บรรณารักษ์ควรจะทำยังไงดี เพราะเราเป็นผู้แนะนำคนเขียนผลงานวิชาการ แต่เราไม่สามารถทำความเข้าใจกับผู้ตรวจผลงานวิชาการได้
 
 
 
 
พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท).  นอกเหตุเหนือผล.   พิมพ์ครั้งที่ 7.
อุบลราชธานี : ศูนย์เผยแผ่มรดกธรรม, 2550.
พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท).  (2550).  นอกเหตุเหนือผล.  พิมพ์ครั้งที่ 7.
อุบลราชธานี : ศูนย์เผยแผ่มรดกธรรม.
พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท).  2550.  นอกเหตุเหนือผล.  พิมพ์ครั้งที่ 7.
อุบลราชธานี : ศูนย์เผยแผ่มรดกธรรม.

 

       จากตัวอย่างบรรณานุกรมหนังสือที่พอจะหยิบมาได้ ณ ขณะนี้ มาเขียนเป็นบรรณานุกรม 3 รูปแบบ บรรณารักษ์ทุกท่านคงไม่บอกหรอกนะครับว่ารูปแบบไหนผิด เพียงแต่จะเลือกรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งแล้วก็เขียนแบบนั้นทั้งหมดในงานชิ้นนั้น ๆ หรือจะเลือกรูปแบบตามหน่วยงาน มหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรืออาจารย์ท่านใดกำหนดให้เลือกใช้แบบไหน เราก็เลือกใช้แบบนั้น
       ความหนักใจของอาจารย์บรรณารักษ์ที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเขียนบรรณานุกรม ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจแนะนำให้เลือกแบบไหน เพราะตนเองก็ไม่ได้เป็นกรรมการตรวจผลงานวิชาการ ก็จะแนะนำไปกลาง ๆ ว่าแบบไหนก็ได้เลือกเอาแบบใดแบบหนึ่งให้มีความเป็นเอกเทศ อย่าใช้แบบนั้นทีแบบนี้ทีถนัดแบบไหนก็เลือกเอา สาเหตุที่แนะนำอย่างนี้เพราะไม่รู้ว่าจะไปเจอผู้ทรงคุณวุฒิจากค่ายไหน ซึ่งมีมาตรฐานไม่เหมือนกัน ผู้ทำผลงานก็ยิ่งหลากหลายสถาบันย่อมที่จะมีข้อแตกต่าง ตรงนี้อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในการกำหนดผู้ทรงคุณวุฒิได้หารือเรื่องนี้ด้วย
       วันนี้มีท่านอาจารย์บรรณารักษ์โรงเรียนประจำอำเภอในเครือข่ายบรรณารักษ์ด้วยกัน โทรศัพท์มาหารือปัญหาอย่างที่กล่าวมาข้างต้นบรรณารักษ์ควรจะทำยังไงดี เพราะเราเป็นผู้แนะนำคนเขียนผลงานวิชาการ แต่เราไม่สามารถทำความเข้าใจกับผู้ตรวจผลงานวิชาการได้ ซึ่งผู้ตรวจบางท่าน (บางท่านนะครับ) ก็ชอบฟันธงว่าอย่างนี้ผิด เช่น (ดูตัวอย่างรูปแบบที่ 2 กับ 3) ท่านฟันธงว่ารูปแบบที่ 3 ผิด แล้วปรับผลงานเขาตก เพียงเพราะว่าไม่ใส่วงเล็บปีที่พิมพ์ ด้วยความเคารพผมว่าท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านเนื้อหาสาระที่ท่านเชี่ยวชาญ ช่วยดูว่าผลงานอย่างนี้จะช่วยในการเรียนการสอนส่งผลให้เยาวชนเป็น คนดี คนเก่ง มีคุณธรรมจริยธรรม ส่วนบรรณานุกรมจะใช้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ผมก็ว่าน่าจะยอมรับได้เพราะจากตัวอย่างที่เขียนมาทั้ง 3 รูปแบบสามารถบอกแหล่งที่มาของเอกสารต้นตอได้ครบถ้วนทุกรายการแล้วนั่นคือสาระและประโยชน์ของบรรณานุกรม
       บรรณารักษ์แนะนำการเขียนบรรณานุกรมให้ ช่วยตรวจทานให้แล้ว แต่บังเอิญเลือกรูปแบบไม่ตรงใจผู้ทรงคุณวุฒิถูกผู้ทรงคุณวุฒิ ปรับผลงานเขาตกเพราะไม่ใส่วงเล็บ บรรณารักษ์อย่างเราก็หมดแรงใจในการที่จะช่วยสร้างสรรค์ผลงานวิชาการแล้วละครับ