Double-loop Learning

ลูกพึ่งย้ายโรงเรียนครับ สาวน้อยของผมย้ายไปเรียนป. 1 ในเมือง

 

สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงกับพ่อแม่ ที่แต่ก่อน..นอนจนอืด..ตื่นสายเป็นประจำ...เพราะโรงเรียนอยู่ใกล้บ้าน

 

ปู่ย่าถึงกับบอกว่า..อย่าย้ายเลย..เดี๋ยวไปไม่ทัน...จะจัดการชีวิตได้เหรอ...

 

ในที่สุดเราก็ย้ายครับ...โรงเรียนนี้ห่างจากบ้านไปหลายกิโล..ต้องผ่านถนนหลายสาย..ซึ่งจอแจ..เราไม่กลัวหรอก...เพราะแถวบ้านมีคนไปแถวนั้นประจำ...เขาคือน้องเรา.แฟนเขาทำงานอยู่ตรงข้ามโรงเรียนสาวน้อยของผมนั่นเอง...เลยไปถาม..ไปโรงเรียนลูกสาวพี่ นี่ไปเส้นทางไหนดี....น้องบอกว่า.."พี่ๆ ไปทางนี้นะพี่..สรุปไปทางลัด..มันจะไม่ติดนะพี่..พี่ต้องอ้อมไปทางนั้น...อย่าไปทางตรง...เชื่อผมเฮอะพี่..ผมไปรับส่งแฟนมาหลายปีแล้ว..ผมใช้ทางนี้ประจำ..."

 

ครับ..ไม่กลัวแระ..ไปตามเส้นทางที่น้องบอก..รับรองไปทันแน่นอน...รับส่งแฟนกันมาหลายปีนี่....

 

จะว่าไปถ้าเราไม่เชื่อ Expert เราจะไปเชื่อ แมว..ที่ไหน

 

.........................................................................

เปิดเทอม..มาซักพักหนึ่ง..ลองไปตามเส้นทางที่น้องเขาว่า..เออ..ติดหน่อยนะ..มีผ่านโรงเรียนด้วย....แต่วันนั้นติดเยอะ..เพราะทางมันแคบ....

 

แต่เราก็ไปทัน ลูกไม่สาย เสียเวลามากกว่าเดิมก็จริง..แต่จะเอายังไงล่ะ..นี่คือหนทางที่ดีที่สุดแระ....

..................................................................................................................

วันนั้น..นั่งคิดใคร่ครวญ..ระหว่างรถติด..รู้สึกว่า..ไอ้ทางตรงนี่น่าจะเร็วกว่า...นะ...เพราะทางลัด..ดูเร็วจริง..แต่สายๆมักติด..จากทางแคบๆที่รถทุกคันในเมือง...หนีทางตรงมา..เป็นไปได้ไหม..ไอ้ทางตรงที่น้องว่า..ช้า..จริงๆอาจเร็วกว่า...ปู่ย่า (ที่อยู่ต่างจังหวัด) ที่เคยไปก็บอกว่าดูมาหลายทางแล้ว..ทางตรงนี่แหละดีสุด....

...................................................................................

ในที่สุด..เราหันกลับมาทางตรงครับ...สองสัปดาห์ผ่านไป...เราลองไปทางตรงที่ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าช้า..กลับเร็วกว่าครับ..เพราะมันติดจริง แต่ชอบเปิดไฟเขียวนาน...พร้อมกัน..ทำให้วิ่งทะลุไปเร็วมาก..ตลอดสองสัปดาห์ถึงที่ทำงานเร็วกว่าทางลัดโดยเฉลี่ย 15 นาที.....

................................................................................................................

คุณคงถามผมว่า..ผมกำลังจะบอกอะไรครับ..ผมกำลังโยงมาถึงเรื่อง Single-Loop Learning กับ Double-Loop Learning ครับ ซึ่งเป็นหัวใจของ Learning Organization…..

………………………………….

ตอนแรก..ผมก็ทำตามผู้เชี่ยวชาญ...และงานวิจัยที่ทำไว้ดีแล้ว..ได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่...นี่เราเรียกว่า Single-loop Learning ประมาณว่าเดินตาม..สิ่งที่เขาบอกว่าดีอยู่แล้ว...ไม่เสียหายอะไรที่จะทำตาม...ผู้เชี่ยวชาญนี่...”

.............................................................................................

แต่มาวันหนึ่ง ถ้าคุณเริ่มต้นตั้งคำถามว่า “...มีอะไรดีกว่านี้ไหม...” นี่แหละครับคุณกำลังเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า “Double-Loop Learning”

 

จากการตั้งคำถาม..ทำให้ผมค้นพบเส้นทาง...ที่ต่างจากที่ผู้เชี่ยวชาญว่าไว้ครับ...

....................................................................................

ย้อนกลับมาที่ Appreciative Inquiry….ถ้าคุณทำตาม..ที่คุณเรียนมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา...เรียกว่าคุณทำแบบ Single-loop Learning ครับ

...เผลอๆ อาจไม่ได้อะไรครับ...คุณอาจเจอทางลัด..ที่ไม่ลัดจริง...ที่น่าสงสารสุด..คือหลงทาง..แล้วคิดว่ามาถูกทาง...

แต่ถ้าคุณเริ่มถามว่า AI แบบไหน work ทำ Discovery แบบไหน work ไม่ work ทำ Dream, Design, Destiny แบบไหน work ไม่ work ..อันนี้แหละครับ..อาจทำให้คุณเจอทางลัด...ที่เป็นทางจริง...

 ................................................................................

Appreciative Inquiry แบบ Double-Loop Learning ดีกว่า....ครับ...อย่าติดอยู่กับ Single-Loop learning นะครับ...ไม่งั้นคุณอาจทำสิ่งที่ไม่ใช่ AI อยู่ก็ได้..แต่คิดว่า..เป็น AI...หรือทำ AI เป็นแต่ไปไม่ถึงศักยภาพของมันจริงๆ...

.....................................................

คุณล่ะ..คิดยังไง