สวัสดีค่ะครู            

                 หลังจากกลับจากประชุมตลอดเสาร์ อาทิตย์ จดหมายฉบับนี้เป็นฉบับแรก หนูขอโอกาสเล่าถึงเรื่องราวชีวิตในวันศุกร์ที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ช่วงเช้า ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอ่อนล้าในตนเอง ยอมรับไม่ได้กับคำเตือนที่ครูเมตตา หมดแรง เศร้าสร้อย โกรธเคือง (ผิดศีลข้อ ๑) ทั้ง ๆที่นอนตื่น แต่ก็ไม่ยอมลุก (ผิดศีลข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕) จนกระทั่งพี่อ้อ มาเคาะประตูถามว่าจะไปวัดหรือไม่ จึงได้เป็นแรงกระตุ้นให้ลุกขึ้นมาทำกับข้าว ภายในใจยังขุ่นมัว (ผิดศีลข้อ ๑) ด้วยความไม่มีสติรู้อารมณ์ที่เกิดขึ้น การไปวัด ไม่ได้ทำให้ใจนิ่งเย็น แต่เป็นเพียง โอกาสในการเลี่ยงจากอารมณ์ภายในตนเท่านั้นค่ะ กลับจากวัด ไปจองตั๋ว ได้บ่าย ๆ พอมีเวลาจึงนั่งลงเขียนจดหมาย แต่เป็นจดหมายที่เต็มไปด้วยอารมณ์ แล้วก็ตามด้วยบันทึกที่แสดงความก้าวร้าวภายใน (ผิดศีลข้อ ๑ และข้อ๔) หันกลับไปมอง ณ ขณะเขียน ทำให้นึกถึงคำครูที่สอนว่า

“คนที่โกรธ แสดงว่าภายในกลัว”

ขณะนั้นหนูกลัวอะไร

กลัวที่จะทำไม่ได้

กลัวที่จะทำไม่สำเร็จ พัฒนาตนเองไม่ได้

ยังไม่เชื่อว่าคำเตือนของครูเป็นยาวิเศษ

ยังหลงโกรธเคืองว่าโดนตำหนิ และคงพัฒนาไม่ได้ เพราะทำผิดซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

ความคิดเหล่านี้เอง ที่ส่งผลให้ใจดิ้นรน กลับไปที่ความคุ้นเคยแห่งความก้าวร้าว

มุ่งเป้าหมาย ไม่สนใจกระบวนการ

เบียนเบียนตนเอง และผู้อื่น ปล่อยให้อารมณ์ครอบงำ ผิดศีลเพียบครบ ๕ ข้อเลยทีเดียวค่ะครู

 

                ตอนที่ไม่มีสติ มันง่ายจังเลยนะคะครูที่จะแสดงพฤติกรรมด้านลบเดิม ๆ เมื่อก่อนหนูค่อนข้างก้าวร้าว พอขาดสติ โกรธเคืองขึ้นมา หนูก็ยังแสดงความก้าวร้าวออกมา ผ่านงานเขียนโชคดีที่ยัง ครูเมตตาเตือน ไม่เช่นนั้นอาจจะเตลิดหนักกว่านี้

                พอใกล้ถึงเวลารถแท็กซี่เข้ามารับ หนูเดินทางพร้อมกับพี่ปู ซึ่งเป็น HiPPs อีกคน แม้ว่าขุ่นมัวก็ยังต้องเดินทาง ได้แต่อดทนเท่านั้นค่ะครู