พัฒนาครู

กระบวนการประเมินสมรรถนะ 

และจัดทำแผนพัฒนาตนเอง (ID-Plan)

สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา 

สำนักงานปลัดกระทรวง

กระทรวงศึกษาธิการ 


Competency

 

โมเดลภูเขาน้ำแข็ง (Iceberg Model)

 

  • ส่วนที่ลอยอยู่เหนือน้ำได้แก่  องค์ความรู้   และทักษะต่างๆ
  • ส่วนที่อยู่ใต้ผิวน้ำ ได้แก่ แรงจูงใจ   อุปนิสัย  ภาพลักษณ์   ภายใน  และบทบาทที่   แสดงออกต่อสังคม    

ความหมายของสมรรถนะ

สมรรถนะ หมายถึง ความสามารถของบุคคล ในด้านความรู้ ความคิด ทักษะ และคุณลักษณะ คุณธรรมที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานให้บรรลุผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

การประเมินสมรรถนะ

การประเมินสมรรถนะ  เป็นกระบวนการตัดสิน ตีค่า หาคุณภาพของความรู้ ความสามารถ ทักษะ เจตคติ และบุคลิกลักษณะของบุคคลที่แสดงออกทางพฤติกรรมการปฏิบัติสำหรับเป็นข้อมูลนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์หรือมาตรฐานที่กำหนด เพื่อดำเนินการพัฒนาบุคคลให้สอดคล้องกับความต้องการ และเป้าหมายขององค์กร

 

ความจำเป็นในการประเมินสมรรถนะ

พรบ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542   

หมวด 7 ม. 52  ให้กระทรวงกำกับ และประสานให้สถาบันผลิต และพัฒนาครูฯ  มีความพร้อมในการพัฒนาบุคลากรประจำอย่างต่อเนื่อง

 

 

สมศ. เกณฑ์ประเมินคุณภาพสถานศึกษา

ม. 20  ผู้บริหารมีภาวะผู้นำ และมีความสามารถในการบริหารจัดการ

ม. 24  ตัวบ่งชี้ 24. 3 ครูได้รับการพัฒนาในวิชาที่สอนไม่ต่ำกว่า 20  ชั่วโมง/ปี

 

ก.ค.ศ.

การประเมินเพื่อขอมี หรือเลื่อนวิทยฐานะครู และบุคลากรทางการศึกษา  ให้คำนึงถึงความประพฤติ  คุณภาพการปฏิบัติงาน (สมรรถนะ) และผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (ที่ ศธ  0206.3/ว 25)

 

คุรุสภา

การขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ทุกคนจะมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ต้องพัฒนา

 

ประโยชน์ของการประเมินสมรรถนะตนเอง

ตรวจสอบความสามารถของตนเองว่า มีสมรรถนะการปฏิบัติงานแต่ละเรื่องอยู่ในระดับใด

ได้ข้อมูลสำหรับการพัฒนาตนเอง ให้เป็นไปในทิศทางที่องค์กรต้องการ

สามารถจัดทำแผนพัฒนาตนเอง (ID - Plan) และแผนพัฒนาความก้าวหน้าในวิชาชีพ

     (Career Path) บนพื้นฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้

บุคลากรมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเอง ให้มีพฤติกรรมการทำงานที่พึงประสงค์

     เพื่อให้ ได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพ

 

องค์กร

สามารถวางแผนดำเนินการพัฒนาบุคลากรได้ตรงกับความจำเป็นของบุคลากรเป็น

      รายบุคคล และเป็นระบบ

มีข้อมูลที่จะใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรได้ชัดเจนและเชื่อถือได้

เป็นแนวทางพิจารณาคัดเลือก/แต่งตั้งบุคลากร ให้ดำรงตำแหน่งที่สอดคล้องกับสมรรถนะ

     ที่มีอยู่

สมรรถนะหลัก

 (Core competency)

 

สมรรถนะหลัก   คือ  คุณลักษณะร่วมของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกตำแหน่ง  เพื่อหล่อหลอมค่านิยม และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ร่วมกัน

 

สมรรถนะหลักของครูและบุคลากรทางการศึกษา

   การมุ่งผลสัมฤทธิ์

   การบริการที่ดี

   การพัฒนาตนเอง

   การทำงานเป็นทีม

 

สมรรถนะประจำสายงาน (Functional Competency)

สมรรถนะประจำสายงาน คือ สมรรถนะที่กำหนดเฉพาะสำหรับแต่ละตำแหน่ง  เพื่อสนับสนุนให้บุคลากรที่ดำรงตำแหน่งนั้นแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมกับหน้าที่  และส่งเสริมให้สามารถปฏิบัติภารกิจในหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น

 

สมรรถนะประจำสายงานของครู

   การจัดการเรียนรู้

   การพัฒนาผู้เรียน

   การบริหารจัดการชั้นเรียน

   การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการวิจัย

   การสร้างความร่วมมือกับชุมชน

 

สมรรถนะประจำสายงานของบุคลากรทางการศึกษา

   การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการวิจัย

   การสื่อสาร และการจูงใจ

   การพัฒนาศักยภาพบุคคล

   การมีวิสัยทัศน์

 

วินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ

การมีวินัย

            - การควบคุมตนเอง

            - การปฏิบัติตนตามกติกาของสังคม

การประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี

            - ทางกาย    

            - วาจา   

            - ใจ

   การดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม

   ความรัก และศรัทธาในวิชาชีพ

   ความรับผิดชอบในวิชาชีพ

 


หลักเกณฑ์การลงสรุป

การประเมินโดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 2 คนในตาราง 1

 

กรณีที่ 1

กรณีที่ผู้ประเมิน 2 คน  มีความเห็น ไม่สอดคล้องกัน  ได้แก่

  คนใดคนหนึ่งให้ 2 อีกคนหนึ่งให้ 4

  คนใดคนหนึ่งให้ 1 อีกคนหนึ่งให้ 2 หรือ 3 หรือ 4

  ต้องให้ผู้ประเมินทั้ง 2 คน คุยกันเพื่อลงความเห็นร่วมกันให้เป็นเอก

     ฉันท์ว่า รายการนั้นควรให้ระดับคุณภาพใด  เพื่อลงสรุป        

หรือ

 ให้นำไปเปรียบเทียบกับผลการประเมินของตนเอง ถ้าความเห็นของ

   คนใดสอดคล้องหรือใกล้เคียงกับของตนเองให้ใช้ระดับคุณภาพของ

   คนนั้นเป็นข้อสรุป  

 

กรณีที่ 2

กรณีที่ผู้ประเมิน 2 คน  มีความเห็น สอดคล้องกัน  หรือใกล้เคียงกัน  เช่น 2 กับ 3  หรือ 3 กับ 4  

ให้หาค่าเฉลี่ยของระดับคุณภาพที่ทั้ง 2 คนให้ เพื่อลงสรุป

 

กรณีที่ผู้ประเมิน 2 คน  มีความเห็น เหมือนกัน

ให้ใช้ผลการประเมินของคนใดคนหนึ่งได้เลย

 

กรณีที่ 3

ถ้าผู้ประเมินคนใดคนหนึ่งประเมินว่า  “ม” 

  ให้ถือผลการประเมินของผู้ประเมินอีกคนหนึ่งได้เลย

ในกรณีที่ผู้ประเมิน 2 คน ประเมินว่า“ม” เหมือนกัน

  ให้จัดหาผู้ประเมินคนใหม่มาเป็นผู้ประเมินทั้ง 2 คน หรือใช้ผลการ

      ประเมินตนเอง เป็นข้อสรุป

 

 

หลักการวิเคราะห์สมรรถนะที่จำเป็นต้องพัฒนาและไม่จำเป็นต้องพัฒนา

 

สมรรถนะที่จำเป็นต้องพัฒนา

1. สมรรถนะ หรือความสามารถที่มีผลการประเมินของผู้ประเมินฝ่ายใด

    ฝ่ายหนึ่ง (ตนเอง หรือครู/ผู้บริหารสถานศึกษา) หรือทั้ง 2 ฝ่าย อยู่

    ในระดับคุณภาพ 1

2. สมรรถนะ หรือความสามารถที่มีผลการประเมินของผู้ประเมินทั้ง 2

    ฝ่าย อยู่ในระดับคุณภาพ 2

 

สมรรถนะที่ไม่จำเป็นต้องพัฒนา

สมรรถนะ  หรือความสามารถที่มีผลการประเมินของผู้ประเมินฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่ใน ระดับคุณภาพตั้งแต่ 3 ขึ้นไป และอีกฝ่ายหนึ่งอยู่ในระดับคุณภาพตั้งแต่ 2 ขึ้นไป

 

ขั้นตอนการทำแบบประเมินสมรรถนะ

1. ผู้ถูกประเมินทำแบบประเมินสมรรถนะโดยตนเอง

2. ผู้บังคับบัญชาหรือเพื่อนที่ใกล้ชิดจำนวน 2 คน ทำแบบประเมินโดยผู้

    มีส่วนเกี่ยวข้อง

3. นำผลการประเมินจากข้อ 1 และ 2 ใส่ลงในตาราง 1

4. สรุปผลการประเมินโดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง 2 คน  โดยวิธีการ

     สรุปผลที่กำหนด แล้วนำผลสรุปใส่ในช่องตาราง 1

5. สรุปผลการประเมินความสามารถ(ประเมินตนเอง) แต่ละสมรรถนะ

    โดยการหาค่าเฉลี่ยระดับคุณภาพของแต่ละรายการประเมินต่างๆใน

    สมรรถนะและคุณลักษณะนั้นๆ แล้วใส่ลงในรายการสมรรถนะหลักใน

    ตาราง 2

6. สรุปการประเมินสมรรถนะ (ประเมินโดยผู้เกี่ยวข้อง) โดยการหา

    ค่าเฉลี่ยระดับคุณภาพของรายการประเมินต่างๆ ในสมรรถนะและ

    คุณลักษณะนั้นๆแล้วใส่ลงในรายการสมรรถนะหลักในตาราง 2

7. สรุปผลสมรรถนะ ความสามารถหรือคุณลักษณะที่จำเป็นต้องพัฒนา

    หรือไม่จำเป็นต้องพัฒนาตามเกณฑ์ที่กำหนด แล้วใส่เครื่องหมายลง

    ในช่องสรุปผลของตาราง 2

8. จัดอันดับความสำคัญของสมรรถนะที่จำเป็นต้องพัฒนา

9. นำข้อมูลที่ได้จากข้อ 8 ไปจัดทำแผนพัฒนาตนเอง

 

 

ความหมายของแผนพัฒนาตนเอง

(Individual Development Plan = ID - Plan)

 

แผนที่บุคคลได้กำหนดขึ้นเป็นแนวทางในการเสริมสร้าง หรือเพิ่มพูนสมรรถนะ คุณลักษณะที่จำเป็นในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมุ่งสู่คุณภาพระดับสูง และบรรลุเป้าหมายวิชาชีพของตน

 

ประโยชน์ของแผนพัฒนาตนเอง

1. ทำให้แต่ละคนมีแผนสำหรับพัฒนาตนเองจากข้อมูลที่เชื่อถือได้

2. ทำให้รู้สมรรถนะเด่น  และสมรรถนะที่บกพร่องของตน


3. ทำให้การพัฒนาตนเองเกิดจากความต้องการ และความพร้อมของ

    ผู้จัดทำแผนเอง

4. ทำให้ได้แนวทางสำหรับการพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงานของ

    ตนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และมีความก้าวหน้าในวิชาชีพ

5. ทำให้เกิดความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองอย่างมีเป้าหมาย

6. ทำให้องค์กรสามารถพัฒนาการปฏิบัติงานของบุคลากรได้อย่างเป็น

    ระบบ และมีประสิทธิภาพ

 

หลักการในการจัดทำแผนพัฒนาตนเอง

1. เป็นการวางแผนดำเนินการโดยใช้ข้อมูลที่เชื่อถือได้เป็นฐาน

2. เป็นการพัฒนาตนเองโดยใช้รูปแบบที่หลากหลาย เหมาะสม และมี

    ประสิทธิภาพ

3. เป็นการพัฒนาที่มุ่งประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนเป็นสำคัญรวมทั้ง

    ความก้าวหน้าในวิชาชีพของตน