ทฤษฎีไร้ระบบ ( Chaos Theory)
วันนี้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับการบริหารการเปลี่ยนแปลงในสถานศึกษา มีหลายทฤษฎีที่ผู้บริหารยุคใหม่ควรนำมาปรับใช้ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่มีอยู่ทฤษฎีหนึ่งที่ไม่ค่อยจะคุ้นหูนักบริหารเท่าใดนัก นั่นคือ ทฤษฎีไร้ระบบ มันเกิดจากความมีระบบที่ถูกรุมเร้าจนกลายเป็นภาวะไร้ระบบ เมื่อถึงจุดที่วิกฤตผู้ที่อยู่ในภาวะไร้ระบบจำเป็นต้องหาวิธีการจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนกลายเป็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนนำสถานการณ์กลับเข้าสู่ความเป็นระบบอีกครั้ง นี่คือความหมายโดยรวมของทฤษฎีไร้ระบบ
ทฤษฎีไร้ระบบ มีชื่อเรียกที่ต่างกันมากมาย เช่น ทฤษฎีไร้ระเบียบ ทฤษฎีความโกลากล ทฤษฎีความอลวล เป็นต้น แต่โดยรวมแล้วทฤษฎีไร้ระบบมีความหมายโดยรวมคือ
- เป็นความมีระเบียบที่ไม่มีคาบ
- เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นสะเปะสะปะไร้ทิศทาง
- การศึกษาเชิงคุณภาพเรื่องพฤติกรรมแบบไม่เป็นคาบและไม่มีเสถียรภาพ
- สภาพและกระบวนการของระบบที่ไร้เสถียรภาพ
สรุป จากสภาพที่เป็นระเบียบ เริ่มเกิดความปั่นป่วน เกิดความยุ่งเหยิง และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยปัจจัยขยายที่มีความซับซ้อน ย้อนกลับและสัมพันธ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนถึงจุดที่เรียกว่า ทางแพร่ง เพื่อเลือกเส้นทางสู่การจัดตั้งตนเองอีกครั้ง
กรอบแนวคิดของทฤษฎีไร้ระบบ
สภาพที่เป็นระเบียบ คือ การดำเนินชีวิตอยู่ในกระบวนการทางสังคมอย่างเป็นแบบแผนของวิถีชีวิตที่เป็นปัจจุบัน ตามกฎ ตามระเบียบ ที่สังคมร่วมกันตั้งไว้
การเคลื่อนไหวช้าๆ อย่างเป็นระเบียบ คือ ในช่วงเวลา หรือ สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ภายใต้กฎระเบียบของสังคม ค่อยเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ มีลำดับขั้นตอนตามระบบและระเบียบนั้นๆ
การเคลื่อนไหวที่ยุ่งเหยิง คือ เมื่อมีการเคลื่อนไหวภายในระบบปัจจุบันและมีผลกระทบที่ก่อให้เกิดความสับสน ปั่นป่วน ระบบเริ่มเกิดความปรวนแปร และเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไร้ทิศทาง
สภาพไร้ระเบียบ คือ เมื่อสังคมเกิดความสับสน ความไม่เป็นระบบ ไม่เป็นระเบียบ จึงเกิดขึ้น มีทั้งความขัดแย้ง มีทั้งความร่วมมือ ทำให้ต้องหาทางออกจากระบบที่เป็นอยู่
สู่ระบบใหม่ คือ การกลับเข้าสู่ระบบอีกครั้ง ด้วยการเสนอวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากสภาพไร้ระบบ
มีนักคณิตศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ เปรียบเทียบทฤษฎีไร้ระบบนี้ว่า
ชั่วผีเสื้อน้อยขยับปีก โลกทั้งซีกไหวสะท้อนอาจร้อนหนาว
เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ทุกเรื่องราวโยงใยในเหตุการณ์
เด็กเร่ร่อน ขยะ คนชายขอบ ปัญหารอบรุมเร้าเรามองผ่าน
แท้จริงคือตัวเราเมื่อวันวาน ที่ก่อการกับสังคมโดยหลงลืม
ทฤษฎีนี้ จะให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ ที่สามารถย้อนกลับมาอย่างซ้ำซ้อนทำให้ก้าวกระโดดเป็นสิ่งใหม่ขึ้นมา จากการที่ได้มีโอกาสศึกษาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับทฤษฎีไร้ระบบแล้ว ทำให้มีแนวความคิดกับตนเองว่า เพื่อให้เกิดการพัฒนาจากการนำทฤษฎีไร้ระบบมาใช้ในการบริหารจัดการ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องเข้าใจสภาวการณ์ในปัจจุบัน ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และพร้อมปรับเปลี่ยนสู่การพัฒนาในอนาคต และต้องพร้อมกับการกลับมาสู่การเป็นระบบและไร้ระบบได้ตลอดเวลา และอย่ามองข้ามจุดเล็กๆ เพราะจุดเล็กๆ หากรวมกันหลายๆ จุด ก็สามารถก่อให้เกิดพลังอันยิ่งใหญ่ได้ เช่นเดียวกับความไร้ระเบียบที่ดูว่าสร้างปัญหาแต่บางครั้งอาจจุดประกายให้เกิดการพัฒนา.
การฟังอย่างลึกซึ้งจะช่วยได้มากครับ สำหรับ Chaos Theory
อยากรู้มากว่านี้ ถึงหลักการ วิธีคิด และนำไปใช้ ครับ