“ ผิดหวัง สมหวัง เป็นของธรรมดา สมหวังตลอดนั้นเป็นไปไม่ได้ ทุกครั้งที่แพ้ หรือผิดหวัง อย่าท้อแท้ แต่ให้ค้นหาเหตุผลว่าทำไมเราจึงผิดหวัง เพื่อเอามาเป็นบทเรียนปรับปรุงตนเอง ไม่ให้ผิดหวัง หรือแพ้ในครั้งต่อไป ”
ได้มาจาก หนังสือ “ สู้ชีวิต คนสร้างโอกาส ” ของ ผศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธ์
จากข้อความที่ข้าพเจ้าได้อ่าน ทำให้ข้าพเจ้า นึกถึง คำว่า “ ธรรมดาของโลก ” นั้นดูจะกว้าง แต่ถ้าจำกัดคำที่เป็น ธรรมดา ตามลักษณะความเป็นจริง ทุกคนจะรู้สึกและรู้จักคำต่างๆเหล่านั้นได้ไม่ว่าจะมีมืดต้องมีสว่าง มีร่ำรวยต้องมียากจน พบโชคร้ายก็ต้องมีวันโชคดีบ้าง หรือความสมหวังของมนุษย์ก็ต้องมีมาคู่กับความผิดหวังบ้าง คงไม่มีใครจะได้รับเรื่องสมหวังตลอดเวลา หรือคงไม่มีใครจะได้รับแต่เรื่องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดูเหมือนนี้คือ สัจจธรรม ที่ไม่มีใครคิดจะโต้แย้ง
ความผิดหวัง ความพ่ายแพ้เป็นแง่ลบของชีวิตที่บังเอิญโชคร้าย มีเรื่องผิดหวังก็มีเรื่องพ่ายแพ้และมักจะขาดสติ ไม่มองให้เห็นถึงสาเหตุที่ทำให้เกิด แต่มักจะโทษสิ่งรอบข้างของตนและสังคมรอบข้าง โทษโชคชะตาเมื่อขาดสติ มักจะทำเรื่องร้ายทั้งต่อตนเองและสังคมรอบข้าง ซึ่งข้อนี้มีให้เห็นมากมาย แต่หากจะให้คนที่ได้รับความผิดหวัง ความพ่ายแพ้ยอมรับและหาเหตุผล คงเป็นเรื่องที่มนุษย์กระทำได้ยากลำบาก แม้บางครั้งจะสามารถยอมรับความจริงหรือรู้ถึงสาเหตุของความผิดหวัง ความพ่ายแพ้ แต่ก็คงทำใจลำบากอยู่ดี ความท้อแท้ความเบื่อหน่ายในชีวิตจึงเกิดขึ้นได้กับบุคคลเหล่านั้นเสียส่วนใหญ่
คนที่โชคดีในโชคร้าย คือคนที่ยอมรับถึงความผิดหวัง ความพ่ายแพ้และมองถึงสาเหตุแล้วลงมือแก้ไขเหตุจนเกิดผลในทางที่ดี ต่อปัญหาเรื่องราวนั้นๆ สามารถใช้ปัญหาเป็นบทเรียนในชีวิตแล้วสร้างโอกาสใหม่ให้กับตนเองก็มี ซึ่งถือได้ว่าบุคคลเหล่านั้นมีความเข้มแข็งทั้งสภาวะร่างกาย และสภาวะทางจิตใจ แต่ก็ถือว่าบุคคลกลุ่มนี้ยังมีน้อยและหาได้ยากมาก ทั้งนี้ที่เขาสามารถทำให้ความผิดหวังและความพ่ายแพ้สร้างโอกาส คงไม่เฉพาะปัจจัยจากตัวเขาเอง แต่ต้องพึ่งพาปัจจัยรอบข้าง อาจจะเป็นครอบครัวที่ดี เพื่อนที่ดี เจ้านายที่ดี และสังคมก็ให้โอกาสเขานั้นด้วย
ฉะนั้นทุกคนในสังคมโลกจงยอมรับในความธรรมดานี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนา หรือศาสนาอื่นใดก็ตาม เราก็คงดำรงตนอยู่ได้ด้วยความสงบสุข
------------------------------------------------------------------------------------------