การรายงานผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่
ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาขอมีหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะ
ชำนาญการพิเศษหรือเชี่ยวชาญหรือเชี่ยวชาญพิเศษ (ทุกตำแหน่ง)
วิทยฐานะที่ขอมีหรือเลื่อนผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
...................................................
1. ข้อมูลผู้ขอรับการประเมิน
ชื่อ – สกุล นายอินทอง เชียงทา อายุ 48 ปี อายุราชการ 29 ปี
คุณวุฒิสูงสุด การศึกษามหาบัณฑิต วิชาเอก การบริหารการศึกษา
จากสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา ตำแหน่งเลขที่ 1244
สถานศึกษา โรงเรียนบ้านห้วยไคร้ อำเภอ/เขต จุน
เขตพื้นที่การศึกษาพะเยาเขต 2 กรม/ส่วนราชการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
รับเงินเดือนในอันดับ คศ. 2 ขั้น 29,840 บาท
2. การปฏิบัติงานในปีที่ขอรับการประเมิน (ระบุรายการที่ปฏิบัติจริง)
สายงานบริหารสถานศึกษา
2.1 หน้าที่และความรับผิดชอบ ประกอบด้วย
2.1.1) การบริหารภารกิจของสถานศึกษา
2.1.2) การบริหารกิจการของสถานศึกษา การวางแผนการปฏิบัติงาน การควบคุมกำกับ ดูแลกำกับการบริหารงานวิชาการ การบริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป
2.1.3) งานตามนโยบายของรัฐ หน่วยงานสายงานบังคับบัญชา และหน่วยงานที่เกี่ยวของที่ได้รับมอบหมาย
2.2 หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเป็นพิเศษ ประกอบด้วย
2.2.1) รับการแต่งตั้งจากเขตเป็นคณะกรรมการกลุ่มพื้นที่การศึกษาพะเยาเขต 2 เป็นกรรมการบริหารกลุ่มโรงเรียนจุน 2
2.2.2) รับการตั้งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพะเยาเขต 2 เป็นกรรมการแข่งขันทักษะทางวิชาการตามโครงการความเป็นเลิศทางวิชาการ
2.2.3) รับการแต่งตั้งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพะเยาเขต 2 เป็นคณะกรรมการประเมินวิทยฐานะชำนาญการ ด้านที่ 1,2 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพะเยา เขต 2
2.3.4) รับการแต่งตั้งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพะเยาเขต 2 เป็นคณะกรรมการจัดงานโครงการเผยแผ่ศาสนาและพัฒนาคุณภาพชีวิต ครั้งที่ 9 “วัฒนธรรม ศาสนา วิทยาศาสตร์ สร้างโอกาสให้เด็กพะเยา”
3. การรายงานผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่
3.1. ผลการปฏิบัติงาน มีรายละเอียด ดังนี้
ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนที่ผ่านมาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาบัว อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา และผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไคร้ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพะเยา เขต 2 ทำหน้าที่บังคับบัญชาข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ในปีการศึกษา 2550 – 2552 โรงเรียนบ้านนาบัวมีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 6 คน โรงเรียนบ้านห้วยไคร้มี ครู และบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 7 คน นักเรียนจำนวน 63 คน และ 107 คน ตามลำดับ ได้ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการศึกษา กำกับ ติดตามภารกิจของสถานศึกษา ส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษาการพัฒนางานด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านบริหารงานบุคคล ด้านการบริหารทั่วไป การประสานส่งเสริมสนับสนุน การจัดการศึกษาของบุคคล ท้องถิ่นและหน่วยงานอื่น กำกับติดตามตรวจสอบและประเมินผลสถานศึกษา และปฏิบัติหน้าที่อื่น ตามนโยบายของรัฐ หน่วยงานบังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้กำหนดหรือมอบหมาย สามารถจำแนกและนำเสนอรายละเอียดออกเป็น 3 ด้าน คือ
3.1.1. ผลงานตามหน้าที่และความรับผิดชอบตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะ มีผลงานตามหน้าที่และความรับผิดชอบ 3 ด้านได้แก่
การบริหารกิจการของสถานศึกษา
โรงเรียนบ้านห้วยไคร้เป็นหน่วยงานทางการศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพะเยา เขต 2 มีภารกิจหลักเพื่อการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 การบริหารกิจการของสถานศึกษาใช้หลักการดังนี้
1) ใช้แผนและยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย การสร้างความร่วมมือ รวมถึงการประสานการปฏิบัติให้เกิดประโยชน์โดยรวมสูงสุด มีการกระจายอำนาจที่เน้นความคล่องตัว โปร่งใส และคุ้มค่าในการดำเนินการ
2) มีการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ปฏิบัติ มีการสนับสนุนทรัพยากรเพียงพอและทันเวลา มีระบบสนับสนุน ส่งเสริม กำกับ ดูแล และติดตามการดำเนินการทุกระดับ
3) มีการจัดเก็บและจัดทำฐานข้อมูลทุกระดับที่ถูกต้อง โดยเฉพาะข้อมูลกลุ่มเป้าหมายผู้เรียนเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทุกส่วนนำมาเป็นสารสนเทศในการจัดทำแผนงาน/โครงการและจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตามบทบาทหน้าที่ให้สอดคล้องและสนับสนุนซึ่งกันและกัน
4) มีการจัดลำดับความสำคัญและขั้นตอนการดำเนินงานตามแนวทางปฏิบัติหรือยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อผู้ปฏิบัติใช้เป็นคู่มือที่มีรายละเอียดเพียงพอต่อการดำเนินงานโดยยึดกรอบแนวทางการปฏิรูปทั้ง 5 ด้านเป็นเสมือนสัญญาประชาคมและพันธกิจของคนทุกระดับ
5) มีระบบและกระบวนการที่เป็นรูปธรรม ส่งเสริมให้กำลังใจโดยคำนึงถึง ผู้ปฏิบัติ ที่ยึดหลักคุณธรรม ความโปร่งใส และผลลัพธ์ของงาน เปิดโอกาสให้คนดี คนเก่งที่เหมาะสมกับงานแต่ละตำแหน่งแต่ละประเภทได้แสดงศักยภาพในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่
6) มีระบบและกระบวนการติดตามประเมินการปฏิบัติงานโดยยึดหลักวิชา เป็นขั้นเป็นตอน ตามช่วงเวลาและแผนงานแต่ละแผนปฏิบัติการ เพื่อให้ได้ข้อมูลมาส่งเสริม แก้ไข และพัฒนาที่เชื่อถือได้และทันเวลา
การวางแผนปฏิบัติงาน การควบคุม กำกับ ดูแลเกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการ งบประมาณ การบริหารบุคคล และการบริหารทั่วไป โดย ได้นำแนวคิดของระบบบริหารงาน 4 ขั้นตอนคือ การวางแผน (Plan) การปฏิบัติ (Do) การประเมิน (Check) และการปรับปรุง (Action) โดยมีรายละเอียดแต่ละขั้นดังนี้
1) การวางแผน (Plan) ได้มอบหลักการและแนวปฏิบัติให้กับคณะครูในทุกงาน
และทุกภารกิจต้องมีการวางแผนการปฏิบัติงาน โดยการศึกษาและข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาเป็นตัวกำหนดแนวทางการปฏิบัติงาน แผนงาน และโครงการต่าง ๆ โดยผู้รับผิดชอบต้องใช้ข้อมูลหรือสารสนเทศจากหลายแหล่ง
2) การปฏิบัติงาน (Do) เน้นการมีส่วนร่วมโดยการมอบหมายงานเป็น คณะทำงานเพื่อประสิทธิภาพของงาน
3) การประเมิน (Cheek) เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ครบถ้วนเกี่ยวกับการดำเนินงานได้กำหนดให้ใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model เป็นรูปแบบการประเมินที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลหรือสารสนเทศ เพื่อการนำไปใช้ใน การตัดสินใจหาทางเลือกที่เหมาะสม และแนวคิดนี้นำไปสู่แนวความคิดของหลักการตัดสินใจ ในการบริหารงานทุกประเภททั้งในภาคธุรกิจเอกชนและภาครัฐ
4) การปรับปรุง (Action) หลังการประเมินแต่ละงานหรือโครงการแล้วคณะกรรมการต้องดำเนินการในหลายด้าน วิเคราะห์และสรุปผลการประเมิน วิเคราะห์ผลการประเมินทั้งในด้านจุดเด่นและจุดด้อย แสวงหาวิธีการ สื่อ และเครื่องมือเพื่อการปรับปรุง พัฒนาแนวทางการดำเนินงาน จัดทำเอกสารรายงานการดำเนินงานเสนอผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
3.1.2. ผลงานตามลักษณะงานที่ปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่งและคุณภาพการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิทยฐานะ
ผลงานตามลักษณะงานที่ปฏิบัติงานมาตรฐานตำแหน่ง จำแนกผลงานเป็น 5 ด้าน ประกอบด้วย
1) การบริหารกิจการของสถานศึกษา ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นโยบายและวัตถุประสงค์ของสถานศึกษา โดยคำนึงถึงองค์ประกอบการจัดการคุณภาพดังนี้
(1.1) การวางแผนคุณภาพเชิงกลยุทธ์ การกำหนดวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และการวางแผนคุณภาพ เป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารคุณภาพ โดยที่การจัดการคุณภาพต้องบูรณาการเข้ากับการดำเนินงานในทุกระดับ ตั้งแต่การกำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ กลยุทธ์ และการสร้างคุณภาพที่เป็นรูปธรรม และเข้าถึงทุกส่วนขององค์กร
(1.2) การปรับปรุงคุณภาพ การแก้ปัญหาและการพัฒนาคุณภาพขององค์การ ต้องดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ด้วยความรอบคอบ และความเข้าใจในข้อจำกัดของสถานการณ์ โดยต้องศึกษา วิเคราะห์ และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักเหตุผล และหลักการทางวิทยาศาสตร์ โดยดำเนินงานผ่านการบริหาร การฝึกอบรม และการเสริมแรงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนมีสำนึก มีความมุ่งมั่น และมีส่วนร่วมใน การพัฒนาคุณภาพงานทุกระดับ
(1.3) การควบคุมคุณภาพ เป็นกระบวนการจัดระบบการทำงาน และ การปฏิบัติการ เพื่อให้แน่ใจว่าวิธีการ กิจกรรมหรือบริการที่ผลิตขึ้น มีคุณสมบัติสอดคล้องกับที่กำหนดไว้ ซึ่งดำเนินการโดยกำหนดมาตรฐาน เกณฑ์ และวิธีการติดตาม ตรวจสอบคุณภาพ เพื่อประเมินและเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับมาตรฐาน
2) การบริหารงานวิชาการ มีรายละเอียดการดำเนินงานประกอบด้วย
(2.1) การวางแผนพัฒนาการศึกษา ประเมินและจัดทำรายงานเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษา ได้ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาทั้งระยะสั้น (1 ปีการศึกษา) และระยะยาว (3 – 5 ปีการศึกษา) เพื่อรองรับการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ โดยการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์เพื่อเป็นเครื่องกำหนดและ ชี้ทิศทางการดำเนินการต่าง ๆ
(2.2) การจัดทำและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรสถานศึกษา เป็นหลักสูตรที่สถานศึกษาจัดเนื้อหาสาระ ตามกรอบสาระ การเรียนรู้ และหลักสูตรที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นโดยบูรณาการหลักสูตรแกนกลางและหลักสูตรท้องถิ่นที่มีองค์ความรู้ตามสภาพชุมชน สังคม ภูมิปัญญา และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ต่อการเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ผู้รับผิดชอบ คือ สถานศึกษาทุกแห่ง โดยความร่วมมือจากเขตพื้นที่การศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้เรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ซึ่งหลักสูตรสถานศึกษาที่จัดทำและพัฒนาขึ้นมีจุดเน้นความสามารถสำคัญ 3 ส่วน คือ ความรู้ คุณธรรม และกระบวนการการเรียนรู้ โดยบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษา
(2.3) การจัดกระบวนการเรียนรู้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ระบุหลักการจัดการเรียนรู้ ซึ่งเป็นตัวกำหนดทักษะการปฏิบัติงานของครู แนวทางในการจัดการศึกษาไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด ฉะนั้นครูผู้สอน และผู้จัดการศึกษาต้องเปลี่ยนแปลงบทบาทจากการเป็นผู้ชี้นำ ผู้ถ่ายทอดความรู้ ไปเป็นผู้ช่วยเหลือ ส่งเสริม และสนับสนุนผู้เรียนในการแสวงหาความรู้จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ และให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้เรียน เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้สร้างสรรค์ความรู้ของตน การจัดการเรียนรู้นอกจากจะมุ่งปลูกฝังด้านปัญญา พัฒนาการคิดของผู้เรียนให้มีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณแล้วยังมุ่งพัฒนาความสามารถทางอารมณ์ โดยการปลูกฝังให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของตนเอง เข้าใจตนเอง เห็นอกเห็นใจผู้อื่น สามารถแก้ปัญหาข้อขัดแย้งทางอารมณ์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
(2.4) การพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา หลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กำหนดแนวคิดหลักการ และวิธีการใช้สื่อการเรียนรู้ ไว้ว่า การจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและหลักสูตรสถานศึกษา มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตและใช้เวลาอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งมีความยืดหยุ่น สนองความต้องการของผู้เรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ และเรียนรู้ได้จากสื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ทุกประเภท รวมทั้งจากเครือข่ายการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ชุมชนและแหล่งอื่น ๆ เน้นสื่อที่ผู้เรียนและผู้สอนใช้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง ผู้เรียน ผู้สอนสามารถจัดทำและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ขึ้นเอง หรือนำสื่อต่าง ๆ ที่มีอยู่รอบตัว และในระบบสารสนเทศมาใช้การเรียนรู้ โดยใช้วิจารณญาณในการเลือกใช้สื่อและแหล่งความรู้ โดยเฉพาะหนังสือเรียน ควรมีเนื้อหาสาระครอบคลุมตลอดช่วงชั้น สื่อสิ่งพิมพ์ควรจัดให้มีอย่างเพียงพอ ควรให้ผู้เรียนสามารถยืมได้จากศูนย์สื่อหรือห้องสมุดของสถานศึกษา ลักษณะของสื่อการเรียนรู้ที่จะนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ควรมีความหลากหลาย ทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และสื่ออื่น ๆ ซึ่งช่วยส่งเสริมให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีคุณค่า น่าสนใจ ชวนคิด ชวนติดตาม เข้าใจได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น รวมทั้งกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักวิธีการแสวงหาความรู้ เกิดการเรียนรู้อย่างกว้างขวาง ลึกซึ้งและต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อให้การใช้สื่อ การเรียนรู้เป็นไปตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้ และพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง
(2.5) การนิเทศและวัดผลประเมินผล การนิเทศภายในเป็นกระบวนการซึ่งดำเนินการ โดยความร่วมมือของบุคลากรทุกฝ่ายในโรงเรียน เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะการแก้ปัญหาร่วมกันย่อมจะสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด และกระทำได้อย่างต่อเนื่องรวดเร็ว กว่าผู้นิเทศจากภายนอก ประกอบกับครูมีความแตกต่างกันทั้งในด้านความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงาน เจตคติต่อวิชาชีพครู บุคลิกภาพ และความต้องการจำเป็นที่จะต้องรวมพลังของครูที่มีความแตกต่างกันนี้ ให้สามารถปฏิบัติภารกิจของตนจนประสบผลสำเร็จซึ่งตามแนวทางปฏิรูปการศึกษามุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่โรงเรียนเป็นลำดับแรกโดยครูผู้สอนต้องเปลี่ยนแปลงทั้งแนวคิด และการจัดกระบวนการเรียนการสอน ครูต้องคำนึงถึงคุณค่าของตนเอง สามารถคิดเองและพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นอยู่เสมอ
(2.6) การส่งเสริมและจัดการศึกษาให้ผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
(2.7) การจัดทำระบบประกันคุณภาพการศึกษา การประกันคุณภาพการศึกษาเป็นกระบวนการพัฒนาการศึกษาที่ช่วยสร้างความพึงพอใจ และความเชื่อมั่นให้กับผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และสังคม ว่านักเรียนที่จบการศึกษาจะมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา และเป็นที่ยอมรับของสังคม สถานศึกษาได้ดำเนินการพัฒนาระบบประกันคุณภาพโดย การกำหนดมาตรฐานการศึกษา เป็นการดำเนินงานเพื่อให้ได้มาตรฐานการศึกษาทั้งด้านผลผลิต ปัจจัย และกระบวนการ ซึ่งจะใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ การพัฒนาเข้าสู่มาตรฐาน เป็นการดำเนินงานเพื่อพัฒนาปัจจัยทางการศึกษาต่าง ๆ ที่มีต่อคุณภาพการศึกษาให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ เช่น การพัฒนาครู การพัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้ การสนับสนุนปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อการจัดการศึกษา การตรวจสอบ ทบทวน และปรับปรุงคุณภาพการศึกษา เป็นกระบวนการพัฒนาหรือแนวทางดำเนินงานเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล สารสนเทศสำหรับการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาที่กำหนดไว้ การกำหนดมาตรฐานการปรับปรุง และส่งเสริมคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาที่มีคุณภาพไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานการศึกษา เป็นการดำเนินงานของเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อใช้มาตรการต่าง ๆ ในการปรับปรุงและส่งเสริมคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพการศึกษา
3) การบริหารงบประมาณ การเงิน และทรัพย์สิน
(3.1) ระบบงบประมาณ การเงิน และบัญชีของสถานศึกษา โดย สถานศึกษาเป็นผู้เสนอความต้องการงบประมาณด้วยระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานผ่าน เขตพื้นที่การศึกษาไปยังคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดทำแผนงบประมาณรายจ่ายล่วงหน้าระยะปานกลาง ประกอบด้วย พันธกิจ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ ผลผลิต ผลลัพธ์ และตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน
(3.2) ระบบการตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลการใช้งบประมาณเพื่อการศึกษา โดยจัดให้มีกระบวนการตรวจสอบภายในซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการสถานศึกษา โดยคณะกรรมการสถานศึกษา รับการตรวจสอบภายนอก โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้สอบบัญชีอิสระในการกำกับดูแลของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
4) การบริหารงานบุคคล ประกอบด้วย
(4.1) การสรรหา การบรรจุและแต่งตั้ง โดยดำเนินการสรรหาเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษากรณีที่ได้รับมอบอำนาจจาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
(4.2) การเสริมสร้างประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน เช่น การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา การเลื่อนขั้นเงินเดือนครูและบุคลกรทางการศึกษา การเพิ่มค่าจ้างลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราว เงินวิทยฐานะและค่าตอบแทนอื่น
(4.3) วินัย การรักษาวินัย การดำเนินงานทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์และร้องทุกข์ ได้ดำเนินงานโดยเน้นการเสริมสร้างและการป้องกันการกระทำผิดวินัย
(4.4) จัดทำมาตรฐานและภาระงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา ประเมินผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(4.5) ส่งเสริมสนับสนุนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มี การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการดำเนินการในหลายลักษณะ การจัดอบรมโดยสถานศึกษา การนิเทศภายใน การสนับสนุนงบประมาณการเข้ารับการอบรมจากหน่วยงานต่าง ๆ การศึกษาดูงานและอื่น ๆ
5) การบริหารทั่วไป มีรายละเอียดการดำเนินการประกอบด้วย
(5.1) ได้ดำเนินการประสานความร่วมมือกับชุมชน และท้องถิ่นในการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา การจัดสรรทรัพยากรเพื่อการศึกษา เป็นไปตามหลักประสิทธิภาพและประสิทธิผล หลักการมีส่วนร่วมตามประโยชน์ที่ผู้เรียนได้รับ และตามความสามารถ หลักความเป็นธรรม หลักความเสมอภาค หลักเสรีภาพในการเลือก และหลักการกระจายอำนาจ โดยมีแนวทางจำแนกตามระดับการศึกษา
(5.2) จัดระบบควบคุมภายในสถานศึกษา โดยได้ดำเนินการจัดระบบโครงสร้างองค์กร ให้รองรับการจัดระบบการประกันคุณภายในสถานศึกษา กำหนดเกณฑ์การประเมิน เป้าหมายความสำเร็จของสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาและตัวชี้วัดของกระทรวง เป้าหมายความสำเร็จของเขตพื้นที่การศึกษา หลักเกณฑ์ และวิธีการประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา วางแผนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตามระบบการประกันคุณภาพการศึกษาให้บรรลุผลตามเป้าหมายความสำเร็จของสถานศึกษา
(5.3) จัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยใช้หลักการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ กระบวนการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของครูประจำชั้น ครูที่ปรึกษา ครูแนะแนว และครูที่เกี่ยวข้องตามที่สถานศึกษากำหนด
คุณภาพการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิทยฐานะ มีรายละเอียดจำแนกเป็น 3 ด้าน ได้แก่
1) ผลงานที่เกิดจากความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารในหน้าที่ กฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติและความรอบรู้ทั่วไปในระดับตามที่กำหนดในมาตรฐาน วิทยฐานะ ประกอบด้วย คู่มือการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน คู่มือการปฏิบัติงานการเงินและพัสดุ
2) ผลงานที่เกิดจากความสามารถในการบริหารจัดการสถานศึกษา ด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารบุคคล และการบริหารทั่วไป ประกอบด้วย กลยุทธ์การเสริมสร้างเจตคติที่ดีต่อการทำงาน ยุทธศาสตร์การพัฒนาครูด้านการวิจัยในชั้นเรียน แนวทางการพัฒนานักเรียนด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ กิจกรรมเสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ
3) ผลงานที่แสดงให้เห็นถึงทักษะในการบริหารจัดการศึกษาที่ส่งผลให้ครู และบุคลากรทางการศึกษาปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพตามที่กำหนดในมาตรฐานวิทยฐานะ ได้แก่ กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม การพัฒนาครูโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน และ ผลที่เกิดกับผู้เรียน จำแนกเป็น ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ จำแนกรายละเอียดเป็น 2 ด้านคือ พัฒนาการและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1) พัฒนาการและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นไปตามเป้าหมายของสถานศึกษา ปีการศึกษาที่ผ่านมาปรากฏดังนี้
ปีการศึกษา 2550 เฉลี่ยทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ร้อยละ 69.80 ปีการศึกษา 2551 เฉลี่ยทุกกลุ่มสาระ ร้อยละ 75.38 เพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2550 ร้อยละ 5.58
ตารางแสดงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน NT , O-net การประเมินผลคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
|
ที่ |
กลุ่มสาระ |
ป.3/ 2550 |
ป.3/2551 |
ป6/2550 |
ป6/2551 |
|
1 |
ภาษาไทย |
36.35 |
45.63 |
39.50 |
45.๒๘ |
|
2 |
คณิตศาสตร์ |
43.28 |
55.33 |
46.00 |
49.๔๔ |
|
3 |
วิทยาศาสตร์ |
50.08 |
53.20 |
48.52 |
51.๐๐ |
|
4 |
ภาษาอังกฤษ |
- |
- |
30.56 |
42.๕๖ |
2. นักเรียนมีคุณธรรม และจริยธรรมตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของสถานศึกษา ประกอบด้วย
1. เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยในตนเอง ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ มีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมอันพึงประสงค์
2. มีความคิดสร้างสรรค์ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน รักการอ่าน รักการเขียน และรักการค้นคว้า
3. มีความรู้อันเป็นสากล รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการมีทักษะ และศักยภาพในการจัดการ การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยี ปรับวิธีการคิด วิธีการทำงาน ได้เหมาะสมกับสถานการณ์
4. มีทักษะและกระบวนการ โดยเฉพาะทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ทักษะการคิด การสร้างปัญญา และทักษะในการดำเนินชีวิต
5. รักการออกกำลังกาย ดูแลตนเองให้มีสุขภาพและบุคลิกภาพที่ดี
6. มีประสิทธิภาพในการผลิตและการบริโภค มีค่านิยมเป็นผู้ผลิตมากกว่าผู้บริโภค
7. เข้าใจในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ภูมิใจในความเป็นไทย เป็นพลเมืองดี ยึดมั่นในวิถีชีวิต และการปกค