เมื่อวันอังคารที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓

ข้าพเจ้าก้าวไปหาผู้นำขององค์กร

เสนอหนทางและทางที่เลือกที่ก้าวย่าง ไปสู่การเติมเต็ม (ซึ่งอาจดูเหมาะหรือไม่เหมาะก็ไม่อาจรู้ได้ แต่เราต้องลองลงมือทำ) โดยการนำกระบวนการวิจัย R2R มาต่อยอด เพื่อความเติบโตแห่งการพัฒนา

แต่ก็ถูกยับยั้งก่อนเพียงแค่การเสนอแนวคิด เพื่อรอความเห็นของแพทย์ผู้ทำงานบริหารด้านนี้ มันเหมือนกับ การสร้างสรรค์ ทำได้ ไม่ได้ ต้องอิงความรู้สึก นึกคิดของบุคคลอีกคน มันคือ การแคร์ การให้เกียรติ และความใส่ใจในความเป็น "มนุษย์"

สำหรับข้าพเจ้ามีเพียงแค่ความเข้าใจ

การให้ทำหรือไม่ให้ทำ ไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ

มันสำคัญว่า ณ ห้วงเวลานั้น ข้าพเจ้าได้เรียนรู้อะไรบ้าง

คำสนทนา การเกิดปฏิกิริยาระหว่างปฏิสัมพันธ์ เป็นเพียงความงามของชีวิต ที่ข้าพเจ้ามีหน้าที่ซึมซับและเรียนรู้ หาใช่การติดยึด

เพราะเวลาเป็นเหมือนเครื่องเตือนบอกว่า... ข้าพเจ้าได้เดินผ่านเลยไปแล้ว

...

แม้ตลอดระยะเวลาของการทำงานในหลายปีที่ผ่านมา

ข้าพเจ้าถูกมองว่าไม่ช่วยเหลืองานในองค์กร ถูกตรวจสอบแม้แต่เรื่องรายได้ แต่มีใครหารู้ไม่ว่า ข้าพเจ้านั้นคือ ผู้ที่ยากจนทางทรัพย์สินอย่างมาก ไม่ได้ประกอบธุรกิจส่วนตัว ไม่มีรายได้อื่น ไม่สอนหนังสือ ไม่ประกอบหารายได้จากการศึกษาและวิชาการ...

ไม่เปลี่ยนงาน ไม่หนีย้ายไปจากองค์กร ไม่ทะเยอทะยาย ไม่ปรารถนาที่จะได้งานที่ดีกว่านี้  เพราะระลึกเสมอว่านี่คือ บ้าน...บ้านที่ข้าพเจ้าพึงดำรงอยู่ ณ เวลานี้ อย่างละทิ้งไปไม่ได้...

ข้าพเจ้าอยู่ในองค์กร

เป็นเพียงคนตัวเล็กๆ...ไร้ซึ่งอำนาจและ Authority อยู่อย่างไร้ตัวตน เพราะตัวนั้นเล็๋กมากๆ...

แต่ในการดำรงอยู่เช่นนี้ ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสอย่างยิ่งใหญ่

คือ การได้คิด ได้พิจารณา ได้ใคร่ครวญในตนเอง

ได้ทำงานเล็กๆ...ในคลินิกเล็กๆ ที่ทำงานด้านจิตใจ

ได้พูดคุย ได้ซึมซับ ได้รับฟัง ความทุกข์ในใจของผู้คน และที่สำคัญได้เห็นความงามของ "ชีวิต"

ขณะเดียวกันโอกาสที่คนรอบนอกมองเห็นว่า ใช้ประโยชน์จากข้าพเจ้าได้อย่างไร ข้าพเจ้าก็ไม่รีรอที่จะกระโดดเข้าไปร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยอย่างไม่ลังเล เพราะมองเห็นคุณค่าที่มีปรากฏขึ้น ยกเว้นการงานที่ไปสนองความอยากได้ใคร่มีของคน นั่นน่ะ ข้าพเจ้าจะถอยห่างและเลี่ยงตัวลีบออกมา...

ชีวิตของข้าพเจ้าไม่เคยตกเป็นทาสแห่งความท้อแท้

ท้อถอย...หรือสิ้นหวัง

ทุกย่างก้าวและสิ่งที่ปรากฏรายทาง คือ ความโชคดี อันเป็นความโชคดีที่ได้เรียนรู้

มีชีวิตอยู่...

และรอวันแตกดับไปเท่านั้นเอง...

 

Sati_resize 
บันทึกความนึกคิด

ย้อนกลับไป ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓