ในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศอยู่กับภาวะของความสับสน ความอึดอัด ความขัดข้อง สงสัย สุดท้ายคือความดันโลหิตสูง - ต่ำ จากความเครียดทั้งที่มาจากการบริโภคข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ ทั้งจากสังคมเพื่อนฝูง จากสังคมที่ทำงานที่พูดถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งนับวันเหตุการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายขึ้นทุกวัน จนมาถึงวันที่ต้องประกาศหยุดงานของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่17-18 พ.ค.53 ครั้งที่ 2 รัฐบาลประกาศเป็นวันหยุดใน วันที่ 19-21 พ.ค.53 แต่สำนักงานให้หยุดถึงวันที่ 19 พ.ค.53 หลังจากนั้นมาประกาศให้หยุดถึง 21 พ.ค.53 เลย อะไรจะขนาดนั้น เริ่มคิดว่าจะทำอะไรดีนี่หยุดตั้งหลายวัน ที่จริงเพิ่งผ่านวันหยุดหลายวันจากช่วงสงกรานต์มาเอง ส่วนงานที่ทำอยู่ก็มีเหตุต้องยกเลิก และเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ คราวนี้ก็ต้องมาคิดอีกว่าในช่วงวันหยุดนี้จะทำอะไรดีให้มากกว่าการคุยโทรศัพท์กับเพื่อน การดูแต่ทีวี จะอ่านหนังสือใจก็ไม่สงบ จะนอนพักผ่อนอากาศก็ร้อนเหลือเกิน จะไปเดินซื้อของก็เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยคนที่บ้านเป็นห่วงอีก คิด คิด คิด ก็ได้ข้อสรุปว่า หลับตานิ่ง ๆ และทำใจให้สบายก่อน หลังจากนั้นไปเช่าหนังเรื่องโปรดมาดู ชวนครอบครัวทำอะไรกินกันอร่อยๆชดเชยกับเวลา ที่เราไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันในวันที่เราทำงานปกติ และก็เป็นทางออกทางหนึ่งที่จะทำให้ พ่อ-แม่ ห่างจากข่าวในทีวี ที่ดูแล้วท่านทั้งสองก็เครียดความดันขึ้นอีก ท้ายสุดแม่ก็บอกว่าเราสวดมนต์กันไหม นี่ก็ทำให้ทุกคนในครอบครัวเห็นดีด้วยเพื่อทำใจล่ม ๆ (เย็นๆหน่ะ) แม่บอกว่าเราต้องสวดมนต์ภาวนาให้กับเหต์การณ์บ้านเมืองที่ทุกคนกำลังร้อนให้ค่อย ๆเย็นลง เพื่อที่จะได้มีสติอยู่กับโลกใบนี้ให้ได้ เราบอกเขาด้วยตัวเองไม่ได้ก็ใช้จิตช่วยสื่อสาร
วิธีของแม่ก็น่าเอาไปใช้นะ ถ้าครอบครัวไหนที่อยู่ในสภาวะเดียวกับครอบครัวเรา ปรับตัว และปรับใจให้ได้ และอยู่กับมัน
"ตามที่ท่านพุทธทาสเคยเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่งว่า"
เคยมีคนไปเยี่ยมเยียนท่าน
มาครั้งแรกนั้น ก็สังเกตเห็นอาคารใกล้ ๆ กำลังสร้าง
อีกสามปีต่อมา กลับมาเยี่ยมอีกครั้ง อาคารก็ยังคงก่อสร้างอยู่
ผู้มาเยือนจึงกล่าวขึ้นว่า "อาคารนี้ยังไม่เสร็จอีกนะครับ"
หลวงพ่อท่านกลับตอบว่า "เสร็จแล้ว"
"เท่าที่สร้าง เสร็จแล้ว"
(ท่านพระชยาสาโรบอกว่า)
ให้รู้จักมองให้เป็นเรื่อง ๆ
รู้จักทำให้เสร็จเป็นขั้น ๆ ไป
อย่ามัวแต่ไปกังวลว่า โอย.. ยังมีงานค้างอีกตั้งเท่าไร ๆ
สิ้นวันที ทำเท่าไหร่ก็ไม่เสร็จเสียที มีแต่ความรู้สึกเป็นหนี้
แต่จงมองงานให้เป็นเรื่อง ๆ วันนี้เสร็จอะไรไปบ้างแล้ว พรุ่งนี้จะทำอะไรต่อ
มีสติอยู่กับทุกเรื่องที่ทำ รู้จักเดินทีละก้าว
รู้จักบริหารชีวิตให้เป็น
แล้วชีวิตจะมีแต่คำว่า "หน้าที่" ไม่มี "ภาระ" เลย
...อ่านแล้ว ก้ทำให้นึกถึงการอยู่กับปัจจุบัน การมีสติ การให้อภัย การวางเฉย......
...อ่านแล้วทำให้เสียดายที่ประเทศเรามีคนนับถือศสนาพุทธมากที่สุด
แต่ไม่เข้าใจในความเป็นพุทธ
...ไม่เข้าใจแม้กระทั่งว่า พุทธศาสนาสอนอะไร
...เสียดาย ประเทศไทย
...เสียดาย ที่เกิดมาเป็นคนไทย
เสียดายที่ประเทศเรามีคนนับถือศาสนาพุทธมากที่สุด
แต่ไม่เข้าใจในความเป็นพุทธ
...ไม่เข้าใจแม้กระทั่งว่า พุทธศาสนาสอนอะไร เห็นด้วยค่ะ
ขอบคุณ คุณ พ. แจ่มจำรัส มากค่ะที่อ่านและให้ความเห็น
ตอนนี้ปรับตัว ปรับใจ ขั้นต่อไป มาช่วยกันปรับเปลี่ยน ส่งเสริม สร้างสรรค์กันต่อไปนะคะ ขอบคุณเรื่องราวดีๆ ชอบๆ ... งานเยอะทำให้มีกำลัง ทำไปทีละขั้น ค่ะ ;)
สวัสดีคุณ wanna ครับ
ตั้งสติ มีสติ กับเหตุการณ์เฉพาะหน้า
ภาวนาให้เหตุการณ์ร้าย ผ่านพ้นไปครับ
ขอบคุณครับ