-
...สองขจร...
ด้วยการที่เห็นต้นขจร(สลิด)ที่ปลูกไว้ในบ้าน ออกดอกค่อนข้างมากพอสมควร นึกอยากกินแกงส้ม จึงทำการเก็บรวบรวมดอกขจรได้มามากพอสมควร แล้วจึงจัดการแกงส้มด้วยน้ำแกงที่ตำปนกับเนื้อปลาช่อนตัวเขื่อง
แต่ก็มิได้แกงส้มเฉพาะดอกขจรเท่านั้น ยังมีสมัครพรรคพวกมาร่วมในขบวนการแกงด้วย อันได้แก่ ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว เพื่อเพิ่มปริมาณผักให้มีตัวเลือกในการรับประทานผักให้มากขึ้น
และยังมีอีกอย่างที่มีในสำรับอาหารมื้อนี้ คือ ปลาสลิดแดดเดียวทอด ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนแข่งขันกับกลิ่นแกงส้มดอกขจรกับรวมมิตรผักอย่างที่กล่าวไว้ ชวนให้อยากกินข้าว เพราะกลิ่นที่หอมหวนของกับข้าวมื้อนี้
ดอกสลิด เป็นชื่อไม่เพราะจึงมีการเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น ดอกขจร ส่วนปลาสลิด ไม่เห็นมีใครเรียก ปลาขจร ทั้งที่มีคำว่าสลิดเหมือนกัน วันนี้กินข้าวซึ่งมีกับข้าวถึง "สองขจร" ก็แล้วกัน

ภาพที่เคยลงไว้จากเรื่อง " ประหยัดทำไม "
สวัสดีค่ะ ท่าน ผอ.udomran
ดอกขจร แถวบ้านขีดละ 10 บาทค่ะ เอามาผัด หรือ ทำน้ำแกงจืดใส่เต้าหู้อ่อนให้อาม่ารับประทาน อาม่าชอบมากค่ะ ยังไม่เคยนำมาทำแกงส้มเลย อิ อิ ท่านสบายดีนะคะ มีความสุขมากๆ ค่ะ
นักปั้นคำจริง"สองขจร"
คิดได้ไงเนี้ยะ..ท่าน ผอ.นินจา
ครู ชนพ.ภาษาไทย...ตามไม่ทันเร้ยยย
มาแล้วค่ะตามคำเชิญ.....
มาเจอ..สองขจร..ทำเอาอึ้งเอ๋อ...คิดได้ไง??
ดอกสลิดเอ้ย..ดอกขจร เอามาชุบแป้งทอดทานกับน้ำพริกกะปิก็แซ่บหลายค่ะ
เอาเป็นว่าจะชื่ออะไรก็ตาม ชอบทานทั้งสองอย่างเลย...
มีความสุขกับการเคี่ยวเข็ญลูกน้องเด้อ...
ชอบจังเพลงนี้!!!!
สำบัด สำนวน ไม่เบานะน้องชายเรา
อาหารมื้อนี้คงอร่อยที่สุดเพราะทำด้วยฝีมือตนเอง...