เทคโนโลยีและระบบสารสนเทศที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ
1. Decision Support Systems (DSS) ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ เป็นระบบวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสร้างข่าวสารในการสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูง มีความซับซ้อนกว่าระบบ MIS
2. Group Support Systems (GSS) ระบบสนับสนุนการตัดสินใจกลุ่ม บ่อยครั้งที่อาจจะเรียกระบบนี้ว่า GDSS เป็นระบบที่สนับสนุนการทำงานเป็นกลุ่ม โดยมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก สามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา(Any Time Any Where)
3. Enterprise Information Systems (EIS) / Executive Information Systems (EIS) ระบบสนับสนุนสารสนเทศองค์กร หรือระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร ซึ่งลักษณะข่าวสารของระบบ EIS ต้องมีลักษณะ ดังนี้
- เป็นข่าวสารหรือรายงานที่ทำให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมทั้งหมดขององค์กร
- สรุปเฉพาะข่าวสารที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร หรือ ผู้จัดการ
- มีการนำเสนอที่ดึงดูดความสนใจ เน้นสีสัน เพื่อเพิ่มจุดเด่น และง่ายในการโต้ตอบ
- ข่าวสารมีประสิทธิภาพ ทันเวลา สามารถติดตามข้อมูลและควบคุมการดูข้อมูลแบบเจาะลึก เฉพาะส่วนได้ (Drill down)
- กรองข้อมูลได้ (Filter) หรือติดตามข้อมูลที่เป็นจุดวิกฤตได้ (critical data)
- ระบุปัญหาและเสนอช่องทางในการแก้ไขได้
4. Enterprise Resource Planning (ERP) และ Supply Chain Management (SCM)ERP และ SCM มีลักษณะดังต่อไปนี้
- ERP ใช้สำหรับบริหารจัดการ วางแผนการใช้ทรัพยากรภายในองค์กร
เช่น วางแผนการคาดเดาความต้องการซื้อ (Demand) ของลูกค้า
- SCM ระบบห่วงโซ่อุปทาน เป็นระบบที่เกี่ยวกับวงจรการผลิต เริ่มต้นตั้งแต่
กระบวนการจัดหาวัตถุดิบจาก supplier เคลื่อนย้ายสู่โรงงานเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิต ทำการผลิต บรรจุหีบห่อ และจัดเก็บในคลัง หลังจากนั้นทำการจัดส่งสินค้าและบริการ จนกระทั่งถึงมือผู้บริโภคคนสุดท้าย ระบบ SCM จะมีระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์รวมอยู่ด้วย (Customer Relation Management :CRM) นอกจากนี้ SCM ยังเป็นระบบที่ช่วยลดต้นทุนและตัดพ่อค้าคนกลาง ทำให้สินค้านั้นส่งตรงถึงมือผู้บริโภคโดยตรง
5. Knowledge Management Systems (KMS) เป็นระบบจัดการองค์ความรู้ ซึ่งที่มาขององค์ความรู้จะได้มาจากการนำข้อมูล (Data) มาผ่านการประมวลผล (Process) เพื่อให้ได้เป็นข่าวสาร (Information) และนำข่าวสารมาผ่านการวิเคราะห์ ตีความให้เกิดความเข้าใจ ได้เป็นองค์ความรู้ (knowledge) และนำไปใช้ในการแก้ปัญหาสิ่งที่ควรรู้อย่างหนึ่งก็คือข้อมูลกองโตที่เก็บอยู่ในรูปแบบของเอกสารหรือเก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์นั้นไม่ใช่องค์ความรู้ หากไม่มีการนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหา
องค์ความรู้ (knowledge) จะถูกนำมาใช้ในระดับองค์กร ซึ่งองค์ความรู้จะถูกเก็บรวบรวมไว้ใน
คอมพิวเตอร์อาจเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่มากระทบต่อองค์กร สามารถจัดเก็บเป็นองค์ความรู้ได้เป็นเรื่อง ๆ
6. Expert Systems (ES) ระบบผู้เชี่ยวชาญ เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นจากศาสตร์หนึ่งของปัญญาประดิษฐ์(Artificial Intelligence: AI) มีลักษณะดังต่อไปนี้
- ใช้แก้ปัญหาที่มีความซับซ้อน
- ผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านจะใส่ความรู้ (knowledge) และประสบการณ์ (experience) ของตนเอง จัดเก็บลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
- ระบบคอมพิวเตอร์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการตัดสินใจเลียนแบบผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์
- ระบบผู้เชี่ยวชาญจะทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพเทียบเท่าเสมือนว่าผู้เชี่ยวชาญนั้นได้
ตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยตนเอง หรืออาจจะทำได้ดีกว่า สำหรับระบบผู้เชี่ยวชาญแบบพิเศษ
- การพิจารณาว่าระบบนั้นเป็น ES หรือไม่ ให้ดูที่ว่าระบบนั้นมีการวิเคราะห์เหตุผล ตีความ และให้คำแนะนำกับผู้ใช้หรือไม่
7. Artificial Neural Networks (ANN) ระบบเครือข่ายประสาทเทียม เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นจากศาสตร์หนึ่งของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มีลักษณะดังต่อไปนี้
- เป็นแบบจำลองการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ที่ทำงานเลียนแบบสมองของมนุษย์
- ใช้วิธีการเรียนรู้รูปแบบ (patterns) ภายในข้อมูล
- สามารถทำงานกับข้อมูลเพียงบางส่วน ถึงแม้ข้อมูลจะไม่สมบูรณ์ ก็สามารถวิเคราะห์ข้อมูลนั้นเพื่อสร้าง (Generate) คำตอบได้
8. HybridSupport Systems เป็นระบบลูกผสม คือการนำระบบข้างต้นที่กล่าวมา มากกว่า 1 ระบบ มาทำงานร่วมกัน เช่น นำระบบ ES ผสมเข้ากับระบบ ANN เป็นต้น
9. Intelligent DSS เป็นระบบ DSS ที่ชาญฉลาด ตัวอย่างเช่น โปรแกรมตัวแทนปัญญา (Intelligent Agents) เป็น software ที่ช่วยทำงานอัตโนมัติได้อย่างอยากหลาย เช่น software อัจฉริยะในการช่วยลบ E-mail ที่ไม่ต้องการ หรือ software ในการช่วยสร้างตารางนัดหมายการประชุมต่าง ๆ ซึ่งตัว software จะคอยเรียนรู้พฤติกรรมและจดจำวิธีการทำงานของเรา อีกทั้งยังช่วยเพิ่มผลิตผลและคุณภาพงาน
ระบบสารสนเทศที่ใช้กับผู้บริหารในองค์กร
1. ผู้บริหารระดับสูง (Top Management) ß (DSS,EIS)
2. ผู้บริหารระดับกลาง (Middle management) ß (MIS)
3. ผู้บริหารระดับล่าง (Lower Management) ß (TPS)
4. ทุกระดับ ß (ES,OAS)
จุดเริ่มต้นของการใช้คอมพิวเตอร์สนับสนุนการตัดสินใจ
ในปี ค.ศ 1960 เริ่มมีการตัดสินใจแบบซ้ำ ๆ หลายครั้งสำหรับงานแบบมีโครงสร้างซึ่งงานเหล่านี้ สามารถใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการวิเคราะห์ (analyze) จัดหมวดหมู่ (classify) และสร้างต้นแบบ (prototypes) ของข้อมูล นอกจากนี้ยังใช้คอมพิวเตอร์ช่วยแก้ปัญหาในการวิเคราะห์เชิงปริมาณ การใช้สูตร และการสร้างแบบจำลอง(model) ในการวิเคราะห์ ซึ่งอาจใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ หรือการวิจัยเข้ามาร่วม
รูปแบบของระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support Systems Concept )
1. DSS เป็นระบบที่โต้ตอบโดยใช้ CBIS (computer-based Information systems) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ทำการตัดสินใจใช้ประโยชน์จากข้อมูลและแบบจำลองในการแก้ปัญหาแบบไม่มีโครงสร้างได้ (Scott Morton, 1971).
2. DSS เป็นระบบที่นำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือ (Tools) เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถให้กับคนในการแก้ไขปัญหา ซึ่งจะช่วยปรับปรุงให้กระบวนการตัดสินใจนั้นทำได้ดียิ่งขึ้น ระบบ CBIS จะช่วยให้ผู้จัดการหรือใครก็ตามที่ทำหน้าที่ในการตัดสินใจ ในการติดต่อเจรจาหรือจัดการกับธุรกิจ แก้ปัญหาแบบกึ่งโครงสร้างได้ (Keen and Scott Morton, 1978).
ลักษณะของระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Major DSS Characteristics)
1. ช่วยวิเคราะห์ หรือลดความเสี่ยงในการตัดสินใจ
2. ใช้แบบจำลองช่วยในการวิเคราะห์ และอาจใช้ประสบการณ์ สัญชาตญาณ ในการพิจารณาและตัดสินใจ
3. ใช้แบบจำลองทางทางคณิตศาสตร์ เพื่อช่วยคำนวณหาคำตอบที่ถูกต้อง แต่อาจจะยังไม่สมบูรณ์นัก
4. DSS ช่วยให้สามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
5. DSS มีความยืดหยุ่นในการตอบสนอง
1.11 ทำไมต้องใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Why Use DSS)
เนื่องจากเล็งเห็นถึงประโยชน์ ดังต่อไปนี้
1. ช่วยให้การตัดสินใจมีคุณภาพมากขึ้น
2. ปรับปรุงในเรื่องการติดต่อสื่อสาร
3. ลดต้นทุน
4. เพิ่มผลผลิต
5. ประหยัดเวลา
6. ปรับปรุงด้านลูกค้าสัมพันธ์และความพึงพอใจของพนักงาน
เหตุผลหลักในการเลือกใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Major Reasons )
1. ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการค้าและการแข่งขันอยู่ตลอดเวลา จำเป็นต้องอาศัยโปรแกรม หรือแบบจำลองช่วยวิเคราะห์ข้อมูล
2. การมีธุรกิจมากมาย ทำให้ยุ่งยากในการติดตาม
3. เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
4. ใช้กับงานระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce: EC)
5. ระบบที่มีอยู่ก่อนแล้วไม่สามารถช่วยสนับสนุนการตัดสินใจได้
6. แผนกสารสนเทศ (IS Department) มีงานมากจนเกินไป
7. ช่วยสำหรับการวิเคราะห์พิเศษ
8. ใช้กับข่าวสารที่ต้องการความถูกต้อง แม่นยำ
9. ต้องการเป็นองค์กรอันดับหนึ่ง
10. ต้องการข่าวสารใหม่ ๆ และทันกับความต้องการใช้
เหตุผลในการพัฒนาระบบ DSS
การใช้ระบบสารสนเทศที่มีอยู่เพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะใช้ประกอบการตัดสินใจ เช่นการระบบ TPS ในการออกรายงาน ผู้บริหารไม่สามารถอ่านรายงานได้ทั้งหมดเนื่องจากต้องใช้เวลามาก หรือใช้ระบบ MIS ช่วยสรุปผลรายงานประจำเดือน ประจำปี แต่ไม่ได้ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลหรือข่าวสารพิเศษ ประกอบกับปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ และคู่แข่งทางการค้ามีมาก จึงเป็นเหตุผลในการนำระบบ DSS มาสนับสนุนการตัดสินใจสารสนเทศที่จำเป็นในการประกอบการตัดสินใจจะต้องเพียงพอ ครบถ้วน หากประมวลผลสารสนเทศโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์ จะมีความยุ่งยากและซับซ้อนเนื่องจากใช้เวลาในการแก้ปัญหาหนึ่ง ปัญหานานจนเกินไป อาจไม่มีเวลาพอสำหรับที่จะแก้ปัญหาอื่น
1.12 ประโยชน์ของ DSS
1. พัฒนาประสิทธิภาพการทำงานส่วนบุคคล
2. พัฒนาประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหา
3. ช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร
4. ส่งเสริมการเรียนรู้หรือการฝึกหัด
5. เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมองค์กร
1.13 ความหมายและวิวัฒนาการของการตัดสินใจ
คำนิยามระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (DSS Definitions) ได้มีผู้ให้นิยามความหมายไว้หลายคน ดังนี้
1. Little (1970) กล่าวไว้ว่า DSS เป็นการทำงานโดยใช้พื้นฐานจากแบบจำลอง (model-based) ในการประมวลผลข้อมูลและนำข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลในแบบจำลองนั้นมาพิจารณาเพื่อช่วยผู้จัดการในการตัดสินใจ เป็นระบบที่มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับผู้ใช้มากขึ้น
2. Scott Morton (1971) กล่าวไว้ว่า DSS คือระบบที่ทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ตัดสินใจ(Decision Maker) สามารถนำข้อมูล (Data) และแบบจำลอง (Model) มาใช้ประโยชน์เพื่อแก้ปัญหาแบบไม่มีโครงสร้าง (Un-Structure) ได้
3. Gerrity (1971) กล่าวไว้ว่า DSS เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างการใช้ความมีเหตุผลของมนุษย์ร่วมกับ IT และชุดคำสั่งที่นำมาใช้โต้ตอบ เพื่อแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อน
4. Keen and Scott Morton (1978) กล่าวไว้ว่า DSS เป็นระบบที่เชื่อมโยง (link) กับทรัพยากรสมองมนุษย์ให้ทำงานร่วมกับความสามารถของคอมพิวเตอร์ เพื่อปรับปรุงคุณภาพการตัดสินใจให้ดีที่สุด
5. Moore and Chang (1980) กล่าวไว้ว่า DSS เป็นระบบที่แยกออกระบบสารสนเทศอื่น ๆ กล่าวคือ เป็นที่สามารถสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ ad hoc และสร้างแบบจำลองในการตัดสินใจได้ ช่วยในการวางแผนงานในอนาคต ทั้งงานที่มีเข้ามาแบบไม่สม่ำเสมอ และ งานที่ไม่อยู่ในแผน
6. Bonczek et al (1980) กล่าวไว้ว่า DSS เป็นระบบที่ต้องนำคอมพิวเตอร์มาช่วยประกอบการทำงาน (computer-based system) ซึ่งประกอบด้วยการทำงานดังนี้
1. ระบบภาษา (language system) ใช้คอมพิวเตอร์ในการช่วยสื่อสารระหว่าง User และระบบ DSS
2. ระบบมีความสามารถในการจัดเก็บองค์ความรู้ (knowledge system)
3. ระบบสามารถวิเคราะห์ปัญหา และมีการเชื่อมโยงกับองค์ประกอบอื่น
7. Keen (1980) กล่าวไว้ว่า DSS เป็นการประยุกต์ใช้แนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยพัฒนาระบบและปรับกระบวนการเรียนรู้และวิวัฒนาการ
8. Kroenke and Hatch (1994) กล่าวไว้ว่า DSS เป็นระบบโต้ตอบแบบทันทีทันใด ที่สนับสนุนโดยคอมพิวเตอร์ ซึ่งนำมาช่วยอำนวยความสะดวกในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาแบบไม่มีโครงสร้าง
9. Laudon (1994) กล่าวไว้ว่า DSS เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่นำมาใช้ในระดับบริหารของแต่ละองค์กร โดยระบบจะประกอบด้วยข้อมูลและแบบจำลองในการตัดสินใจที่ซับซ้อน เพื่อนำมาสนับสนุนการตัดสินใจแก้ไขปัญหาแบบกึ่งโครงสร้างและแบบไม่มีโครงสร้าง
จากที่มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้ให้นิยามความหมายของ DSS ไว้นั้น สามารถสรุปได้ดังนี้
สรุปนิยามความหมายของระบบ DSS (Definition of DSS)
1. DSS เป็นระบบที่ทำงานบนพื้นฐานของ CBIS
2. สนับสนุนการแก้ไขปัญหาแบบมีโครงสร้างและกึ่งโครงสร้าง ถ้าเป็นปัญหาแบบไม่มีโครงสร้างจะต้อง พัฒนาเป็นระบบ DSS แบบพิเศษ
3. ใช้ประโยชน์จากข้อมูล (Data) และการสร้างแบบจำลอง (Model)
4. เน้นการวิเคราะห์ข้อมูลและใช้สถิติ
5. นำเสนอข้อมูลต่อผู้บริหารระดับสูง และนักวิเคราะห์