![]() |
นัก วิทยาศาสตร์หลายคนคิดว่าบรรพบุรุษของ "ชาวยุโรป" มีวิวัฒนาการจากคนในทวีปแอฟริกาเมื่อ 100,000-200,000 ปีก่อน และอพยพไปทั่วโลกเมื่อ 60,000 ปีก่อน รวมทั้งมนุษย์ "นีแอนเดอร์ทัล" ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เคยคิดว่าสาบสูญไปกว่า 25,000 ปี เนื่องจากวิกฤตสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและขาดแคลนอาหาร แต่ผลการศึกษาหน่วยพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ เผยว่าแท้จริงแล้วสายพันธุ์บรรพบุรุษชาวยุโรปไม่ได้สาบ สูญไปไหน แต่มีการผสมข้ามสายพันธุ์ต่างหาก
มนุษย์โบราณนีแอนเดอร์ทัลเป็น บรรพบุรุษของชาวยุโรป มีโครงสร้างร่างกายหนาและมีหน้าผากกว้าง ความสูงเฉลี่ยเตี้ยกว่ามนุษย์ปัจจุบันราว 15 เซนติเมตร แต่มีขนาดสมองใหญ่กว่าร้อยละ 20
นักวิชาการหลายฝ่ายคาดว่า นีแอนเดอร์ทัลพัฒนาทักษะถึงขั้นรู้วิธีใช้เครื่องทุ่นแรงที่ทำจากหิน รู้จักล่าสัตว์ เช่น กวาง ควายป่าไบซัน หมูป่า หมี รวมถึงแมวน้ำ ปลา กุ้ง หอย และกินธัญพืช ถั่ว และหาพืชชนิดต่างๆ เป็นอาหาร อีกทั้งรู้จักการถนอมอาหารด้วยการตากแห้ง นอกจากนี้ ยังอาจจะพัฒนาภาษาในการสื่อสารด้วย
นายเจฟเฟรย์ ลอง นักมานุษยวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐ ศึกษาดีเอ็นเอชาวแอฟริกัน ยุโรป เอเชีย และสหรัฐ 1,983 ตัวอย่าง พบว่า สายพันธุ์ นีแอนเดอร์ทัลไม่ได้สาบสูญไปอย่างสมบูรณ์ แต่มีการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างมนุษย์ยุคใหม่และมนุษย์อีกสายพันธุ์หนึ่ง ซึ่งซาร่า จอยซ์ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเม็กซิโก ประเทศเม็กซิโก สันนิษฐานว่าเป็น นีแอนเดอร์ทัล โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ เมื่อ 60,000 ปีก่อนที่บริเวณเมดิเตอร์เร เนียน และเมื่อ 45,000 ปีที่แล้วในเอเชียตะวันออก
ทั้งสองเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจาก บรรพบุรุษจากแอฟริกันแยกย้ายกันไปที่ต่างๆ ทั่วโลกแล้ว เพราะมีหลักฐานชี้ว่ามีการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างนีแอน เดอร์ทัลและชาวแอฟริกายุคใหม่
ด้าน ดร.โนอาห์ โรเซนเบิร์ก นักมานุษยวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมระบุว่า นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานจากซากฟอสซิล ซึ่งแสดงว่าสายพันธุ์นีแอนเดอร์ทัล รวมกับชาวแอฟริกัน
ขอบคุณที่มา: http://forum.khonkaenlink.info/index.php/topic,191130.new.html#new
