“10 ให้” ของขวัญล้ำค่า ที่ผู้รับจะยิ้มรับอย่างเต็มใจ
ทุกเทศกาลที่จะเกิดรอยยิ้ม หลายคนก็กำลังคิดหาของขวัญที่จะมอบให้กันในวันสำคัญ เพราะฉะนั้นจึงอยากนำเสนอของขวัญชิ้นพิเศษที่ไม่เสียเงิน แต่มีคุณค่าทางใจให้กับทุกคน เพื่อที่จะได้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการมอบสิ่งดี ๆให้กับคนที่คุณรัก
เริ่มต้นที่ การให้ความรัก เชื่อได้เลยว่าไม่มีใครที่ไม่อยากได้ของสิ่งนี้ เพราะความรักเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ เพียงแต่เราให้ความรักกับผู้อื่นก่อน เราก็จะได้ความรักนั้นกลับคืนมา เช่น การให้ความรักกับพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนร่วมงาน และคนบนโลกใบนี้นั่นเอง
การให้ความจริงใจ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมากในสังคมปัจจุบัน เนื่องการทำงานมีการแข่งขันกันสูง ชิงดีชิงเด่น และคิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่า จึงทำให้ใครหลายคนละเลยที่จะให้ความจริงใจต่อกัน ซึ่งความจริงใจนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากในการทำงานร่วมกัน ปีใหม่นี้เราลองหันมาให้ความจริงใจกันดีกว่าไหม เพื่อการทำงานจะได้มีแต่ความสุข และสังคมก็น่าอยู่ขึ้นด้วย
การให้รอยยิ้ม ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นสยามเมืองยิ้ม แต่ในปัจจุบันสยามเมืองยิ้มกำลังกลายเป็นเพียงแค่อดีต เพราะต่างคนต่างเร่งรีบจึงไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกับรอยยิ้ม ซึ่งถ้าทุกวันเวลาออกไปข้างนอกเราเริ่มยิ้มให้กันและกัน โลกใบนี้ก็จะมีแต่ความสดใส น่าอยู่ ซึ่งการยิ้มนั้นไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน และไม่ได้ลำบากมากเลยถ้าเราเพียงแค่ลงมือทำ วันนี้ลองยิ้มให้กันและกัน แทนการให้ของขวัญที่มีราคาแพง คงดีไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ
ตามมาด้วยการให้อภัย ทุกวันนี้ปัญหาความรุนแรงกำลังกระจายเข้าไปในทุกส่วนของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนตีกัน ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว การฆ่ากันเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน จึงทำให้กลายเป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศ และถ้าทุกคนบนโลกใบนี้พร้อมที่จะให้อภัยกันแล้วปัญหาทุกอย่างคงไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะฉะนั้นการให้อภัยจึงน่าจะเป็นของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับสังคมไทยในปัจจุบัน
การให้โอกาส คงมีใครหลายคนที่อยากได้ของขวัญชิ้นนี้ เพราะคนในสังคมเรามีคนกระทำความผิดเยอะแยะ และพร้อมที่จะกลับตัวเป็นคนดีของสังคม แต่พวกเขากลับขาดโอกาสที่จะกลับเข้ามาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ เนื่องจากคนในสังคมมองว่าพวกเขาเป็นคนเลวไปเสียแล้ว ทำไมเราถึงไม่หยิบยื่นและให้โอกาสเขาได้กลับมาอยู่ในสังคมอีกครั้ง เชื่อได้เลยว่าของสิ่งนี้คงมีค่ามากที่สุดสำหรับพวกเขาอย่างแน่นอน
การให้เวลา ในที่นี้หมายถึงให้เวลากับตัวเราเอง เพราะในแต่ละวันนั้นเราให้เวลากับการทำงานจนลืมให้เวลาตัวเอง วันปีใหม่นี้จึงเป็นช่วงเวลาวันหยุดยาวที่เราน่าจะลองให้ความกับสุขกับตัวเอง ด้วยการไปพักผ่อนต่างจังหวัด พักผ่อนสมองที่เครียดกับการทำงาน และพักผ่อนหัวใจที่เหนื่อยล้ามาตลอดทั้งปี ในเมื่อเราให้ความสุขกับคนอื่นได้ เราก็น่าจะลองให้ความสุขกับตัวเองบ้าง เพื่อเป็นของขวัญให้กับตัวเรานั่นเอง
ส่วนให้ต่อไปเป็น การให้ความใกล้ชิด ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวจะห่างเหินกันไปมาก เพราะต่างคนก็ต้องออกไปทำงานหรือเรียนหนังสือจึงทำให้ละเลยสิ่งเหล่านี้ไป ทำไมเราถึงไม่ลองหันมาให้ความใกล้ชิดกันดูล่ะ เช่น พ่อแม่ให้ความใกล้ชิดกับลูก และลูกหลานก็ให้ความใกล้ชิดกับผู้สูงอายุ เพียงเท่านี้เราก็จะรู้ว่าความสุขอยู่ใกล้แค่เอื้อม แถมยังช่วยลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย
การให้ความรู้สึกดี ๆ ก็เช่นกันที่สำคัญเพราะ บนโลกใบนี้คงไม่มีใครที่เขาจะชอบเราหมดทุกคนแน่นอน บางครั้งเราอาจจะมีความรู้สึกไม่ดีกับคนๆ หนึ่ง ทั้งที่เราอาจจะยังไม่เคยได้สัมผัสตัวตนของเขาเลยก็ตาม ซึ่งการให้ความรู้สึกดีๆ กับคนรอบข้างอาจเป็นสิ่งที่ใครหลายคนมองข้ามไป ดังนั้นในวันปีใหม่นี้เราลองมอบความรู้สึกดี ๆ ให้กับคนรอบข้าง หรือเพื่อนร่วมงาน คงเป็นของขวัญที่ไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหนเพียงแค่เราทุกคนเริ่มทำ บนโลกใบนี้ก็จะเต็มไปด้วยความรู้สึกดี ๆที่ต่างคนต่างมอบให้กันและกัน
การให้ความซื่อสัตย์ ถ้าคนไหนกำลังมองหาของขวัญที่จะมอบให้กับคนรักในวันปีใหม่อยู่นั้น เราอยากนำเสนอของขวัญชิ้นพิเศษที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้คือ การให้ความซื่อสัตย์ต่อคนรัก ช่วงเวลาดี ๆที่ใครหลายคนมอบของขวัญให้คนรักกันทำไมคุณถึงไม่ลองมอบความซื่อสัตย์ให้กับคนรักของคุณดูล่ะ เชื่อได้เลยว่าคนรักของคุณคงไม่ปฏิเสธที่จะรับของขวัญชิ้นนี้แน่นอน และที่สำคัญยังจะทำให้ทั้งคุณและคนรักประทับใจไปอีกนานแสนนาน
และของขวัญชิ้นสุดท้ายที่เราอยากจะแนะนำคือ การให้ความช่วยเหลือ ในทุกๆ ช่วงเวลาแห่งการให้นี้เราไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นฝ่ายรับแต่เพียงผู้เดียวก็ได้ การได้เป็นผู้ให้ก็มีความสุขไม่ใช่น้อยเหมือนกัน การให้ความช่วยเหลือในที่นี้เช่น การได้ไปช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่บ้านพักคนชรา หรือไปช่วยเหลือเลี้ยงอาหารเด็กที่สถานสงเคราะห์ตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งเราอาจจะช่วยเหลือเขาได้ไม่มาก แต่อย่างน้อยในวันดี ๆ แบบนี้ เราก็ได้ช่วยให้เขามีรอยยิ้ม และมีความสุขได้เช่นกัน
ถึงแม้ของขวัญทั้ง 10 ชิ้นนี้จะไม่มีราคา แต่สำหรับคุณค่าทางด้านจิตใจนั้นมากมายจนไม่อาจประเมินค่าได้เลย ในทุกๆ ช่วงเวลาแห่งการให้นี้เราลองเปลี่ยนการให้ของขวัญด้วยสิ่งของ เป็นการมอบสิ่งดี ๆ ให้กับคนที่เรารักน่าจะดีกว่าไหม ไม่แน่สิ่งที่เรามอบให้มันอาจจะอยู่ในความประทับใจของผู้รับตลอดไปเลยก็ได้