เรียนรู้ความซื่อสัตย์..จากวัย "เดียงสา"

 

 
ลำแสงสุดท้ายของวันอ้อยอิ่งอยู่ข้างยอดไม้ สายลมอ่อนเบาไกวโยกให้มือของวันพยับไหว ม่านใบไม้ที่มองเห็นทำให้สายตาพร่าพรายไปเมื่อแสงและเงาสร้างรูปรอยหลอกตา

 

เด็กหญิงกระโดดไปมาระหว่างเงาของผู้เป็นแม่ พลางส่งเสียงหัวเราะอย่างร่าเริง เท้าเล็กๆ มิเคยหยุดเคลื่อนไหว ปากเล็กๆ ส่งเสียงดนตรีขับกล่อมโลกยามเย็นให้ฟังไพเราะขึ้น
 
เงาที่ทอดทับอยู่ระหว่างเงาคนตัวเล็กกับคนตัวใหญ่บางครั้งมันซ้อนทับกันเกิดเป็นเงาหนาแน่นมองดูมั่นคง บางขณะมันเลื่อนหลุดไปเกิดเป็นเงาบางเบาวูบไหว
 
 เด็กน้อยสนุกสนานกับเงานั้น..เงาที่ยืดยาวออกไปเพราะกลางวันหดสั้นเข้าและกลางคืนกำลังมาทวงพื้นที่คืน พระอาทิตย์อดทนให้เหล่ามนุษย์เคลื่อนผ่านเข้าออกจากแสง ราวกับบรรดามดที่ขนเสบียงในสายตามนุษย์
 
เงาที่ทอดตัวลงนอนบนพื้นดิน ความจริงที่ยังคงดำรงอยู่ เมื่อครั้งที่เรายืนเงานอนหลับตาอย่างซื่อสัตย์ เมื่อครั้งเรานอนเงานั้นก็นอนลงอย่างมั่นคง แสงเงามิเคยหลอกลวง เพียงมนุษย์เท่านั้น
 
เด็กหญิงหันมองเงาที่ทอดตัวตามหลังมาขณะมือแม่จับจูงไปในทิศตะวันออก วันนี้สิ้นสุดแล้ว เหลือวันพรุ่งที่กำลังก่อตัวอยู่อย่างเงียบเชียบ เด็กหญิงโบกมือ เงานั้นก็โบกมือตอบ เสียงหัวเราะดังสะท้านไปทั่ว แสงระรัวของเงาใบไม้ก็หัวเราะระงม