อไม่มีเสรีภาพ เราไม่ควรต้องรับผิดชอบมัน

ยอดมนุษย์หญิง “เพราะอย่างนี้ เธอก็เลยคิดว่าพระเอกไม่มีเสรีภาพงั้นเหรอ”

นิชา “ใช่ค่ะ เพราะการกระทำของพระเอกเป็นไปโดยหน้าที่บังคับ (ได้รับอิทธิพลจากหน้าที่) เค้าไม่ได้มีอิสระ และเค้าไม่ควรต้องรับผิดชอบ”

ดังนั้น สำหรับแนวคิดนี้ พระเอกไม่ควรตาย

เมื่อได้คำตอบจากนิชาแล้ว ยอดมนุษย์หญิงหันไปถามอมราบ้าง

ยอดมนุษย์หญิง “อมรา ทำไมเธอถึงคิดว่าพระเอกสมควรตาย”

อมรา “ก็ถึงแม้เค้าจะทำไปตามหน้าที่ แต่เค้าเป็นคนตัดสินใจทำเองนี่คะ เค้าต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เค้าทำ”

ยอดมนุษย์หญิง “ถึงแม้ว่าเค้าจะเลี่ยงหน้าที่ไม่ได้งั้นหรือ”

อมรา “ใช่ค่ะ”

Compatibilism

ดูเหมือนว่า อมราจะยึดถือแนวคิด Compatibilism ซึ่งเป็นแนวคิดที่ขัดแย้งกับ The principle of alternate possibility คือบอกว่า แม้จะมีปัจจัยบีบบังคับ ก็ต้องมีความรับผิดชอบอยู่ดี

Compatibilism ให้ความหมายของการกระทำเสรีไว้ต่างจาก Incompatibilism คือ แม้ว่าเราจะได้รับอิทธิพลหรือ ถูกบีบบังคับจากปัจจัยภายนอก ภายใน (ในที่นี้รวมถึง สภาพแวดล้อม ครอบครัว สังคม เรื่องราวในอดีต และกฎเกณฑ์ธรรมชาติด้วย) แต่ถ้าเราทำอะไรโดยการตัดสินใจของเราเอง ก็เพียงพอแล้วที่จะเรียกว่าเป็นการกระทำเสรี (นี่คือกระทำเสรีที่เรียกว่า voluntariness)

สำหรับแนวคิดนี้ก็ดูเหมือนว่าหลายๆคนจะเห็นด้วยเช่นกัน คือ หลายคนมักรู้สึกว่าตนเองไม่ได้มีอิสระเต็มที่ที่จะคิด จะตัดสินใจ จะทำ แต่ต้องอยู่ภายใต้อิทธิพลของสิ่งอื่นๆเสมอ

สำหรับแนวคิดนี้ ถึงจะบอกว่าพระเอกไม่ได้อยากทำเอง แต่ถูกบังคับให้ทำโดยหน้าที่ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็เป็นคนตัดสินใจที่จะทำเอง เป็นคนลงมือทำเอง ชั่วเอง ขายยาเอง ดังนั้นจะถือว่าเขาทำอย่างมีเสรีและสมควรจะต้องรับผิดชอบ

ยอดมนุษย์หญิง “อมรา เธอชอบข้าวขาหมูเหมือนกันรึเปล่า”

อมรา “ชอบค่ะ”

ยอดมนุษย์หญิง “งั้นเธอคิดยังไงเรื่องข้าวขาหมู”

อมรา “หนูคิดว่าเป็นเพราะพ่อชอบพาหนูไปกินตอนเด็กๆ หนูก็เลยชอบ (อิทธิพลจากเรื่องราวในอดีตและสิ่งแวดล้อม) แล้วหนูก็คิดว่าหนูไม่มีทางเปลี่ยนไปเป็นทอมได้ค่ะ”

ยอดมนุษย์หญิง “…” (เรื่องนั้น ครูยังไม่ได้ถามเลยนะ)

ยอดมนุษย์หญิง “แล้วถ้าเธอกินข้าวขาหมูแล้วท้องเสียล่ะ”

อมรา “ก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะหนูถือว่า หนูเป็นคนตัดสินใจกินเอง เป็นคนตักมันเข้าปากเองค่ะ”

นั่นคือ อมรารับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเอง แม้จะคิดว่าการตัดสินใจนั้นได้รับอิทธิพลมาจากสิ่งอื่น

สำหรับแนวคิดนี้ พระเอกต้องรับผิดชอบ เขาสมควรตาย

หลังจากฟังความคิดของทั้งคู่แล้ว ยอดมนุษย์หญิงก็พูดขึ้นว่า

“เธอผิดทั้งคู่”

นิชาและอมรา ร้อง “อ้าววววว” ขึ้นพร้อมๆกัน

“เพราะเธอทั้งสองคน เข้าใจความหมายเรื่องการกระทำเสรีแต่ด้านเดียว ที่จริงแล้วเราทุกคนต่างมีความคิดของการกระทำเสรีทั้งสองความหมาย”

นิชาและอมรา “หมายความว่ายังไงคะ”

ยอดมนุษย์หญิง “ลองคิดดูนะ พวกเธอทุกคนต่างก็คิดจะเข้ามหาวิทยาลัยหลังจากเรียนจบใช่มั้ย”

นิชาและอมรา “ใช่ค่ะ”

ยอดมนุษย์หญิง “และคิดจะทำงานหลังจากนั้นมั้ย”

นิชาและอมรา “คิดค่ะ”

ยอดมนุษย์หญิง “คิดว่าในอนาคตจะต้องประสบความสำเร็จและมีความสุขด้วยใช่มั้ย”

นิชาและอมรา “ก็ ใช่ค่ะ”

ยอดมนุษย์หญิง “งั้นพวกเธอต่างก็เชื่อในความหมายของการกระทำเสรีแบบที่สอง (voluntariness) คือ พวกเธอเชื่อว่าความต้องการและประสบการณ์ต่างๆในอดีตและปัจจุบันจะส่งผลไปยังอนาคตของเธอ”

นิชาและอมราพยักหน้า

ยอดมนุษย์หญิง “แต่พวกเธอก็เชื่อว่าบางอย่างไม่น่าจะส่งผลหรือมีอิทธิพลใช่มั้ย เช่น พวกเธอเชื่อว่าวันหนึ่งอาจจะกลายเป็นคนขยันได้ ทั้งๆที่วันนี้พวกเธอขี้เกียจ หรือ วันหนึ่งพวกเธอจะเลิกชอบกินข้าวขาหมูได้ เพราะมันทำให้เธออ้วน”

นิชาและอมราเงียบไป

ยอดมนุษย์หญิง “ถ้าพวกเธอมีความคิดแบบนี้ด้วย แสดงว่า พวกเธอก็เชื่อเรื่องการกระทำเสรีในแบบที่หนึ่ง (origination) เช่นกัน นั่นคือ เชื่อว่าความต้องการและประสบการณ์ต่างๆในอดีตและปัจจุบันจะไม่ส่งผลถึงอนาคตของเธอ”

นั่นแปลว่า ถ้าเราลองสำรวจลึกลงไปในความคิดของเราแล้วล่ะก็ จะพบว่า เราทุกคนต่างเชื่อทั้งสองแนวคิดไปพร้อมๆกัน

ในด้านหนึ่ง เรามักเชื่อว่า อนาคตเป็นผลมาจากปัจจัยในอดีตของเรา—ถ้าเราขยันตอนนี้ อีกไม่นานงานเราจะเสร็จ หรือ ถ้าเราอยากได้สิ่งนี้ อนาคตเราน่าจะได้มัน—แปลว่า เราคิดว่าปัจจัยต่างๆในชีวิตเราทั้งภายในและภายนอกจะส่งผลให้เราไปถึงเป้าหมายที่เราต้องการได้ในอนาคต (นั่นคือ เราเชื่อในแนวคิดที่สอง voluntariness)

แต่ในอีกด้านหนึ่ง เราก็เชื่อในทางตรงกันข้ามว่า อนาคตจะไม่แปรผันไปตามปัจจัยในอดีต—เราเชื่อว่าเราจะลืมอดีตบางเรื่องได้ เราเชื่อว่าเราแก้ไขสถานการณ์บางอย่างได้ เราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ และเราจะทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำได้—แปลว่า อีกส่วนหนึ่งในความคิดเรา เราคิดว่าปัจจัยต่างๆทั้งภายใน ภายนอก จะไม่มีผลกระทบต่อเรา (นี่คือเสรีภาพในแนวคิดสอง origination)

นิชา “ถ้างั้นเราจะต้องรับผิดชอบยังไงคะ รับผิดชอบแค่บางกรณีที่เราตัดสินใจทำโดยไม่ได้รับอิทธิพลจากสิ่งอื่นเหรอคะ (เฉพาะ origination)”

ยอดมนุษย์หญิง “ไม่หรอก เราต้องรับผิดชอบทั้งหมด ทุกการกระทำ”

อมรา “งั้น พระเอกก็สมควรตายเหรอคะ”

ยอดมนุษย์หญิง “สมควร”

อ้าว! นิชาและอมรา รวมถึงนักเรียนคนอื่นๆที่มายืนฟังด้วย ทำหน้างงไปตามๆกัน

นิชา “ทั้งๆที่เราไม่ได้มีเสรีภาพแบบเต็มที่ (origination) ตลอดเวลา แต่ทำไมเราต้องมีความรับผิดชอบเต็มที่ตลอดเวลาด้วยล่ะคะ”

ยอดมนุษย์หญิง “ก็พวกเธอเข้าใจผิดทั้งคู่เลย ที่ไปคิดเชื่อมโยงความรับผิดชอบเข้ากับเสรีภาพ ที่จริงมันอาจจะไม่ได้เชื่อมโยงกันก็ได้”

เป็นไปได้ว่า เสรีภาพอาจไม่ใช่พื้นฐานของความรับผิดชอบอย่างที่เราคิดกัน และไม่ได้เชื่อมโยงกันแต่อย่างใด

ความรับผิดชอบอาจจะไปเชื่อมโยงกับสิ่งอื่นแทน เช่น

1) ความรับผิดชอบอาจจะเป็นเพียงปฏิกริยาตอบกลับ (reaction) จากการกระทำเท่านั้น ไม่ว่าการกระทำจะเกิดขึ้นจากอะไร มีปัจจัยบีบบังคับหรือไม่ ผู้กระทำก็ต้องได้รับผลตอบกลับอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ ในกรณีนี้ ความรับผิดชอบไปเชื่อมโยงกับปฏิกริยาตอบกลับ

หรือ

2) ความรับผิดชอบอาจจะเกิดจากความรู้สึกเป็นเจ้าของการกระทำของผู้กระทำก็ได้ (sense of owner) คือ เพราะฉันเป็นคนทำ ฉันเป็นจึงเจ้าของการกระทำนั้น และฉันจึงต้องรับผิดชอบ ในกรณีนี้ ความรับผิดชอบไปเชื่อมโยงกับความรู้สึกเป็นเจ้าของการกระทำของผู้กระทำ

หรือ

3) ความรับผิดชอบอาจจะเป็นแค่คุณสมบัติอย่างหนึ่งของความเป็นคน คือ เพราะคนเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเหตุผล มีสติสัมปชัญญะ ต่อทุกการกระทำของตน (ไม่ว่าจะได้รับอิทธิพลจากสิ่งอื่นหรือไม่) คนจึงสมควรจะได้รับในสิ่งที่ตนกระทำ ในกรณีนี้ ความรับผิดชอบไปเชื่อมโยงเข้ากับความเป็นคน

และถ้าเป็นตามเหตุผลข้างบน ก็ไม่แปลกที่เราจะต้องรับผิดชอบต่อทุกการกระทำของเรา ไม่ว่าเราจะมีเสรีภาพอย่างแท้จริงในเวลาที่เราทำมันหรือไม่ก็ตาม

และดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่พระเอกต้องตาย

นิชา “งั้นครูคิดว่า ความรับผิดชอบไม่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพ แต่เกี่ยวข้องกับสิ่งอื่นแทน งั้นเหรอคะ”

ยอดมนุษย์หญิง “ใช่ เพราะฉะนั้นพวกเธอไม่ต้องมานั่งเถียงกันแล้วว่าพระเอกทำชั่วโดยหน้าที่ พระเอกสมควรตายรึเปล่า”

อมรา “งั้นถ้าครูเป็นผู้กำกับ ครูก็จะให้พระเอกตายเหมือนกันเหรอคะ”

ยอดมนุษย์หญิง “ไม่จ้ะ ถ้าครูเป็นผู้กำกับ พระเอกจะไม่ตาย”

อมรา “อ้าว ก็ไหนครูบอกว่าต้องรับผิดชอบทุกการกระทำไม่ใช่เหรอคะ”

ยอดมนุษย์หญิง “ถ้าครูเป็นผู้กำกับ นางเอกต้องรับผิดชอบแทน นางเอกต้องตาย”

นิชา “ทำไมอย่างงั้นล่ะคะ”

ยอดมนุษย์หญิง “จะได้หลีกทางให้ครูไง”

นิชาและอมรา “แค่นั้นเหรอคะ”

ยอดมนุษย์หญิง “แค่นั้นแหละ”

เด็กสองคนหันมามองหน้ากัน

ยอดมนุษย์หญิง “พรุ่งนี้เธอสองคนต้องรับผิดชอบที่ทำให้ครูไม่ได้สอนวันนี้ เธอต้องพรีเซ้นต์หน้าห้องเรื่องสัจธรรมของการเว้นวรรค”

นิชา “เมื่อกี้ครูสอนเรื่องนี้อยู่จริงๆเหรอคะ”

ยอดมนุษย์หญิง “จริงสิ”

อมรา “มีสัจธรรมว่าด้วยเรื่องของการเว้นวรรคด้วยเหรอคะ”

ยอดมนุษย์หญิง “มีแน่นอน พวกเธอต้องหาให้เจอ ยังไงพวกเธอก็ต้องรับผิดชอบล่ะนะ”

อมรา “แต่ครูก็นั่งคุยด้วยนี่ ครูไม่ต้องรับผิดชอบเลยเหรอคะ”

ยอดมนุษย์หญิง “รับผิดชอบสิ รับผิดชอบด้วยการนั่งเฉยๆ สบายๆ ฟังพวกเธอไง ฮ่าๆ”

เด็กสองคนมองหน้ากันอีกครั้ง

บทสนทนาเป็นอันจบ

..............................

 

หมายเหตุ: ถ้าสนใจเรื่อง freedom and responsibility เข้าไปอ่านในเว็บของ Prof. Honderich ได้ที่ http://www.homepages.ucl.ac.uk/~uctytho/dfwIntroIndex.htm

ความคิดที่บอกว่าคนเราเชื่อเรื่องการกระทำเสรีทั้งสองความหมายเป็นความคิดของเขา

หมายเหตุ 2: บทความนี้เขียนขึ้นจากความคิด ความเข้าใจส่วนตัวของผู้เขียน อาจจะไม่ถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องเชื่อหรือเห็นด้วย

หมายเหตุ 3: อย่าลืมว่าในหนังเรื่องนี้พระเอกไม่ได้ทำแต่ความเลว เขาก็ทำดีด้วยเหมือนกัน คือ คอยส่งข้อมูลให้ตำรวจ รวมถึงเขามีเจตนาที่ดี ผู้เขียนไม่ได้เน้นตรงจุดเหล่านี้เพราะเกรงว่าจะทำให้สับสนได้

หมายเหตุ 4: ถ้าความเชื่อมโยงที่ดูหนักแน่นอย่าง เรื่องของความรับผิดชอบและเสรีภาพยังอาจจะไม่เป็นจริง ก็เป็นไปได้ว่าความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งอื่นๆที่เราเชื่อตามสามัญสำนึกก็อาจจะไม่เป็นจริงด้วยเหมือนกัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): หนังสือ
หมายเลขบันทึก: 36447
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

กว่าจะอ่านจบ!!!!

ทางเลือกมีอยู่ให้เราเสมอ เพียงแค่เราตัดสินใจไปทางไหนเท่านั้น

เดี๋ยวว่างๆ เข้ามาอ่านใหม่นะ...