เช้าวันใหม่ที่  De’Musoi  รีบตื่นนอนแต่เช้าตรู่  ยืนริมระเบียงสูดอากาศเข้าเต็ม ๆปอดหลายครั้ง และไปเดินนับแต่ละก้าวตามจังหวะของลมหายใจเข้าออก  อากาศเย็นสบายทำให้ตัวเบา  เบาอก  เบาใจ  ทำให้ได้จังหวะการก้าวย่างกับลมหายใจ แสดงว่าธรรมชาติมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ตัวเองและช่วยให้เกิดการรู้ตัวเร็วขึ้น 

            ก่อนนอนได้บอกกับเจ้าของบ้านว่าอยากไปทำบุญหรือใส่บาตร แต่ที่นี่ไม่มีวัดนอกจากสำนักสงฆ์ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ ๖ กม. และมีพระซึ่งเป็นน้องชายของคุณหนานเกียรติพำนักอยู่เพียงรูปเดียวเท่านั้น และออกมาบิณฑบาตทุกเช้า  ที่หมู่บ้านม้งซึ่งอยู่ถัดไป ประมาณเวลา ๗ โมง ทุกคนจะไปรอใส่บาตรที่หน้าโรงเรียนบ้านมูเซอ  เมื่อใกล้เวลาคุณหนานเกียรติถือพานใส่ข้าวและถุงอาหารมา ๒ ชุดที่คุณแม่และคุณหนานเกียรติได้เตรียมไว้  น้องหมอเอ หนานเกียรติ และฉันได้ไปรอใส่บาตรหลวงพี่ที่หน้าโรงเรียน ซึ่งมีชาวบ้านรออยู่ก่อนแล้ว

          อาหารเช้าของพวกเราเป็นไปตามที่วางแผนไว้คือข้าวต้ม เห็ดหอมชุบไข่  ซาโยเต้ไฟแดง  ผัดดอกบล็อกโคลี่  ไข่เจียว  วงข้าวต้มมื้อนี้เติบโตเป็น ๒ เท่าของมื้อก่อน  เพราะมีสมาชิกผู้มาใหม่เพิ่มขึ้นทำให้ฉันได้มีน้องชายที่มีความสามารถที่น่าทึ่งต่าง ๆ กันเพิ่มขึ้นอีก ๓ และน้องสาวคนน่ารักอีก ๑ รวมกลุ่มของเรามี ๘ คน

           กิจกรรมใหม่หลังอาหารคือ “กาแฟสด” ทุกคนมีโอกาสได้ทดลอง ได้สัมผัสด้วยการจับ การลูบคลำ การบด การปั่น และ ที่สำคัญคือการชิมกาแฟมือใหม่ ซึ่งแต่ละแก้วสำเร็จได้ด้วยแรงเชียร์และเสียงลุ้นจากเพื่อน ๆ ทั้งวง สนุกสนานและเฮฮามาก  รสชาติของกาแฟทุกถ้วยเต็มไปด้วยรสชองความ “รื่นรมย์ รื่นคอ หยอกล้อผสมผสาน” ทุกอิริยาบถถูกบันทึกด้วยการกดแชะ  การพูดให้กำลังใจซึ่งกันและกันว่า “ค่อยทดลองทำและเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ

            ผู้คนเริ่มเข้ามาเป็นกลุ่ม ๆ คือกลุ่มผู้ก่อสร้างอาคารห้องอาหาร  สร้างโต๊ะม้านั่งคนกลุ่มนี้มาทำหน้าที่ของตนเองโดยไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอื่น ๆ   กลุ่มองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ท้อ กลุ่มของสำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดตากมาเพื่อบันทึกถ่ายทำ”พิธีกรรมเลี้ยงผีน้ำ” และกลุ่มมาที่หลังคือกลุ่มของคุณจำปามาพร้อมกับผู้เฒ่าหมอผีจากบ้านห้วยปลาหลดและครอบครัว

           คุณหนานเกียรติทำหน้าที่ต้อนรับและนำคณะเดินชมบรรยากาศและบ้านพัก ช่างกล้องจาก ททท. ช่างภาพ และนักแชะทั้งมือโปรรวมทั้งฉันมือสมัครเล่นไปรวมตัวกันที่เรือนลาหู่  ตั้งใจสังเกตการณ์ “พิธีกรรมเลี้ยงผีน้ำ” พ่อเฒ่าหมอผี คุณจำปา และภรรยาของคุณจำปาเริ่มจัดการกับชีวิตของหมูน้อยตัวหนึ่ง  ส่วนแม่เฒ่านั่งรอเตรียมส่วนประกอบมีธงกระดาษและของเซ่นไหว้หลายอย่าง  เมื่อสำเร็จกับชีวิตหมูแล้ว พ่อเฒ่าและภรรยาของคุณจำปาลงมาสมทบกับแม่เฒ่าทำหน้าที่จักตอก  เหลาไม้ทำอุปกรณ์ และสานแผ่นสำหรับรองของเซ่นไหว้  

           เมื่อของเซ่นไหว้พร้อมแล้ว ผู้เฒ่าหมอผี คุณจำปาและคณะพาพวกเราเดินลงไหล่เขา  ซึ่งมีร่องรอยของการขุดทำขั้นบันไดไว้ให้เหยียบลงได้สะดวก  หากใครลื่นตกก็มีหวังลงไปนอนกองกับต้นเพชรพระอุมา ต้นดาหลาแต่ละต้นสูงเกือบ ๑๐ เมตร และต้นกล้วยคาดว่าสูงที่สุดในประเทศไทยต้นที่สูงที่สุดคงเกิน ๔๐ เมตร 

          พวกเราปฏิบัติตามที่พ่อเฒ่าและคุณจำปาบอกทุกประการ รายละเอียดอยู่ที่บันทึกนี้เลี้ยงผีน้ำ ภายหลังพิธีกรรมเสร็จสิ้นลง  พวกเราสามารถรับประทานของเซ่นได้แต่ห้ามนำกลับออกจากบริเวณนี้  และดื่มน้ำจันฑ์ที่มาจากภูมิปัญญาพื้นบ้านคนละจิบ คนละอึกขึ้นอยู่กับความพิสมัยของแต่ละคน  เพื่อความเชื่อเรื่องการเดินทางปลอดภัย 

          การเลี้ยงผีน้ำ  นับว่าเป็นพิธีกรรมที่มาจากความเชื่อดั้งเดิม  แสดงถึงความกตัญญูต่อต้นน้ำ  อันเป็นแหล่งให้ความชุ่มชื้นความอุดมสมบูรณ์ต่อพืชพันธุ์ธัญญาหารที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่  เสมือนเป็นศูนย์รวมจิตใจ และเป็นความผูกพันของชาวบ้านที่นี่การรักน้ำรักป่า  ซึ่งการปฏิบัติเช่นนี้ทำให้คนในชุมชนอยู่ร่มเย็นเป็นสุข