ฟังเพลงด้วยเสียงเกินขนาด เสี่ยงหูดับ ข้อความนี้ดิฉันอ่านเจอในเว็ปไซต์วิชา.คอมเห็นว่ามาประโยชน์มากสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงเสียงดังเกินขนาด จึงได้หยิบยกขึ้นมาให้ทุกคนได้รู้ ได้ปฏิบัติ
เพราะว่าสภาพในยุคที่ค่านิยมเอ็มพี 3 ครองหูประชากรโลกด้วยการตะเบ็งดนตรีและเสียงเพลง สร้างความเพลิดเพลินตามดีกรีความแน่นสนั่นในเส้นเสียง ขณะเดียวกับความบันเทิงที่ว่าก็ได้บั่นทอนสุขภาพหูของเราไปทีละน้อย จนอาจถึงขั้น ดับหูได้
หูดับ (Sudden Hearing Loss-SHL) คืออาการที่หูตึงหรือได้ยินเสียงน้อยลงอย่างเฉียบพลัน ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับหูเพียงข้างเดียว อาจมีอาการแค่ชั่วคราวหรือเกิดขึ้นอย่างถาวรโดยมีสาเหตุจากกรรมพันธุ์ การติดเชื้อไวรัสบางชนิด หูชั้นในขาดเลือดไปเลี้ยง หรือการฉีกขาดของเยื่อหูชั้นใน นอกจากนี้ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ โหมงานหนักมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดอาการหูดับได้เช่นกัน แต่ในปัจจุบัน สาเหตุจากพฤติกรรมการฟังเพลงผ่านหูฟังของเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ที่ดังจนเกินไปดูจะเป็นสาเหตุที่น่าห่วงอันดับต้นๆ
เสียงเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ที่เข้าสู่ช่องหูจะทำให้แก้วหูสั่น แรงสั่นจะผ่านไปยังกระดูกเล็กๆ 3 ชิ้น และเข้าไปถึงหูชั้นในที่มีลักษณะคล้ายรูปหอยโข่ง ซึ่งมีเซลล์ขนเล็กๆ คอยตอบสนองต่อความถี่ระดับต่างๆ แล้วส่งไปยังประสาทรับเสียงเพื่อให้สมองตีความ หากเซลล์ขนที่อ่อนไหวเหล่านี้ถูกอัดด้วยเสียงดังเป็นประจำ จะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ขนซึ่งเซลล์ดังกล่าวจะไม่สามารถฟื้นตัวและไม่อาจซ่อมแซมได้อีก
ในทางการแพทย์ ระดับเสียงที่มีความดังเกิน 80 เดซิเบล ซึ่งดังพอๆ กับเวลามีคนมาตะโกนใส่หูเรานั้นถือว่าเป็นอันตรายต่อโสตประสาท ขณะที่เครื่องเอ็มพี 3 ชั้นดีสามารถเร่งเสียงดังได้เกิน 100 เดซิเบลขึ้นไป ด้านหน่วยงานการกุศล Deafness Research UK ได้เริ่มเดินสายรณรงค์เตือนพวกวัยรุ่นถึงภัยอันตรายนี้ หลังสำรวจพบว่า หนุ่มสาวเมืองผู้ดีวัย 16-34 ปี ประมาณ 1 ใน 7 ชอบฟังเพลงจากเอ็มพี 3 เฉลี่ยสัปดาห์ละกว่า 28 ชั่วโมง ผลที่น่าวิตกก็คือ คนเหล่านี้อาจหูหนวกอย่างถาวรและหูอื้อก่อนวัยอันควร ผลวิจัยของ “ออสเตรเลียน เฮียริ่ง” ระบุว่า สัญญาณแรกของอาการ “หูดับ” ถาวรคือ หูอื้อบ่อยครั้ง และได้ยินเสียงวี้ดๆ ดังในหูโดยไม่มีสาเหตุ และจากการเก็บข้อมูลจากชาวออสเตรเลีย 1,000 คนที่ฟังเอ็มพี 3 เป็นประจำ พบประเด็นที่น่าวิตกว่ากลุ่มคนอายุ 18-24 ปี มีปัญหาได้ยินเสียงวี้ดในหูถึง 69 เปอร์เซ็นต์!
จากการสำรวจในประเทศไทยพบว่า ทุกวันนี้มีผู้พิการทางหูเพิ่มขึ้นวันละ 35 คน หากรวมกันถึงตอนนี้จะมีผู้ที่มีอาการประสาทหูเสื่อมประมาณ 2 ล้านคนทั่วประเทศ หากคุณอยากรู้ว่าตัวเองเริ่มมีอาการหูดับหรือไม่
วิธีสังเกตง่ายๆ คือ ถ้าเริ่มมีคนต้องตะเบ็งเสียงหรือตะโกนคุยกับคุณบ่อยๆ แสดงว่าหูของคุณเริ่มผิดปกติแล้ว
วิธีทดสอบให้คุณลองไปหาที่เงียบๆ อยู่สักพัก หากมีเสียงวี้ดดังในหู แนะนำให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน
สำหรับแนวทางการรักษาอาการหูดับนี้ไม่ยาก เพียงแค่ปรับพฤติกรรมการฟังเพลงในระดับเสียงที่พอดี ไม่ดังเกินไป เลือกใช้หูฟังขนาดใหญ่ครอบทั้งหู เพื่อป้องกันการเปิดเสียงเพลงดังแข่งกับเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม และอย่าลืมว่า ประสาทหูที่เสื่อมจากการได้ยิน เป็นการเสื่อมถาวร ไม่สามารถแก้ไขให้กลับคืนมาดีได้ดังเดิม ฉะนั้นลด ละ เลิกพฤติกรรมชำเราหูตัวเอง ก่อนที่คุณจะเป็นผู้ดับหูของตัวเอง
ขอบคุณค่ะ..จะได้นำไปเผยแพร่นะคะ...
ขอบคุณเช่นเดียวกันที่แวะเข้ามาทัีกทาย หวังว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มากไม่น้อยนะคะ