จากการเิดินทางครึ่งวันเราก็มาึถึงชายแดนลาว - เวียตนาม ลาวบาว  ตรงชายแดนมีหน่วยพ่นยาป้องกันไข้หวัดใหญ่2009 และมีการตรวจความร้อนของหน้าผากด้วย ถึงตรงนี้คณะเราได้เปลี่ยนไกด์จากสาวลาวเป็นไกด์สาวเวียตนาม  เธอคนนี้เพื่อเรียนจบปริญญาตรีเมื่อเดือน มีนา ปีที่แล้ว  จบจาก ม.รภ.สกลนคร  ทางบ้านเรานี่เอง  เป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยน  พูดไทยชัด 95% เลยทีเดียว เธอจะอยู่กับคณะทัวร์ของเราจนกระทั่งกลับในอีก 3 วันข้างหน้านู่นแหละ
ออกจาก ต.ม.มา  เห็นความแตกต่างของลาวกับเวียตนามทันที  ชายแดนฝั่งเวียตเหมือนเป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่กำลังสร้างเมืองแถวชายแดน  ช่วงนี้เราต้องเดินทางท่ามกลางภูเขา 150 กม. ค่อยจะถึงเมืองเว้ ตลอดทางเต็มไปด้วยภูเขามองสุดลูกหูลูกตาทั้งน้อยทั้งใหญ่  แต่ภูเขาตลอดการเดินทางไม่เห็นจะมีต้นไม้ใหญ่ๆเลยมีแต่แบบโล่งๆ  ต้นเล็กๆ  เป็นหย่อมๆ  ก็ได้รับคำตอบจากไกด์ว่า  แถวนี้เป็นสมรภูมิรบของอเมริกาที่สู้รบกับเวียต เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา  มีการทิ้งระเบิดที่การทำลายล้างสูงเพื่อจะทำลายข้าศึกที่ขุดอุโมงค์อยู่ใต้ดินให้ได้  แม้ทางจะคดเคี้ยวตามภูเขาแต่คนขับเราก็ไปแบบตีนผีจริงๆ  ตีนผีบ้านเราต้องไปดูตีนผีของแท้  พอออกจากทางคดเคี้ยวของภูเขาก็เข้าสู่ที่ราบแบบทั่วไป  ตรงนี้ทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยสีเขียวของข้าว  น้ำเต็มห้วยเต็มนา น้ำบ้านเขาไม่รู้มีแห้งหรือเปล่าซึ่งต่างจากลาว  หรือแม้กระทั่งบ้านเราจริงๆ  จึงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในการค้าข้าวกับไทย แต่ข้าวเขายังสู้หอมมะลิบ้านเราไม่ค่อยจะได้แต่อีกไม่นานหากเราไม่พัฒนาต้อง เสียเปรียบเวียตแน่นอน มิน่าหละทางภาคเหนือเขาทำนาปีละ 4 ครั้ง  ส่วนภาคกลางกับภาคใต้ทำได้ปีละ 3 ครั้ง  พอเข้าสู่ตัวเมืองเว้  ไก์พาเราไปวัดของราชวงศ์เหงี่ยน ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของเวียตนามเมื่อซัก 90 ปีที่แล้ว  ดูแล้วสู้บ้านเราไม่ได้หรอกครับ พอออกจากวัดมารอรถก็มีพวกแม่ค้ามาขายของต่างๆ  ผมก็เลยไปเห็นยายแก่คนหนึ่งมาขายเบียร์กระป๋องยี่ห้อ HEA BEER ซึ่งเป็นเบียร์ของบ้านเขา แกขาย 7 ป๋อง 100 บาท ตกป๋องละ 15 บาท ซึ่งบ้านเราลีโอป๋องละเกือบ 30 บาท เพราะทางบ้านเราเก็บภาษีแบบสูบเงินจริงๆ จากนั้นพาไปทานอาหารที่ร้าน  เมนูหนึ่งในนั้นก็มีแหนมเนือง  ข้าวเกรียบปากหม้อ  จากนั้นเขาพาไปชมดนตรีในเรือโดยสาร  โดยช่วงนั้นเป็นช่วงเลิกงานพอดี  ระหว่างทางในเมืองรถแน่นมากแต่ 90 % เป็น แมงกะไซด์+จักรยานที่ขับอยู่ในถนนเดียวกันกับรถยนต์เลย  เสียงบีบแตรสนั่นหวั่นไหว  ถึงแม้จะรถเยอะแต่การจราจรเขาคล่องตัวมากไม่ติด  เมืองเว้มีมหาวิทยาลัยครูเว้ที่ใช้สำหรับศึกษาสำหรับคนจะมาเป็นครู  เมืองเว้เป็นเมืองที่ใหญ่น่าจะพอๆกับเมืองอุดรหรือขอนแก่นนี่แหละครับ  มีแม่นำ้ำสายใหญ่ในกลางเมือง  เราก็ไปขึ้นเรือฟังเพลง  จริงๆก็ฟังไม่รู้เรื่องหรอกไม่รู้เขาร้องด่าหรือเปล่าแต่เพลงสุดท้ายเป็นเพลงลอยกระทงบ้านเรานี่แหละ  ก็มีการรำวงกันและลอยกระทงกระดาษ  จากนั้นราวๆทุ่มเศษๆก็พากันไปโรงแรมที่พัก 3 ดาว  ....