เมื่อวานนี้ (๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓) สมาชิกกลุ่ม "ต้นกล้าคุณธรรม" ก็รวมตัวกันมาทำความดีในวันอาทิตย์เช่นเดิม แต่เมื่อวานนี้เราได้จัดคอร์สพิเศษให้กับเด็ก ๆ ให้ได้ต่อสู้กับความกลัว ที่ใครต่อใครมัก "กลัวผี..."
หลังจากที่ร่วมประกอบพิธีทางศาสนาในช่วงเช้าและทานอาหารมื้อเดียวต่อวันเรียบร้อยแล้ว "ครูแหวว" (ครูดี ครูเพื่อศิษย์) ก็ได้แบ่งสมาชิกกลุ่มออกเป็น ๒ กลุ่มหลัก ๆ คือ กลุ่มที่จะไปปลูกต้นไม้และกลุ่มที่จะมาทำความสะอาดเมรุฯ

ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะให้เด็ก ๆ มาร่วมกันทำความสะอาดช่องใส่กระดูกด้านในแต่เพียงอย่างเดียว แต่พอเดินเข้าไปโอภาปราศรัยด้วย ก็พบว่าเด็ก ๆ รุ่นนี้ (8-15 ขวบ) กำลังอยากรู้อยากเห็น และที่สำคัญต่างคนก็ต่างปลูกฝังเรื่องการ "กลัวผี"
อย่ากระนั้นเลย เราก็ลองชักชวนว่าใครอยากเข้าไปเที่ยวข้างในเตาเผาศพบ้าง...?
เมื่อเราสังเกตุเด็ก ๆ แล้วก็พบว่าต่างคนก็ "กล้า ๆ กลัว ๆ" กล้าด้วยความอยากรู้ แต่กลัวเพราะถูกปลูกฝังว่าที่นี่มี "ผี"
ดังนั้นเราจึงไม่รอช้าเดินไปเปิดประตูหน้าแล้วพาเด็ก ๆ เข้าไปเที่ยวกัน
ตอนแรก เด็ก ๆ ก็ไปยืนออกัน "เข้าสิ เข้าสิ" แต่ละคนต่างก็จิตใจจด ๆ จ่อ ๆ ว่าจะเข้าดีหรือไม่เข้าดี จนกระทั่งครูแหววเดินมาแล้วถามว่า "เข้าได้เหรอ...?" เราก็ตอบว่า "เข้าได้สิ เราเข้าบ่อย..."
จากนั้นก็มีผู้กล้ากระโดดเข้าไปคนแรก ซึ่งมีอาวุธในการสู้ผีอยู่สองอย่างคือไม้กวาดและผ้าปิดจมูก

เมื่อเพื่อนเข้าไปกวาเสร็จก็ออกมาแล้วเพื่อน ๆ ข้างนอกก็พบว่า "ไม่เห็นจะมีอะไร" คราวนี้ต่างคนก็ต่างแย่งเข้าไปกันใหญ่ หรือแม้กระทั่งครูแหวว ก็ร่วมสัมผัสความรู้สึกภายในสถานที่แห่งสุดท้ายของชีวิตนี้ด้วย
"เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่าย ๆ" เป็นคำพูดของครูแหววหลังจากที่ออกมาจากเตาเผาศพ "เดี๋ยวจะเข้าไปอีกครั้ง" ครูแหววขอเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อสร้างสาน "มรณานุสสติ"
เด็กคนแล้ว คนเล่า รวมทั้งผู้ปกครองของเด็กต่างก็ร่วมเข้าไปซึมซับประสบการณ์ที่เคยถูกปลูกฝังให้ "กลัวผี"
เด็ก ๆ หลายคนในวันนี้ได้สัมผัสกับตัวเองแล้วได้คำตอบแล้วว่า "ไม่เห็นจะมีอะไร"

บางครั้งที่เรากลัวก็เพราะว่าเราคิดว่า "มันจะมีอะไร" เพราะได้รู้แล้วว่า "มันไม่มีอะไร" ก็หมดเหตุผลที่จะสร้าง "ความกลัว"
ความตายเหมือนเป็นเรื่องที่ห่างไกล เรื่องผีเหมือนจะเป็นเรื่องที่น่ากลัว ผู้ใหญ่บางคนกลัวผีจนวันตาย
แต่เด็ก ๆ กลุ่มต้นกล้าคุณธรรมนี้มีโอกาสที่ดีที่จะลบล้างความกลัวผี และลบล้างอคตที่ไม่ดีเกี่ยวกับ "ความตาย"
มรณานุสสติกรรมฐานนั่งหลับตาคิดอย่างเดียวไม่ได้ ต้องนำร่างกายไปสัมผัสด้วยอายตนะทั้ง ๖ "เมื่อสัมผัสแล้วก็รู้แล้ว"
อ่านหนังสือเรื่องความตายเป็นอย่างไรก็ได้เพียงแค่ Explicit Knowledge แต่นำตัวนำตนไปสัมผัสสถานที่สุดท้ายแห่งความตายเด็ก ๆ ทั้งหลายได้ Tacit knowledge...

เข้ามาเห็นด้วยค่ะ คนเรากลัวเพราะคิด คิดว่าผีเป็นแบบนั้นแบบนี้
นึกย้อนถึงตอนที่ได้มีโอกาสเข้าไปในเตาเผาศพ
สิ่งที่เห็นก็เพียงเศษเถ้าที่เผาไหม้ไม่หมด กระดูกขาว ๆ
ที่ก็ไม่ได้บ่งบอกเพศบ่งบอก ฐานะ บ่งบอกความสวยหล่อ
หรือแม้กระทั่งบ่งบอกความน่ากลัว
สิ่งทั้งหมด คิดขึ้นมาเองทั้งนั้น
สิ่งที่เห็นตอนนั้นก็ไม่ต่างจาก "ดิน" เท่านั้นเอง
สวัสดีครับ
เป็นประสบการณ์ที่หาได้ไม่ง่ายเลยครับ
สมัยเด็กผมกลัวผีมาก เพราะจำว่าผีน่ากลัว
โตแล้วยังกลัวบ้างแต่น้อยลง แต่จะกลัวบรรยากาศเงียบๆ มืดๆ จากใจที่ปรุงมากกว่าครับ
น้องๆต้นกล้า ใจกล้ามากเลยครับ ขอชื่นชมครับ
ขอบพระคุณครับ...