มาดดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

         ส่วนพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมุ่งหวังตั้งใจจริง พัฒนา ทักษะชีวิตของนักศึกษาและเสริมคุณค่าด้านบุคลิกภาพ ระดมสมองนักวิชาการ บุคลากรทุกฝ่าย เน้นการพัฒนาบุคลิกภาพที่ดีให้แก่นักศึกษาเป็นบัณฑิตที่มีความรู้ควบคู่คุณธรรม

         ผมได้รับเกียรติจากส่วนพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงให้ร่วมเป็นหนึ่งในคณะทำงานโครงการพัฒนาบุคลิกภาพนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในฐานะที่เป็นวิทยากร และเข้าใจถึงบุคลิกภาพที่ดีจะยังประโยชน์ให้แก่ตนเอง เพราะเคยหลงผิด แต่งตัวซำเหมอเข้าเรียนระดับปริญญาตรี โดยไม่เคยสนใจ “บุคลิกภาพ”จะเป็นอย่างไร และกลับตัวกลับใจเมื่อใกล้จะสำเร็จการศึกษา พร้อมเข้าใจคำว่า มาด เมื่อเข้าทำงานกับซีพี ที่คำนึงถึง “โหงวเฮ้ง”

         บุคลิกภาพมีความหมายที่กว้างใหญ่เกินกว่าที่จะจำกัดความได้ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ลึกซึ้ง หากแต่ คำว่า บุคลิกภาพ ในมุมมองของผมนั้น ดึงเอาคำว่า บุคลิกภาพ หรือ Click มาขยายความให้น่าสนใจ อันอาจจะหมายถึง เห็นปุ๊บ ใช่ปั๊บ หรือความหมายโดยนัยยะของวัยรุ่น วัยโดนว่า เห็นแล้ว ใช่เลย เป๊ะเลย

         แต่ไม่ว่า ความหมาย “บุคลิกภาพ”จะเป็นอย่างไร?ไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่ากับการปฏิบัติตนให้มีบุคลิกภาพที่ดี การสร้างตนเองให้มีเสน่ห์จากการแต่งกาย การแสดงออกทางกาย  ทางอารมณ์ การรู้จักกาลเทศะ การรู้ถึงความเหมาะสม พอดี ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป

          และสิ่งสำคัญคือ ไม่มีองค์กรไหนปฏิเสธคนที่จะมาสร้างหรือยกระดับองค์กรเป็นแน่ เพราะความเชื่อของผม เชื่อว่า

องค์กร  จะยกระดับได้จาก        พนักงาน

พนักงาน จะยกระดับได้จาก      บุคลิกภาพ

          บุคลิกภาพ ถือเป็นเรื่องที่กว้างแต่ไม่ไกลเกินตนเอง เป็นคุณประโยชน์ต่อตนเองเป็นอย่างยิ่ง เป็นเครื่องบอกจรรยามารยาท การเข้าสังคม หรือแม้แต่ชาติตระกูล หากแต่ปัจจุบัน กลุ่มนักศึกษาห่างหายจากบุคลิกภาพที่ดีไปไกลเกินกว่าจะชวนให้หันกลับมาสนใจ

         บุคลิกภาพมีความสำคัญ 2 ส่วน คือส่วนที่อยู่ภายในจิตใจ ได้แก่ การเสริมสร้างความมั่นใจในตนเอง และส่วนที่ปรากฏภายนอก ได้แก่ ทักษะการเข้าสังคม

         การเสริมสร้างความมั่นใจ อาจจะเริ่มจากการที่รู้จักตัวเอง เข้าใจตัวเอง มองเห็นจุดดี จุดด้อย ยอมรับความสามารถของตนเองว่า บางอย่างตัวเองทำได้ดี บางอย่างก็มีข้อจำกัด ทำได้ไม่ดี การคิดสิ่งต่าง ๆ โดยยึดหลักของเหตุผลและความเหมาะสมตามกาลเทศะก็จะทำให้เกิดความ มั่นใจมากขึ้นได้ เพราะเป็นสิ่งที่คนทั่วไปให้การยอมรับ

         นอกจากนี้ นักศึกษาควรฝึกฝนทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเอง การพึ่งพาตนเองบ่อย ๆ อาจทำให้นักศึกษาทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความมั่นใจมากขึ้น คนที่ทำสิ่งต่าง ๆ ย่อมมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นบ้างเป็นธรรมดา คำตำหนิติเตียนที่ได้รับอาจจะทำให้เสียความมั่นใจไปบ้าง แต่ต้องไม่ท้อถอย ต้องพยายามป้องกันแก้ไขไม่ให้ความผิดพลาดเหล่านั้นเกิดซ้ำอีก จะช่วยสร้างความมั่นใจเพิ่มขึ้น การเสริมสร้างความมั่นใจต้องอาศัยเวลา ต้องการมีความมั่นใจเรื่องใดก็ต้องทำเรื่องนั้นบ่อย ๆ ความมั่นใจก็จะเกิดขึ้นได้

 

         ในส่วนของการพัฒนาทักษะทางสังคมนั้น จะเกิดขึ้นเมื่อมีโอกาสเข้าสังคมบ่อย ๆ เช่น ไปงานพบปะสังสรรค์ การเข้าหาครูอาจารย์ การเข้าร่วมกิจกรรมชมรม หรือแม้กระทั่งการเรียนหนังสือ เป็นต้น ดังนั้น นักศึกษาควรเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ไปงานกับเพื่อนหรือคนรู้จักใกล้ชิด หัดเรียนรู้โดยการสังเกตดูว่า ในงานนั้นคนทั่วไปเขาแต่งตัวกันอย่างไร เริ่มต้นทำความรู้จักหรือทักทายกันอย่างไร มารยาทสังคมที่จำเป็นมีอะไรบ้าง ท่าทีการวางตัวทำ อย่างไร

        นอกจากนี้ ควรสังเกตเรื่องที่พูด เนื้อหาที่พูด เรื่องใดเป็นเรื่องที่คนสนใจ สำหรับคนที่เริ่มเข้าสังคม ทักษะแรกที่สามารถทำได้คือ การฟังด้วยความตั้งใจ และจากประสบการณ์ที่ได้รับ ย่อมสั่งสมให้นักศึกษาสามารถเลือกทำในสิ่งที่จะเหมาะสมได้ในโอกาสต่อไป

        การพัฒนาบุคลิกภาพทั้งการเสริมสร้างความมั่นใจและการพัฒนาทักษะการเข้าสังคมเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องอาศัยความสนใจและความตั้งใจที่จะฝึกฝนอย่างจริงจัง

 

ปัญหาสำคัญคือ จะทำอย่างไร?ให้นักศึกษาสนใจอย่างจริงจัง เท่านั้นเอง