เสียงระฆังจากวิหารอันศักสิทธิ์ ส่งเสียงทุกๆชั่วโมงราวกับจะเตือนสติให้คนในเมืองนี้ ทุกคน ระลึกและเตือนตนเองให้ตั้งอยู่บนความดีงาม

วันนี้เป็นวันแม่ของประเทศฝรั่งเศสตามคำบอกเล่าของคุณป้าที่ร้านขายเครื่องหนังราคาแพงระยับยี่ห้อดัง เะอบอกว่าวันนี้ขายของเหนื่อยมากมือเป็นระวิง เพราะผู้คนออกมาซื้อของขวัญให้แม่กัน

    แม่ต้อยตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพราะเมือคืนนี้หลับสบายมาก จึงรู้สึกสดชื่น ตื่นขึ้นมาจึงมาเตรียมอาหารง่ายๆไว้กินกัน ก่อนที่จะออกไปเดินเที่ยวในวันนี้ เราตกลงกันว่าวันนี้จะนั่งรถไปที่มอนาโค และแวะไปที่มอนติคาโล ( เผื่อรวยกลับมา ฮ่าๆๆ)

    เปิดหน้าต่างห้องครัวออกไป ก็เห็นคุณป้าบ้านตรงข้ามเปิดประตูออกมาตากผ้าห่มบนราวระเบียงพอดี บรรยากาศชาวนิซ เริ่มแผ่ซ่านกำจายแล้วสินะ

    แม่ต้อยชวนลุกไปเดินเที่ยวที่ตลาดใจกลางเมืองอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งที่นี่เขามีชื่อเรียกว่า Cours Saleya ดั้งเดิมเป็นตลาดซื้อขายดอกไม้ ขยายเป็นผัก อาหารและพวกภาพวาดศิลปะต่างๆ รวมทั้งอาหารดั้งเดิม เช่น SOCCA ที่มีคนยืนรอยาวที่ เดียวคะ  คล้ายๆพิซซ่า แต่แม่ต้อยว่าไม่อร่อยสักเท่าไหร่คะ

    แม่ค้า พ่อขายที่นี่ใจดี พยายามหยิบยื่น และอธิบายคนที่ไม่ค่อยรู้ภาษาอย่างอดทน ยิ้มแย้ม แม่ต้อยซื้อผักหลายอย่างมาเก็บไว้ที่พักเพราะว่าน่ากินทั้งสิ้น

    เดินลดเลี้ยว ตามถนนสายแคบๆ และผ่านตึกสวยสีหลากหลายราวกับขนมหวาน ผ่านวิหารอันเก่าแก่ ที่ฝังตัวในเมืองนี้ชั่วนาตาปี เสียงระฆังจากวิหารอันศักสิทธิ์ ส่งเสียงทุกๆชั่วโมงราวกับจะเตือนสติให้คนในเมืองนี้ ทุกคน ระลึกและเตือนตนเองให้ตั้งอยู่บนความดีงาม

    จากนิซไปมอนาโคแสนสะดวก เราไปขึ้นรถบัสที่ท่ารถ ค่ารถเพียงคนละ ๑ ยูโร เท่านั้น มีคนรอเข้าคิวเต็ม แม้ว่ารถจะเต็มและที่นั่งไมพอ แต่หลายๆคนก็เต็มใจที่จะใช้ตั๋วยืนอย่างไม่เกี่ยงงอน

    เส้นทางที่ไปสวยงามสุดที่จะบรรยาย ด้วยว่ารถแล่นไปบนเส้นทางระหว่างชายหาดอันสวยงามของทะเลเมอดิเตอร์เรเนียน และอีกด้านคือภูเขาที่เรียงรายลดหลั่นกันไปตามเส้นทาง มีวิลล่าสวยๆ ของผู้มีเงิน ทั้งหลาย ที่สร้างไว้เพื่อตากอากาศตลอดเส้นทาง  นกนางนวลบินเป็นฝูง ฟ้าสีครามคลอเคลียด้วยก้อนเมฆน่ารัก มองออกไปไกลๆ บนยอดเขามีหมอกสีขาวจางๆปกคลุม ดูสงบและเยือกเย็น

 

    แม่ต้อย เลยไปที่ มอนติ คาโลก่อนคะ เพื่อที่จะมารู้จักกับแหล่งคาสิโนที่ดังก้องโลก เขาจะเปิดให้เข้า ประมาณบ่ายสองโมงคะ เราจึงได้แต่เดินเข้าไปที่สำหรับเล่นสนุกๆเท่านั้นเอง

บริเวณข้างๆมอนติคาโล สถานบริการที่หรูหราระดับโลก จะมีโรงแรมสุดหรูอยู่ข้างๆ สำหรับอภิมหาเศรษฐีได้พักผ่อน ยามได้เงิน หรือยามเสียเงิน ว่ากันว่าหากต้องการที่จะดักพบคนสำคัญระดับโลกละก้อ  ให้นั่งจิบกาแฟที่คาเฟ่ ของโรงแรม De paris นี่เองละคะ  แต่แม่ต้อยไม่กล้าลอง เกรงว่าจะต้องเปลี่ยนอาชีพไปถูพื้นห้องแถวนั้นละซีน่า อิอิ

 

    ในเมืองนี้ รถแทบทุกคันที่แล่นไปมา  มีราคาแพงทั้งสิ้น ขนาดรถแท็กซี่ก็ระดับ Audi แล้วละคะ คงเป็นแหล่งพักผ่อนสำหรับเศรษฐีมีระดับจริงๆ ประเภทแม่ต้อยนี่ก็ แค่มาเที่ยวก็ น่าจะวาสนาดีแล้ว อิอิ

    เราพากันเดินขึ้นไปดูพระราชวังซึ่งอยู่บนยอดเขาคะ สวยมาก บนพระราชวังเราสามารถมองลงมาเห็นมอนาโคแบบพารานอมา เลยคะ  ตึกสวยๆลดหลั่นไปเป็นชั้นๆ มองเห็นอ่าวทีมีเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ และเรือยอร์ช จอดนิ่งเพื่อรอเจ้าของที่จะพาท่องโลก

 

 

    ตอนกลับ เราเปลี่ยนใจลองนั่งรถไฟกลีบมาที่ฝรั่งเศส น่าแปลกใจมาก เพราะว่าที่สถานีรถไฟ ซึ่งเขาสร้างอย่างดีมากๆ มีทางเดินเข้าไปที่สถานีรถไฟโดยเชื่อมกับอาคารในบริเวณศูนย์การค้า ที่แทบไม่ทราบว่าจะเชื่อมไปถึงกันได้หากเราไมาถามเจ้าของประเทศเขา

    ที่ว่าแปลกใจคือ ตอนที่เราเดินเข้าไปตามเส้นทางนั้น ไม่มีใครเลย นอกจากทีมแม่ต้อยเท่านั้น ทางที่เดินไปว่างเปล่าจนแปลกใจ  จนกระทั้งจะถึงชานชาลาแล้วจึงมองเห็นสาวๆสักสองคนเดินสวนออกมา รถไฟคงเพิ่งมาถึงแน่ๆ  แต่ที่จริงแล้วคนใช้บริการน้อยมากคะ เขาคงจะมีระบบการเดินทางที่ดี หรือไม่อย่างนั้นทุกคนคงมีรถ( ราคาแพงมากๆๆๆ) อยู่แล้วละมัง

 

    กลับมาเดินเล่นที่ถนนเส้นหลักของนิซ ในยามเย็นอีกครั้ง บรรยากาศเย็นสบาย นักท่องเที่ยวเดินขวักไขว่  หนุ่มๆ นักดื่ม เริ่มออกมาตั้งวงเบียร์ ร้องเพลงอย่างไพเราะ เช่นพวก แจ๊ส บ้างก็งัดเครื่องดนตรีออกมาแสดงโชว์  หรือบางคนก็แสดงมายากล ตามความถนัด ส่วนจะได้เงินหรือไม่ ไม่เป็นไร ท่าทางเขาคงสนุกและทำแล้วเขามี ความสุข มากกว่า

ยิ่งดึก ยิ่งสนุกมากขึ้นเรื่อยๆ

ได้มาเที่ยวแบบนี้ บางครั้งเราก็ได้เห็นการดำรงชีวิตที่แตกต่างกันออกไปอย่างสุดขั้ว สิ่งเหล่านี้เป็นข้อคิดที่ดี

แม่ต้อย จึงชอบใช้การเดินทางเป็นการฝึกให้ลูกๆ ได้เรียนรู้เพื่อปรับใช้ในชีวิตจริงของเขา

เก็บภาพสวยๆมามากมายคะ  แต่ว่าไม่สามารถนำมาลงได้จากเครื่องที่นำไปคะ

ค่อยเอาภาพมาฝากในวันหลังนะคะ

au revoir

สวัสดีคะ