ผมสรุปว่า กระบวนการ KM เป็นมิติหนึ่งของ BBL (Brain-Based Learning) ที่หากเข้าใจ neuroscience เข้าใจการทำงานของส่วนต่างๆ ของสมอง การเรียนรู้ด้วย KM ก็จะทรงพลังยิ่งขึ้น

          สคส. ใช้กระบวนการ KM ในการเปลี่ยนกระบวนทัศน์คน   โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้ใหญ่  มีตำแหน่งสูง มีความสามารถสูง   ให้เปลี่ยนกระบวนทัศน์และพฤติกรรม จากแบบควบคุมสั่งการ (command & control) มาเป็นแบบเอื้ออำนาจ (empowerment)   ดังกรณี KM Workshop ผู้พิพากษาระดับผู้บริหารชั้นสูง   ที่ผมบันทึกไว้ที่นี่

 

          ที่ผมพิศวงคือ ใน KM Workshop ของผู้ใหญ่ระดับนี้    เมื่อมีการละลายพฤติกรรมด้วยการเล่นเกม   ที่เป็นเกมที่เล่นเป็นกลุ่ม ต้องการความร่วมมือ   จะทำให้เกิดการเปิดใจและเปิดหูเปิดปาก ของผู้เข้าร่วม   เกิดการสุนทรียสนทนาที่ทรงพลัง    จนเกิดการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในช่วงเวลาเพียง ๒ – ๓ วัน   ผมพิศวงเรื่อยมา ว่าอธิบายเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร 

 

          มาได้คำตอบในการประชุมคณะกรรมการ steering โครงการพัฒนาโครงการวิจัย Brain-based Learning ของ สกว. เมื่อวันที่ ๔ พ.ค. ๕๓   เมื่อ ศ. นพ. ประเสริฐ บุญเกิด กล่าวถึงการเปิดสมองส่วน limbic เพื่อให้สมองส่วนอื่นทำงาน และเปลี่ยนพฤติกรรมเด็ก โดยเฉพาะวัยรุ่น  

 

          ผมสรุปว่า กระบวนการ KM เป็นมิติหนึ่งของ BBL (Brain-Based Learning)   ที่หากเข้าใจ neuroscience   เข้าใจการทำงานของส่วนต่างๆ ของสมอง   การเรียนรู้ด้วย KM ก็จะทรงพลังยิ่งขึ้น  
 
 
          นั่นคือ ไม่ว่าการเรียนรู้ของคนกลุ่มอายุใด ต้องเปิด limbic เสียก่อน   กระบวนการเรียนรู้ จึงจะเกิดได้   และ ศ. นพ. ประเสริฐ บุญเกิด บอกว่า กระบวนการที่ใช้เปิด limbic ของผู้ใหญ่หรือคนที่มีความรู้ มีอัตตาสูง คือ สุนทรียสนทนา (dialogue) แบบที่พระพุทธเจ้า และโสกราตีสใช้

 

          ผมบอกกับตัวเองว่า   การเล่นเกมที่เหมาะสม เป็นการเปิด limbic วิธีหนึ่ง
 
วิจารณ์ พานิช
๔ พ.ค. ๕๓