ในการสอนเรื่องเซต ทุกครั้งเมื่อถึงเรื่องสับเซต จะเจอนักเรียนถามเสมอว่า ทำไมเซตว่างจึงเป็นสับเซตของเซตว่าง
แนวการตอบตามหลักการทางคณิตศาสตร์
วิธีที่ 1.
A เป็นสับเซตของ B ก็ต่อเมื่อ ถ้า มีสมาชิกxที่อยู่ในเซต A แล้ว
สมาชิกxอยู่ในเซต B แต่
เซตว่างเป็นสับเซตของ B ก็ต่อเมื่อ มีสมาชิก x ในเซตว่าง
ซึ่งมีค่าความจริงเป็นเท็จดังนั้นประโยคที่ว่า เซตว่างเป็นสับเซตของB
จึงมีค่าความจริงเป็นจริง (โดยเทียบความรู้ในเรื่องตรรกศาสตร์ ประพจน์ p→q
ถ้า pมีค่าความจริงเป็นเท็จจะได้ประพจน์ p→q
มีค่าความจริงเป็นจริง)
วิธีที่ 2.
A เป็นสับเซตของ B ก็ต่อเมื่อ สำหรับสมาชิกxทุกตัวในเอกภพสัมพัทธ์ ถ้า x เป็นสมาชิกของA แล้ว x เป็นสมาชิกของB
นิเสธของประโยคข้างต้น คือ
A ไม่เป็นสับเซตของ B ก็ต่อเมื่อ มีสมาชิกxบางตัวในเอกภพสัมพัทธ์ ถ้า x เป็นสมาชิกของ A และ xไม่เป็นสมาชิกของ B
ถ้าให้ A แทน เซตว่าง จะได้ว่า เซตว่างไม่เป็นสมาชิกของ B ก็ต่อเมื่อ มีสมาชิกxบางตัวในเอกภพสัมพัทธ์ ถ้า xเป็นสมาชิกของเซตว่าง (ซึ่งไม่มีสมาชิกตัวใดในเซตว่าง จึงขัดแย้งกับข้างต้น) ดังนั้นประพจน์นี้(เซตว่างไม่เป็นสมาชิกของB)จึงมีค่าความจริงเป็นเท็จ ดังนั้น เซตว่างเป็นสับเซตของB จึงมีค่าความจริงเป็นจริง
คำแนะนำ ลองเขียนเป็นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์น่าจะเห็นได้ชัเจนขึ้น
แนวทางการตอบแบบไม่ใช้หลักคณิตศาสตร์
ผมใช้หลักนี้ให้นักเรียนเข้าใจโดยคร่าวๆก่อน(ดูน่าตื่นเต้นและทำให้จำได้ดี)แล้ว
เมื่อเรียนตรรกศาสตร์แล้วจึงอธิบายด้วยหลักทางคณิตศาสตร์
ท่านพุทธทาส สอนว่า ทุกสิ่งประกอบไปด้วยความว่าง
ยกตัวอย่าง ลองนึกถึงตัวเอง ถ้าลอกผิวหนังของตัวเราออกจะเหลืออะไร
ตอบ กล้ามเนื้อ อวัยวะภายใน กระดูก
ถ้าเราเอากล้ามเนื้อออกเหลืออะไร
ตอบ อวัยวะภายใน กระดูก
ถ้าเราเอาอวัยวะภายในออกทั้งหมด เหลืออะไร
ตอบ กระดูก
ถ้าเราเอากระดูกออกอีกเหลืออะไร
ตอบ ความว่าง
จะเห็นว่า
ทุกสิ่งประกอบด้วยความว่าง นั่นคือ
เซตว่างเป็นสับเซตของเซตทุกเซต