
ตัวกล้องเคปเลอร์
" นาซ่า" ตั้งความหวังบุกเบิกความรู้ด้านดาราศาสตร์ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ส่ง "เคปเลอร์" กล้องโทรทรรศน์อวกาศไฮเทคใหม่ล่าสุดมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทออกนอกโลก ควานหา "โลกใหม่" นอกระบบสุริยจักรวาล เพื่อพิสูจน์ว่ามนุษยชาติอยู่ในห้วงจักรวาลอันไพศาลโดยลำพัง หรือแท้จริงแล้วมีสิ่งมีชีวิตอื่นอาศัยอยู่เป็นเพื่อนกับเราด้วย!
"เคปเลอร์"ภารกิจประวัติศาสตร์
"เคปเลอร์" เป็นโครงการกล้องโทรทรรศน์สำรวจอวกาศมูลค่า 21,000 ล้านบาทของ "นาซ่า" สำนักงานอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา
วัตถุ ประสงค์เพื่อใช้เทคโนโลยี "โฟโตมิเตอร์" ตรวจจับภาพหาดาวเคราะห์คล้ายโลกนอกระบบสุริยะ (เอ็กโซแพลเน็ต) ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะมีองค์ประกอบของ "น้ำ" ต้นกำเนิดสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวแห่งนั้นๆ ด้วย
ชื่อกล้อง "เคปเลอร์" ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ "โยฮันส์ เคปเลอร์" นักดาราศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวเยอรมัน ผู้ค้นพบกฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์
ก่อสร้าง เสร็จสมบูรณ์และยิงขึ้นสู่วงโคจรพร้อมกับจรวด "เดลต้าทู" ทะยานออกจากฐานทัพอากาศแหลมคานาเวรัล รัฐฟลอริดา สู่วงโคจรโลก เมื่อเวลา 10.49 น. วันที่ 7 มีนาคม ตามเวลาประเทศไทย

1. เคปเลอร์ในอวกาศ
2."โลกใหม่"ในจินตนาการ
3. ภาพจำลองดาวคล้ายโลก
4. ดาวคล้ายโลกโคจรผ่านดาวฤกษ์ขนาดใหญ่
5. โครงสร้างเคปเลอร์-"โฟโตมิเตอร์"อยู่บนสุด
6-7. นาซ่าประกอบเคปเลอร์
เบื้องต้นวางระยะเวลาปฏิบัติงานเอาไว้ 3-3 ปีครึ่ง แต่ประสิทธิภาพของกล้องมีอายุการใช้งานเกิน 6 ปี
" นี่ไม่ใช่แค่ภารกิจทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นภารกิจประวัติศาสตร์ช่วยตอบคำถามพื้นฐานที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอมนุษย์ ทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชายซึ่งมองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วถามว่า เราอยู่โดยลำพังหรือไม่" เอ็ด วีลเลอร์ ผู้บริหารนาซ่า กล่าว
จับจ้องดาวฤกษ์แสนดวง
เจมส์ แฟนสัน ผู้จัดการโครงการเคปเลอร์ อธิบายว่า
ขอบ เขตการค้นหา "โลกใหม่" หรือ "เอ็กโซแพลเน็ต" ขนาดพอๆ กับโลกมนุษย์ จะจำกัดวงอยู่ในพื้นที่ระหว่างกลุ่มดาวหงส์และกลุ่มดาวพิณในทางช้างเผือก
เรียกว่า "โกลด์ดิล็อกส์ โซน"
ในพื้นที่แถบนี้จะมีสภาพอุณหภูมิพอเหมาะ ไม่เย็น-ไม่ร้อนระอุเกินไป อาจมีน้ำ ซึ่งเป็นบ่อเกิดสิ่งมีชีวิต
ดาวทอแสงในโซนดังกล่าวคาดว่ามีอยู่หลายล้านดวง
แต่นาซ่าคัดเลือกให้แคบลงมาเหลือดาวฤกษ์ 100,000 ดวง โดยหวังว่าน่าจะพบดาวเคราะห์ราวๆ 50 ดวงที่อาจมีสิ่งมีชีวิต
หลัก การทำงานของระบบกล้อง "โฟโตมิเตอร์" ก็คือ ทุกๆ ครึ่งชั่วโมงจะคอยจับตา-บันทึกภาพดาวฤกษ์ทั้งหมดเอาไว้ ด้วยค่าความละเอียด 95 เมกะพิกเซล
เมื่อใดที่ค่าความสว่างลดลง กล้องจะรู้ว่าอาจมีดาวเคราะห์โคจรผ่าน
เป้า หมาย "เคปเลอร์" แตกต่างกับกล้องโทรทรรศน์อวกาศรุ่นพี่ชื่อดังอย่าง "ฮับเบิล" ที่ถ่ายภาพคมชัด เพราะเน้นกำหนดตำแหน่ง "โลกใหม่" ให้ชัดเจน จากนั้นขั้นตอนต่อไป นาซ่ามีแผนสร้างกล้องโทรทรรศน์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าขึ้นไปเจาะลึกราย ละเอียดดาวที่พบอีกครั้ง
ตั้งความหวังเจอ"บ้านอี.ที."
" พูดให้เห็นภาพถึงความละเอียดของมัน ถ้าเราหันกล้องเคปเลอร์ส่องลงมายังเมืองสักเมืองบนพื้นโลกยามค่ำคืน เราจะมองเห็นแม้กระทั่งแสงวูบวาบยามคนเดินผ่านหลอดไฟตรงระเบียงบ้านได้เลย" แฟนสัน อธิบาย
ด้านดร.วิลเลียม โบรักกี หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์เคปเลอร์ประจำศูนย์วิจัยเอเมส กล่าวว่า
ดาว ฤกษ์ที่ผ่านการสำรวจของกล้องจะมีหลายลักษณะด้วยกัน ทั้งดาวขนาดเล็กที่อุณหภูมิไม่สูงนัก ซึ่งดาวเคราะห์จะโคจรอยู่ไม่ไกลจนเกินไปเพื่อหาความอบอุ่น ไปจนถึงดาวขนาดใหญ่กว่าและร้อนกว่าดวงอาทิตย์ของโลกเรา ซึ่งดาวเคราะห์ต้องโคจรห่างออกไป เพื่อไม่ให้โดนเผาเกรียมไปทั้งดวง
มี ความเป็นไปได้มากที่การค้นพบ "ดาวเคราะห์ขนาดพอๆ กับโลกมนุษย์" ในเขต "โกลด์ดิล็อกส์" จะวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ดาวฤกษ์เล็กกว่าดวงอาทิตย์
นาซ่าประเมินว่า อย่างเร็วที่สุดภายใน 3 เดือนข้างหน้าน่าจะค้นพบดาวคล้ายโลก หรือ "เอ็กโซแพลเน็ต" บ้างไม่มากก็น้อย
ดร. โบรักกีชี้ว่า ที่ผ่านมามีการค้นพบเอ็กโซแพลเน็ตมาแล้วประมาณ 340 ดวง แต่ส่วนใหญ่มีขนาดใหญ่กว่าโลก และเต็มไปด้วยก๊าซเหมือนดาวพฤหัสบดี
ถ้าเคปเลอร์พบดาวประเภทเดียวกันในขนาดพอๆ กับโลก หรือเล็กกว่าโลก ก็น่าจะช่วยเปิดองค์ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับระบบดาวเคราะห์
" เราคงไม่พบมนุษย์ต่างดาวเหมือนอี.ที. ในภาพยนตร์หรอกนะครับ แต่อย่างน้อยก็น่าจะพบบ้านของอี.ที. หรือจุลชีพบนดาวเหล่านี้" โบรักกี กล่าว
ข้อมูล : สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น/บีบีซี
ขอบคุณทีมา: http://forum.khonkaenlink.info/index.php/topic,55859.0.html