ภายหลังกลับโรงแรมที่พัก ช่วงเย็นใช้บริการ Shuttle bus ของโรงแรมไปส่งที่ TARGET DENVER STAPLETON เพื่อเลือกซื้ออาหารเพิ่มเติมและซื้อ APPLE IPOD ลักษณะสินค้าที่นำมาขาย การจัดวางสินค้าภายในร้านจะคล้ายกับห้างโลตัส บิ๊กซี บ้านเราเลย หลังชำระค่าสินค้าและรับใบเสร็จรับเงินแล้วตรวจสอบใบเสร็จรับเงินพบข้อสังเกตประการแรกคือ วันเดือนปีของใบเสร็จรับเงิน ถ้าที่เมืองไทยจะระบุตัวเลขที่แสดง วัน เดือน ปี เช่น วันที่ 3 พฤษภาคม 53 (03/05/2553) หากแต่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า จะระบุตัวเลขแสดง เดือน วัน ปี เช่น วันที่ 2 พฤษภาคม 53 (5/2/2010) แทน ถ้ายึดตามที่ประเทศไทยใช้จะทำให้เข้าใจผิดได้เนื่องจากผู้เขียนซื้อ Chocolate เป็นของฝาก ดูข้างกล่องบอกวันที่หมดอายุสินค้าเป็น 8/2/10 ในใจคิดเตลิดเปิดเปิงไปไกลกล่าวร้ายคนขายว่านำสินค้าหมดอายุมาหลอกขายคนบ้านนอกอย่างฉันหรือ?...ไม่มีทางหรอก!...ถึงจะบ้านนอกก็บ้านนอกมีปากเด้อ...ตั้งสติได้จึงสอบถามคนขายว่าสินค้าชิ้นนี้หมดอายุเมื่อไร ได้ความกระจ่างว่าสินค้าชิ้นนี้หมดอายุวันที่ 2 สิงหาคม 2553 อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อสินค้าประเภท ซื้อ 1 แถม 1 หรือ ชิ้นที่ 1 เต็มราคาชิ้นที่ 2 ลดครึ่งราคา ควรพึงระวังเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งถ้าซื้ออาหารเสริมหรือจำพวกวิตามินเป็นของฝากจากเมืองนอกกลับเมืองไทย ได้สินค้าลดราคาแต่หมดอายุหรือใกล้หมดอายุ นำไปฝากญาติผู้ใหญ่หรือคนใกล้ตัว อาจทำให้เสียความรู้สึกทั้งผู้ให้และผู้รับ...เดี๋ยวจะหาว่าน้องโจแอนไม่เตือนนะจ๊ะ... อิอิอิ

 

TARGET DENVER STAPLETON

 

                ประการที่สองคือ ต้องเสียภาษี(Taxable) ในแต่ละร้านจะไม่เท่ากัน เช่น ร้าน ROSS ที่ Denver, CO และห้าง TARGAT ที่ DENVER STAPLETON 7.720% ร้าน Dollar Tree Store ที่ Billing MT ไม่มีค่าภาษี(SALES TAX) แต่ถ้าซื้อสินค้าในเมืองไทยที่ร้าน KING POWER DUTY FREE ราคาสินค้าที่แสดงในใบเสร็จรับเงินจะรวมค่าภาษีแล้ว TOTAL (VAT Included) เป็นต้น ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าสักชิ้น ควรถามคนขายก่อนว่ารวม Taxable ราคาเท่าไรแล้วค่อยคูณด้วยเลข 33 (ประมาณ 33 บาท/ 1$) คิดเป็นเงินบาทนั่นคือคำตอบสุดท้ายนะคร๊าบ... Any question?  Yes!...

 

 

 สุเทพ ธุระพันธ์

17 พฤษภาคม 2553