18 ปี พฤษภาทมิฬ

สังคมไทยขับเคลื่อนโดยกลุ่มผู้นำ (Elite) ชนชั้นนำ มีบทบาทในการปกครอง และบริหารประเทศ ได้แก่ นักการเมือง ทหาร ข้าราชการศักดินาสูงๆ ความเชื่อถือในตัวผู้นำ ทำให้เกิดการยอมรับ จากผู้ตามเหมือนที่ประชาชนรากหญ้าศรัทธาในตัวทักษิณ แต่ในสังคมไทยเป็นพหุสังคม ผู้ตามไม่ได้มีแค่ประชาชนคนเดินดินทำไร่ไถนา หาเช้ากินค่ำเท่านั้น เราๆ ท่านๆที่ได้รับความรู้ มีการศึกษากลับ เห็นต่าง ขาดความเชื่อถือในตัวผู้นำอย่างทักษิณ และพึงใจที่จะ มีความไว้วางใจให้กับ นักการเมืองหนุ่ม สายประชาธิปัตย์ อย่างอภิสิทธิ์

บทบาทการนำของกลุ่มผู้นำทุกยุค (ภายใต้การฉ้อราษฎร์บังหลวงทุกสมัย ) ถูกต่อต้านหรือคัดค้าน จากกลุ่มประชาชน ที่พอจะเรียกได้ว่า “ปัญญาชน” วัฏจักรของการเมืองบ้านเราจึง หนีไม่พ้น ประชาชนเลือกตั้ง นักการเมืองเข้าไปโกงกิน (ผ่านกระบวนการทำงานของข้าราชการ ) ปัญญาชนลุกขึ้นมาต่อต้าน และท้ายที่สุดทหารลุกขึ้นมาทำรัฐประหาร …

.โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง…

.ภาพเดิมฉายซ้ำวนไปมา …และกำลังจะวกกลับมา อีกไม่ช้านี้ ? …..

…ประเทศไทยขาดบุคลากรทางการเมืองที่ดี ที่พร้อมจะทำงานและเสียสละเพื่อคนอื่น นักการเมืองไทยเลวเข้าไส้ บุคคลที่ถืออาสา มาเป็นนักการเมือง ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ ไม่มีใครหน้าไหนไม่โกงชาติกินเมืองบ้าง ด้วยสภาพสังคมไทย (พ่อปกครองลูก-สมบูรณาญาสิทธิราช) ผู้คนอยู่อาศัยกันด้วยระบบอุปถัมภ์ เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน และก่อร่างสร้าง กลุ่มผลประโยชน์ร่วมกัน ถ้าอำนาจที่กระจัดกระจายในแต่ละกลุ่มผลประโยชน์ ใช้ทำประโยชน์แก่สังคมคนหมู่มาก ก็จะเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่เอาพลังจากคณะ พรรคพวก หาประโยชน์เพื่อตนเอง ก็จะพบกับปัญหาตามมาเหมือนที่เป็นอยู่

……..วันนี้ เราจึงเห็นตัวแทน ของแต่ละฝ่ายที่ผูกกันด้วยความสัมพันธ์ ต่างแบบกัน ทหารกับหน้าที่ความรับผิดชอบ นปช.-? นาย-ลูกน้อง ที่เป็น หมากในเกม ของ ผู้นำ (Elite) (ต้องระบุมั้ยว่าใครกับใคร) ออกมาต่อสู้ ห้ำหั่นกัน ด้วยกลยุทธ์ ชั้นเชิง แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของคนไทยอีกนับหลาย (การตายเพื่อประชาธิปไตย ถือเป็นวีรบุรุษ แต่ตายเพื่อใครคนใด นั้น ถือว่าตายเปล่า…เหมือหมูหมาตัวนึง ) มันก็คือเกมที่ต้องเดิน โดยมีจุดหมาย คือ อำนาจ ฝ่ายหนึ่งต้องรักษาอำนาจ…ฝ่ายหนึ่งต้องการอำนาจ(คืน)……

อยากให้มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเข้าใจ….ไม่ใช่ว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในไทย … เพียงแต่ รูปแบบมีความหลากลายและรุนแรงขึ้น เราๆ ท่านๆ ก็อย่าหลงไปกับสิ่งยั่วยุ เชื้อเชิญ ตกไปเป็นหมาก ในเกมของ คนเหล่านั้น เข้าใจว่า ณ จุดนี้ต้องเลือกข้าง ……..เมื่อเลือกข้างแล้วก็ แสดงออกตามกำลัง วางใจให้นิ่ง และมองว่าสิ่งใดเกิดขึ้น แล้วย่อมมีดับลง ….เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ แต่ เราสามารถตั้งเวลาใหม่ได้ …………….สังคมไทยยังคงต้องขับเคลื่อนด้วยผู้นำ


เขียนไว้ : อันเนื่องมาจาการสลายการชุมนุม แยกราชประสงค์ 19 พฤษภาคม 2553


ภายหลังการเข้ามอบตัวของ แกนนำ เกิดการจลาจล อย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้ร่วมชุมนุม จุดไฟเผา สถานที่สำคัญหลายแห่ง นับจากวันนี้ไป ประเทศไทย ก็ไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้อีก



แก้ไขเพิ่มเติม : วันพืชมงคล ปี 2560 เนื้อหารุนแรงเหลือเกิน ไปหน่อย

ในปี 2560 มีรัฐบาลทหาร คสช. เข้ามาบริหารประเทศ
ประเทศไทยวันนี้ไม่ได้แตกต่างจากวันนั้น