การวิจัยและพัฒนาในสถานศึกษา

การวิจัยและพัฒนา

(Research and Development)

 

 

            การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างหรือค้นหาแนวคิด แนวปฏิบัติ วิธีปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ที่นำไปใช้เพื่อพัฒนากลุ่มคน หน่วยงาน หรือองค์กร จุดหมายปลายทางที่คาดหวังจึงเป็นการมุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ  เช่น แนวคิด พฤติกรรม วิถีปฏิบัติ ที่คาดหมายว่าจะดีขึ้น ซึ่งรูปแบบการวิจัยมักใช้วิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) วิจัยปฏิบัติการ (Action Research) วิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) และการวิจัยประเมินผล (Evaluation Research) 

            การวิจัยและพัฒนาทำให้ได้มาซึ่งรูปแบบ วิธีการ ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม งานประยุกต์ทางด้านต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศ  ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม การเมืองการปกครอง  การศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การแพทย์ เป็นต้น   

1. ความหมายของการวิจัยและพัฒนา

            สุวัฒนา  สุวรรณเขตนิยม (2540 : 18) ได้กล่าวถึงการวิจัยและพัฒนาไว้ว่า คือ การวิจัยรูปแบบหนึ่งที่ใช้การวิจัยเป็นเครื่องมือ หรือเป็นวิถีทางกลยุทธ์ในการดำเนินงาน  ทั้งนี้เพราะเชื่อว่าการพัฒนาจะเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม  ถ้าใช้ข้อมูลที่มีคุณภาพเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจ  รวมทั้งเชื่อว่าการพัฒนาจะเป็นไปอย่างมีชีวิตชีวา(Active) หากนักพัฒนาใช้กระบวนการวิจัยในการพัฒนางาน  เพราะจะทำให้นักพัฒนาเห็นภาพของงานโดยตลอดอย่างชัดเจน และนักพัฒนาจะมั่นใจในทิศทางและลักษณะการพัฒนาที่ดำเนินการไปในแต่ละขั้นว่าจะตรงเป้าหมายและจะมีปิติสุขในการทำงาน

            บอร์ก และ กอล (Walter R. Borg & Meredith Damien Gall,1979 : 627) กล่าวไว้ว่า การวิจัยและพัฒนาบางครั้งเรียกการวิจัยเน้นการพัฒนา (Research based development) เป็นกลยุทธ์ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์  มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างหรือค้นหาแนวคิด แนวปฏิบัติ วิธีปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ที่นำไปใช้เพื่อพัฒนากลุ่มคน หน่วยงาน หรือองค์กร  จุดหมายปลายทางที่คาดหวังจึงเป็นการมุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ เช่น แนวคิด พฤติกรรม วิถีปฏิบัติ  ที่คาดหมายว่าจะดีขึ้น  รูปแบบการวิจัยมักใช้วิจัยเชิงทดลอง  วิจัยปฏิบัติการ (action research) และวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (participation research) ตัวอย่างของงานวิจัยและพัฒนา เช่น การวิจัยและพัฒนาหลักสูตร  การวิจัยและพัฒนาการเกษตร  การวิจัยและทางการแพทย์  เป็นต้น

            การวิจัยและพัฒนา (Research and Development)  ประกอบด้วยคำสองคำ คือ           ” การวิจัย” (Research) กับ “การพัฒนา” (Development)   การวิจัย หมายถึง  การศึกษาหาความรู้ความจริงด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์    เพื่อจุดมุ่งหมายที่จะอธิบาย พยากรณ์ ควบคุม ปรากฏการณ์ต่าง ๆ หรือการสร้าง กฎ ทฤษฎี และการนำไปใช้ประโยชน์ ( Good.1973 : 494 ; พวงรัตน์  ทวีรัตน์ .2540 :11 )   การพัฒนา หมายถึง การปรับปรุงความรู้ใหม่ให้สามารถใช้งานได้หรือการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ( มนตรี จุฬาวัฒนทล.25437 :17 สุวัฒนา สุวรรณเขตนิคม .2540 : 13 ) เมื่อเอาความหมายของทั้งสองคำมารวมกัน ก็จะได้เป็นคำนิยามของการวิจัยและพัฒนาดังนี้

          การวิจัยและพัฒนา เป็นการนำองค์ความรู้เดิมจากผลการวิจัยประเภทต่างๆ    หรือการนำผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วไปจัดกระจัดทำต่อเป็นระบบอย่างต่อเนื่องโดยมีการตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมของผลิตภัณฑ์

 

2.ลักษณะสำคัญของการวิจัยและพัฒนา        

            การวิจัยและพัฒนาดำเนินการตามกระบวนการวิจัยอย่างเป็นระบบ มีการนำเนื้อหาความรู้  กฎ  ทฤษฎี ต่างๆ มาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ และพัฒนาจนมีความเหมาะสมเพียงพอในการนำไปใช้ประโยชน์แล้วจึงนำออกมาเผยแพร่สู่สาธารณชน

        การวิจัยและพัฒนาจะมีประโยชน์มากขึ้นถ้าการศึกษาวิจัยนั้นมีส่วนประกอบดังนี้

            1)  เรื่องที่ทำการวิจัยและพัฒนาเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้ใช้ผลงาน 

            2) นักวิจัยและทีมงานดำเนินการวิจัยและพัฒนาอย่างเต็มความสามารถตลอดจนมีความถูกต้อง เหมาะสม ทั้งทางด้านเนื้อหา และจริยธรรม 

            3) เรื่องที่ทำการวิจัยและพัฒนาได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทางด้านเงินทุนและวัสดุอุปกรณ์ สถานที่ในการทำการงาน เป็นต้น

            4)  เรื่องที่ทำการวิจัยและพัฒนามีการนำเสนอต่อสาธารณชนเพื่อให้เกิดประโยชน์ใน

อย่างกว้างขวาง

5)      เรื่องที่ทำการวิจัยเป็นการนำผลการวิจัยเดิมหรือสิ่งประดิษฐ์มาทบทวนแล้วพัฒนาต่อ

ยอดเพื่อเพิ่มศักยภาพให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง โดยศึกษาค้นคว้าทดลองและตรวจสอบเพิ่มเติมของเดิมให้สมบูรณ์และเป็นไปอย่างครบวงจร ด้วยการจัดกระทำซ้ำ ๆหลายครั้ง รวมทั้งสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้แล้วนำผลมาปรับปรุงเป็นระยะ ๆ จนกระทั่งเกิดความเชื่อมั่นและแน่ใจในผลผลิตขั้นสุดท้าย

            6)  การวิจัยและพัฒนานำกระบวนการวิจัยต่าง ๆ จากทั้งประเภทการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพมาใช้ในโครงการวิจัยและโครงการพัฒนาโดยจัดแบ่งให้มีโครงการวิจัยย่อยหรือโปรแกรมการวิจัยจำนวนมากเชื่อมโยงเข้าด้วยกันเป็นชุดโครงการวิจัย

            7) การวิจัยและพัฒนาสามารถยืดหยุ่นหรือปรับเปลี่ยนทั้งกระบวนการวิจัยและกระบวนการพัฒนาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ที่จะใช้ผลการวิจัยได้เสมอ เนื่องจาก   การวิจัยและพัฒนามุ่งที่ผู้ใช้ผลผลิต เป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด

            8) เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมผลิตและ/หรือผู้ใช้ผลผลิตจากภาครัฐและเอกชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมดำเนินการเช่น ร่วมลงทุนในการผลิต สนับสนุนในด้านงบประมาณ รวมทั้งช่วยเหลือให้ความสะดวกต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการยอมรับในความสำคัญของผลิตและเป็นการเผยแพร่ผลการวิจัยไปด้วยในตัว

            9) ระยะเวลาในการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาจะต้องเป็นช่วงเวลาที่ต่อเนื่องกันยาวนานมากพอที่จะทำให้เกิดผลผลิตที่ได้มาตรฐานตามความต้องการ

            10)  การเผยแพร่และการขยายผลผลผลิตที่ได้จากการวิจัยและพัฒนาควรต้องกระทำอย่างต่อเนื่องทั้งในขณะที่ดำเนินการวิจัยอยู่และหลังจากการวิจัยได้เสร็จสิ้นลงทั้งหมดหรือบางส่วนก็ตามเพื่อให้ผลผลิตไปสู่ผู้ใช้อย่างกว้างขวางและเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง

3. รูปแบบของการวิจัยและพัฒนา

          การวิจัยและพัฒนามีเป้าหมายอยู่ที่การสร้างเทคโนโลยีหรือวิธีการไม่ใช่แค่สร้างความรู้  การสร้างเทคโนโลยีหรือวิธีการบางครั้งต้องใช้วิธีการลองผิดลองถูก  วิธีการเกี่ยวกับงานวิจัยและพัฒนาจึงควรมีความยืดหยุ่น  ดำเนินการได้ในหลายรูปแบบ เช่น

4.1   มีการวิจัยและการพัฒนาเท่ากัน ทำไปด้วยกัน เรียกว่า R&D

4. 2    องค์ประกอบด้านการวิจัยเป็นองค์ประกอบใหญ่ การพัฒนาเป็นส่วนเสริมเรียกว่า                  R&d

4. 3    องค์ประกอบด้านการพัฒนาเป็นองค์ประกอบหลัก การวิจัยเป็นส่วนเสริมเรียกว่า                  D&r

4.4  แยกการพัฒนากับการวิจัยออกเป็น 2 ส่วน ทำโดยคนละทีมแต่มีกลไก 

ประสานงานกันเรียกว่า R+D

                                                                                                                                          

4. ขั้นตอนของระเบียบวิธีการวิจัยและพัฒนา

                ขั้นตอนของการวิจัยและพัฒนาในที่นี้นำเสนอตามแนวของ บอร์ก  และ กอล (Walter R. Borg & Meredith  Damien Gall,1989 : 785-795)  ประกอบด้วย 10 ขั้นตอนดังนี้

            ก่อนที่จะดำเนินการวิจัยและพัฒนา จำเป็นต้องกำหนด คัดเลือกประเด็นหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการศึกษา เกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือกผลิตตามแนวคิดของบอร์กและกอล   เสนอไว้ 4 เกณฑ์ ได้แก่  1) ความสำคัญของผลิตภัณฑ์และการสนองตอบความต้องการจำเป็น 2) ความเพียงพอของพื้นฐานความรู้และผลการวิจัยที่จะใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 3) มีคนที่มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่จำเป็นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และ4) สามารถที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

          ขั้นตอนที่ 1 : รวบรวมข้อมูลและผลงานวิจัย

            ขั้นรวบรวมข้อมูลและผลงานวิจัยซึ่งจะครอบคลุมการประเมินความต้องการ การสำรวจตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง การศึกษาวิจัยขนาดเล็กและการเตรียมรายงาน หลังจากผู้วิจัยตัดสินใจแล้วว่าควรจะพัฒนาผลิตภัณฑ์อะไร เพื่อความมั่นใจว่าผู้วิจัยมีกรอบทฤษฎี และผลการวิจัยเพียงพอที่จะชี้แนะแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สนใจ ผู้วิจัยจึงต้องศึกษาเอกสาร ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นอกจากนี้บางครั้งอาจจะได้ข้อมูลมาโดยการสังเกตภาคสนามในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการจะสร้างขึ้นถ้ามีความจำเป็น หรืออาจจะต้องมีการทำการวิจัยขนาดเล็กเพื่อหาคำตอบ ซึ่งงานวิจัยและทฤษฎีที่มีอยู่ไม่สามารถตอบได้ในการทำการศึกษาตามที่กล่าวมานั้นมีจุดประสงค์เพื่อจะนำความรู้เหล่านั้นมาพัฒนาผลิตภัณฑ์  เมื่อรวบรวมข้อมูลได้ครบตามที่ต้องการแล้วจึงดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ขั้นตอนที่ 2 : การวางแผนการวิจัยและพัฒนา 

จุดสำคัญของการวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ คือการกำหนดวัตถุประสงค์เฉพาะของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น วัตถุประสงค์ของการพัฒนาหลักสูตรใหม่ที่เขียนในรูปผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับนักเรียน เป็นต้น  ถ้าเป็นไปได้ควรที่จะเขียนวัตถุประสงค์ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปของวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม กำหนดวิธีการที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนทรัพยากรที่ต้องการเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทั้งในด้านกำลังคน งบประมาณ วัสดุ ครุภัณฑ์ และระยะเวลา  เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 3 : การพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์เบื้องต้น  

          การพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์เบื้องต้น ประกอบด้วย การเตรียมการผลิต กระบวนการผลิตและการประเมินผล   หลักการที่สำคัญของขั้นตอนนี้คือ ต้องกำหนดโครงสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อให้ได้ผลย้อนกลับจากการทดสอบภาคสนามให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ขั้นตอนที่ 4 : การทดลองใช้ครั้งที่ 1  (กลุ่มเล็ก)

การทดลองใช้กลุ่มเล็กเป็นการทดลองเบื้องต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ผลการประเมินเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ ข้อมูลได้จากการสัมภาษณ์ การสังเกตและการสอบถามเป็นการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก เช่น โรงเรียน 1-3 โรง เด็กนักเรียน 6-12 คน เป็นต้น

สิ่งสำคัญคือการสร้างสถานการณ์ทดลองให้มีความคล้ายคลึงกับสถานการณ์จริงที่จะนำผลิตภัณฑ์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วไปใช้ ถ้าสถานการณ์การทดลองมีความแตกต่างไปจากสถานการณ์จริงแล้วผู้วิจัยจะประสบปัญหาเรื่องการสรุปอ้างอิงผลการทดลองจากสภาพหนึ่งไปยังอีกสภาพหนึ่ง 

ขั้นตอนที่ 5 : การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ครั้งที่ 1

            เป็นการทบทวนปรับปรุงผลิตภัณฑ์ อันเป็นผลมาจากการทดลองใช้ครั้งที่ 1 ในกลุ่มเล็กของขั้นตอนที่ 4 เพื่อพร้อมที่จะนำไปทดลองกลุ่มใหญ่ต่อไป

 ขั้นตอนที่ 6 : การทดลองใช้ครั้งที่ 2 (กลุ่มใหญ่)

            เป็นการนำผลิตภัณฑ์ไปทดลองกับกลุ่มขนาดใหญ่ เช่น ทำการทดสอบกับโรงเรียนจำนวน 5-15 โรง มีกลุ่มตัวอย่าง นักเรียน 30-100 คน เป็นต้น

          การประเมินผล ใช้การทดสอบก่อนและหลังการใช้ผลิตภัณฑ์(Pre-test และ Post-test) นำผลที่ได้จากการประเมินโดยเปรียบเทียบกับวัตถุประสงค์ หรือกลุ่มควบคุมที่เหมาะสม

            วัตถุประสงค์หลักของการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มใหญ่ คือ ต้องการจะบ่งชี้ว่าผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นไปตามวัตถุประสงค์ของการพัฒนาที่เขียนอย่างชัดแจ้งในรูปของวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม ระเบียบวิจัยเชิงประเมินในการทดลองกลุ่มใหญ่นิยมใช้ระเบียบวิธีวิจัยทดลอง

ขั้นตอนที่ 7 : การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ครั้งที่ 2

            หลังจากวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์กับกลุ่มขนาดใหญ่แล้ว นำมาปรับปรุงแก้ไขผลิตภัณฑ์อีกครั้ง  เพื่อให้ได้ผลดีและมีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้มากขึ้นก่อนที่จะนำไปทดลองภาคสนามขนาดใหญ่ในขั้นต่อไป 

ขั้นตอนที่ 8 : การทดลองใช้ ครั้งที่ 3 (ทดสอบภาคสนามขั้นปฏิบัติการ)

            หลังจากปรับปรุงรูปแบบผลิตภัณฑ์จนมีความมั่นใจในด้านคุณภาพ ผู้วิจัยเห็นสมควรนำรูปแบบไปทดลองใช้ เพื่อตรวจสอบความพร้อมสู่ปฏิบัติ ในขั้นตอนนี้ต้องใช้กลุ่มทดลองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เช่น นำไปใช้ในโรงเรียน 10-13 โรง นักเรียน 40-200 คน เป็นต้น

            การประเมินผล จากการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสอบถาม สัมภาษณ์ และสังเกตการณ์ แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์

ขั้นตอนที่ 9 : การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ครั้งที่ 3 (ขั้นสุดท้าย)

เป็นการปรับปรุงผลิตภัณฑ์โดยใช้ผลจากการทดสอบภาคสนามปฏิบัติการมาเป็นเกณฑ์ในการปรับปรุงแล้วจึงนำผลิตภัณฑ์ที่ได้นั้นไปเผยแพร่

ขั้นตอนที่ 10: การนำผลิตภัณฑ์ไปใช้และการเผยแพร่

 เป็นการเสนอผลิตภัณฑ์ต่อที่ประชุมวิชาการและตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารหรืออาจจะมีการเผยแพร่โดยวิธีการอื่น เช่น การเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เพื่อให้ผลที่ได้จากการวิจัยเผยแพร่ไปในวงกว้าง และเป็นประโยชน์ต่อบุคคลทั่วไปทุกระดับชั้น