กฏเหล็กของรถ Greyhound

ตื่นนอนประมาณ ๘ โมงเช้าเพราะเกรงใจเพื่อนร่วมห้องชาวต่างชาติที่กลับมานอนเมื่อเวลาล่วงเลยสู่เช้าวันใหม่ไปหลายชั่วโมง


                        
                                  
                                                   บ้านพักรวมสำหรับสตรี

โทรศัพท์ไปขอบคุณพระครูปลัดวุฒิชัย กิตติเมธี   และเรียนให้ทราบว่าตัดสินใจนอนพักที่นี่แทน ที่โทรฯ บอกกล่าวล่าช้าเพราะเพิ่งหาเบอร์โทรศัพท์ของท่านพบ ซาบซึ้งกับคำถามที่ท่านสอบถามด้วยความห่วงใย

                        

หลังอาหารเช้าที่ได้คำแนะนำจากพนักงานว่าอร่อยมากตามประสาฝรั่ง  ก็นั่งรถรางชมเมืองสาย St. Charles Street ซึ่งเป็นแหล่งที่พักอาศัยของชุมชนแถบนี้

                       

บ้านแต่ละหลังปลูกสร้างใหญ่โตมองดูโอ่อ่าปกคลุมไปด้วยแมกไม้น้อยใหญ่มองดูเขียวชะอุ่มไปทั้งแถบ

                       
                        
                           
                                         บ้านหลังใหญ่โอบล้อมไปด้วยแมกไม้

                        

ไม่น่าเชื่อว่าอีกฟากหนึ่งของเขตที่เรียกว่า Canal Street จะคราคร่ำไปด้วยบรรดานักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติที่เดินทอดน่องกันอย่างขวักไขว่ ราวกับว่าไม่เคยหลับไหล
 

                        

เราทั้งสองนั่งรถย้อนเข้าไปในเขตดังกล่าว  โดยผู้เขียนไปเดินหาซื้อหน้ากากที่บรรดานักท่องเที่ยวนิยม เพราะกลับไปนี่ก็ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน(ล้อเล่น)

                                     

ส่วนคุณพี่ Rose นั่งจิบเครื่องดื่มฟังดนตรี Jazz รออยู่ที่ Musical Park  เวลาบ่าย ๓ โมงเย็นสองฝากถนนเริ่มเปิดดำเนินธุรกิจความบันเทิงกันอย่างคึกคัก นวลนางนุ่งผ้าน้อยชิ้นเริ่มแข่งขันกันส่งเสียงเชื้อเชิญแขกอย่างขมีขมัน  

                                    

ระหว่างเดินย้อนไปขึ้นรถ taxi ได้ยินเสียงทักทายด้วยเสียงอันดังว่า " Nice hatter " อยู่ ๒-๓ รอบ     จึงต้องหันไปกล่าวขอบคุณคำชมของ ๒ หนุ่มผิวสี ตามมารยาท... ใจระทึกขวัญหาย …. ฉันกลัวพวกนาย  จะแย่อยู่แล้ว แต่โชคดีที่หากเราไม่เล่นด้วย  เขาก็ไม่ตื๊อให้รำคาญใจ



                     

อำลา New Orleans  ขึ้นรถ Greyhound กลับสู่ Lafayette เวลา ๖ โมงเย็น  คุณพี่ Rose กล่าวว่า  หากพี่มาคนเดียวนะคะ พี่จะเลือกใช้บริการของ Greyhound มากกว่าเครื่องบิน เพราะพี่ต้องการชมบรรยากาศและศึกษาวิถีชีวิตชองผู้คน แย้งไปว่า การเปลี่ยนสถานที่ไปแต่ละแห่งของเราคิดเวลานั่งบนเครื่องจริงๆ ไม่ต่ำกว่า ๓ ชั่วโมงขึ้นไป หากคุณพี่ใช้บริการของรถประจำทาง ต้องนั่งไปกี่วันล่ะคะ  ระยะทางมันไกลกว่า บินจากประเทศไทยไปสิงคโปร์ หรือไปฮ่องกง เสียอีก ด้วยข้อจำกัดของเวลาจึงต้องใช้บริการของสายการบินอย่างเดียว 

                       

ก่อนรถจะออกเดินทาง  พนักงานขับรถ ตรวจสอบจำนวนผู้โดยสารอย่างเข้มงวด และกล่าวด้วยเสียงอันดังราวกับขู่คุกคามว่า เขามีกฏข้อห้ามดังนี้

   1. No alcohol
   2. No cell phone
   3. No I-pod
   4. No talking
   5. No Drama

               หากใครฝ่าฝืนจะจอดให้ลงรถ    เข้าใจไหม  ใครมีข้อสงสัยอะไรถามได้
    
                      

ระหว่างการเดินทางมีการปรามและตำหนิผ่านไมค์เป็นระยะๆ เช่น  ใครถอดรองเท้า   รถคันนี้ไม่อนุญาตให้ถอดรองเท้าบนรถนะ        หยุดคุยเสียงดังเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นจะจอดรถให้เดินไป ฯลฯ พอๆกันกับผู้โดยสารที่ยียวนกวนประสาทใช่ย่อย  ยืนยันได้ว่า ไม่ชอบศึกษาเรียนรู้ประสบการณ์เช่นนี้  รู้สึกตึงเครียดและไม่ปลอดภัยกับชีวิตและทรัพย์สิน  
 

                      

นี่เราเป็นผู้โดยสารนะ ไม่ใช่นักโทษ ที่จะต้องมาควบคุมพฤติกรรม  จริงอยู่ว่าคุณควรมีมารยาทและรู้จักเกรงใจผู้อื่น แต่ไม่ใช่ต้องมารับคำสั่งเหมือนเป็นนักโทษ  นี่ถ้ามาปฏิบัติแบบนี้ที่ประเทศไทย  ไม่กล้ารับรองความปลอดภัย  ดีไม่ดีอาจปากเจ่อต้องหยอดข้าวต้ม  ก็รู้ๆกันอยู่ว่า เจ้าที่  ที่นี่แรงออกจะตายไป

 ชมภาพสไลด์