คำว่าเทคโนโลยีคือวิธีการที่ใช้ความรู้มาทำสิ่งที่เกิดประโยชน์ตามที่ ต้องการ ซึ่งในสมัยโบราณนั้นความรู้ที่นำไปสู่การเป็นเทคโนโลยีมาจากวิธีการทดลองกระทำ ลองผิดลองถูก (trial and error) เป็นต้นว่าในการสร้างเครื่องมือใน การจับปลาในตอนต้นปลาอาจจะหลุดออกไปจากเครื่องมือที่จับเนื่องจากไม่ รัดกุมพอจากนั้นก็มีการปรับปรุงขึ้นมาเรื่อยๆจนได้ความรู้อันถือได้ ว่าสามารถใช้สร้างเครื่องมือจับปลาที่ทำงานได้ผลก็เอาเทคโนโลยีดังกล่าว มาประยุกต์เพื่อใช้ในการทำมาหากินและการดำรงชีวิตอีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ การสร้างบ้านด้วยวัสดุที่หาได้จากในป่า
ทำให้ สามารถจะปลอดจากน้ำท่วม สัตว์ร้าย ซึ่งได้แก่เทคโนโลยีการสร้างบ้าน เพื่อพักอาศัย เทคโนโลยีในการหาอาหารก็มีตัวอย่างเครื่องมือการจับปลา หรือล่าสัตว์ เช่นแห ยอ เบ็ด สวิง กับดักสัตว์ แร้วดักนกทั้งหลาย ทั้งปวงล้วนแล้วแต่เป็นวิทยะกรรมวิธีหรือเทคโนโลยีที่มาจากประสบการณ์ สามารถนำมาใช้ในการทำมาหากินดำรงชีวิตสืบทอดมาเป็นเวลาอันยาวนาน
ผู้ซึ่งเคยไปเที่ยวบาหลีจะได้รับการบอกกล่าวว่าหมู่บ้านในบาหลีนั้น หนีไม่พ้น bbc b ตัวแรกได้แก่ banana การปลูกกล้วยชาวบ้านแถบนั้นรู้ว่า กล้วยมีประโยชน์ในการกินเป็นอาหาร เอามาทำแป้ง ทำขนมขณะเดียวกันใบกล้วย ก็สามารถนำมาห่อของหยวกกล้วยนำมาเป็นฐานสำหรับปักสิ่งประดับในพิธีการ ฉลอง เช่นอาจจะเป็นที่ปักธูป หรือปักดอกไม้ขณะเดียวกันใบกล้วยก็ยัง มักจะนำมาใช้เป็นพิธีทางสังคมโดยเฉพาะพิธีที่เกี่ยวข้องกับศาสนามักจะ หนีไม่พ้นใบกล้วยและต้นกล้วย b ตัวที่สองได้แก่ bamboo หรือไม้ไผ่ซึ่งมีประโยชน์ในการทำเครื่องจักสาน ทำเครื่องมือสำหรับจับสัตว์และจับปลาและยังสามารถนำมาใช้ทำภาชนะขณะ เดียวกันก็ยังใช้เป็นแกนของการทำใบจากเพื่อมุงหลังคา ทำฝาบ้านทำพื้น บ้าน กั้นคอกไก่ ทำสุ่มไก่ ฯลฯ c ได้แก่ coconut หรือมะพร้าว ซึ่งเนื้อมะพร้าวนำมากินเป็นอาหารคั้นกะทินำมาเป็นอาหารคาวหรืออาหาร หวานหั่นเป็นฝอยและนำมาคั่วทำเป็นขนมได้ เช่น เป็นส่วนประกอบของเมี่ยงและ ที่สำคัญกลั่นน้ำมันเพื่อเป็นเชื้อเพลิงและจุดตะเกียงใบมะพร้าวก็สามารถ นำมาใช้ประโยชน์ในการสร้างที่อยู่อาศัยส่วนต้นมะพร้าวนั้นใช้ปูเป็น สะพานข้ามคลองเล็กๆ เป็นเสาเรือนกะลาทำภาชนะใส่น้ำดื่มจะเห็นว่า ความรู้เกี่ยวกับสิ่งเพาะปลูก 3 สิ่งนั้น อันได้แก่กล้วย ไม้ไผ่ และมะพร้าว สามารถนำมาใช้ในการดำรงชีวิตและนั่นคือความรู้ที่ถือ ได้ว่าเป็นเทคโนโลยีหรือวิทยะกรรมวิธีเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งซึ่งอยู่คู่ กับการดำรงชีวิตของมนุษย์แต่เมื่อมีการพัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มา จากการทดลองเริ่มต้นจากการพบพลังของไอน้ำเมื่อน้ำเดือด ก็นำไปสู่เครื่องจักรไอน้ำจนนำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมในอังกฤษใน อดีตก็มีเทคโนโลยีเพื่อการผลิตอยู่แล้วหากแต่ต้องอาศัยธรรมชาติเป็นหลัก เช่น กังหันลม ระหัดน้ำ ไฟซึ่งเป็นพลังงานที่ได้จากธรรมชาติแต่ก็ สามารถนำมาใช้ประโยชน์โดยการใช้เทคโนโลยีที่มาจากการลองผิดลองถูกแต่เทคโนโลยีจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ต้องใช้ความคิดหาความสัมพันธ์ระหว่าง ตัวแปร เช่น ความร้อนทำให้น้ำเดือด เมื่อน้ำเดือดเป็นไอก็จะมีพลังพลัง นั้นเมื่อส่งไปยังจุดเดียวก็จะสามารถไปปั่นกังหันให้หมุนได้ซึ่งนำไปสู่ การสร้างเครื่องจักรไอน้ำ นอกเหนือจากนั้น
ในอดีตพลังงานส่วนใหญ่มาจาก สิ่งมีชีวิต (animate energy) เช่น สัตว์ต่างๆอันได้แก่ ช้าง ม้า วัว ควาย ลา ล่อ อูฐ และมนุษย์ซึ่งต่างจากพลังงานที่มาจากวิทยาศาสตร์ที่ กล่าวมา เช่น พลังงานจากไอน้ำจากน้ำมัน ฯลฯ เป็นพลังงานที่ไม่มีชีวิต (inanimate energy)
มาในปัจจุบันเทคโนโลยีซึ่งมาจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์มีมากมายและ เกี่ยวพันกับชีวิตทั้งการดำรงชีวิต การผลิตของเครื่องใช้การผลิตสินค้า การประกอบธุรกิจอันเนื่องมาจากการค้นคว้าทดลองของนักวิทยาศาสตร์เมื่อ ค้นพบหลักการก็นำมาประยุกต์ เช่น เครื่องจักรกลต่างๆยานพาหนะที่เดินทาง ด้วยพลังงานจากเชื้อเพลิงหรือไฟฟ้าเครื่องทุ่นแรงขนาดใหญ่ที่สามารถ เทียบเท่ากับคนเป็นสิบๆ คน เช่น แบ็คโฮและที่สำคัญในขณะนี้เทคโนโลยีที่ เกี่ยวกับข่าวสารข้อมูลส่งผลให้การสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว ได้ยินทั้งเสียง เห็นทั้งภาพและสามารถจะเป็นการสื่อสารทั้งสองฝ่ายได้ใน เวลาเดียวกันขณะเดียวกันการคมนาคม การขนส่งก็สามารถกระทำได้กว้างไกลจนถึงกับเดินทางไปดวงจันทร์ ระยะทางที่เคยใช้เวลานานเป็นเดือนๆลดเหลือเป็นชั่วโมงทั้งหลายทั้ง ปวงดังกล่าวนี้คือบทบาทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งสังคมสมัยใหม่ยาก ที่จะหลีกเลี่ยงได้แต่วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่กล่าวมาแล้วนั้นจำเป็นต้องมีการจัดการอย่าง ถูกต้องโดยรับและเลือกใช้อย่างชาญฉลาดเพื่อจะก่อประโยชน์อย่างแท้จริง ต่อสังคมมนุษย์ เพราะถ้ารับเทคโนโลยีมาโดยขาดการพินิจพิจารณาอาจจะ นำไปสู่ผลเสียได้โดยไม่รู้ตัว ทั้งผลโดยตรงและผลข้างเคียง ดังนั้นเทคโนโลยี สังคมที่สำคัญคือความสามารถในการจัดการกับความขัดแย้งทั้งภาย ในและระหว่างประเทศความสามารถในการพัฒนาระบบการเมืองการปกครองบริหารที่ ทำงานได้ผลความสามารถในการสร้างวัฒนธรรมทางจิตใจ ที่ตั้งอยู่บนฐานของความยุติธรรมเป็นธรรม ความเอื้ออาทรและเมตตาอารีต่อกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งภราดรภาพ แห่งมนุษยชาติ