ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาชาวบ้านจังหวัดบุรีรัมย์
ภูมิปัญญาชาวบ้าน

 


ครกกระเดื่อง

ภูมิปัญญาชาวบ้านจังหวัดบุรีรัมย์
ในอดีต ชาวจังหวัดบุรีรัมย์มีการทำมาหากิน เลี้ยงชีพ เพื่อการดำรงชีวิตประจำวันและมีการใช้เทคโนโลยีตามความเหมาะสมกับกาลสมัยมากมาย อาทิ
1. การทำเชิงกราน ตามภาษาท้องถิ่นบางแห่งเรียกว่า “คิงไฟ” สำหรับเป็นที่หุงหาอาหาร และเป็นที่ “อยู่ไฟ” สำหรับแม่บ้านที่จะคลอดบุตร อังไฟและต้มน้ำร้อนไว้อาบ ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วที่สุด ปัจจุบันในชนบทห่างไกลยังนิยมใช้อยู่
2. การทำโบมข้าวเหนียว คำว่าโบม เป็นภาษาของไทยอีสาน เป็นภาชนะชนิดหนึ่งที่ทำด้วยไม้ทำขึ้นเพื่อใช้เกลี่ยข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้ว เคล้าคลึงไล่ไอร้อนออกและนำไปใส่กล่องข้าว โบมยังใช้เป็นที่นวดแป้งขนมจีนได้ด้วย

3. การสานตะกร้าตักน้ำ (ครุ) การสานครุไม้ไผ่ ยาด้วยชันผสมน้ำมันยาง (น้ำมัน ได้จากต้นยาง/ต้นพลวง ส่วนชันเกิดจากต้นเต็ง/ต้นรังนำมาบดให้ละเอียด) สำหรับใช้ตักน้ำได
4. การสานตะแกรงสำหรับเก็บอาหาร ในอดีตไม่มีตู้กับข้าว จึงสานตะแกรงด้วยไม้ไผ่ นำไปแขวนไว้บนเตาไฟ (เชิงราน)ให้สูงพอสมควร ป้องกัน มด แมว สุนัขมารบกวน และเป็นการถนอมอาหารด้วย เพราะอังไฟได้ไออุ่นหรือร้อนตลอดเวลา
5. เครื่องสีข้าวโบราณ ประกอบไปด้วย 3 ส่วนคือ ฐานสี ฝา และมือโยกฐานสีประกอบไปด้วยขาตั้งทำด้วยไม้รูปกากบาท จานรองสานจากไม้ไผ่ผสมดินโป่งและเกลือเคลือบ ผสมมูลวัวหรือควายตรงกลางมีช่องว่างสำหรับสามแกนจากส่วนที่ 2 ฝา ประกอบด้วยแถบมีรูกลาง สานด้วยไม้ไผ่โดยแบ่งวงกลมบนพื้นดิน และมีแกนกลางไปสวมทับแกนของส่วนฐาน ฟันสีจะทำด้วยไม้สาน วางระยะเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูสลับกัน ส่วนมือโยกนั้น เพื่อป้องกันเม็ดข้าวไม่ให้แตกละเอียดเกินไป
6. ครกหรือกระเดื่อง เป็นเครื่องมือในการตำข้าวเปลือกมี 3 ส่วน คือ ครก ทอดแกน และกระเดื่องมีทั้งครกขอนตั้งและขอนนอน
นอกจากนี้ยังมีการทำดุมล้อเกวียน การทำกบไสไม้ และอื่น ๆ อีกมากมาย
7. การคล้องช้าง ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ไปเถื่อนข้าง หรือต่อช้าง นับย้อนหลังไปประมาณ 50 ปี อำเภอปะคำ บริเวณป่าดงใหญ่มีช้างมากมาย นิยมไปต่อช้างกัน ชาวบ้านปะคำคนหนึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการต่อช้าง จนได้ชื่อว่า ครูบาช้าง คือ นายส่อง อบอุ่น ปัจจุบันมีอายุ 85 – 86 ปี คุณพ่อส่อง อบอุ่น บอกว่าบุคคลที่เกี่ยวกับช้าง จะมีศักดิ์เรียงตามลำดับ ดังนี้ คนเลี้ยงช้าง ควาญช้าง หมอช้าง ครูบาช้าง และปัดทะยาย ประเภทของช้างได้แก่ ช้างพลาย (ตัวผู้) ช้างพัง (ตัวเมีย) และช้างสีดอ (ช้างตัวผู้ไม่มีงา)
8. น้ำตาลหวานบ้านจะบวก อำเภอนางรอง ผลิตโดย นายกอง รุ่งเรืองจะบวก อายุ 71 ปี
รสชาดหอมหวาน เพราะมีกรรมวิธีจัดทำได้ดีไม่เหมือนใคร
9. ผลไม้บ้านปลื้ม บ้านปลื้มมีการทำสวนผลไม้รองจากการทำไม้รองจากการทำไร่มันสำปะหลัง
ได้แก่ มะชามหวาน มะม่วง ฝรั่ง ฯลฯ สอบถามข้อมูลได้จากนางเสงี่ยม หมอทรัพย์ หมู่ 7 บ้านปลื้ม อำเภอปะคำ และผลไม้ขลุงไผ่ ได้แก่ ฝรั่ง เงาะ ทุเรียน กระท้อน ลองกอง มะพร้าว น้ำหอม มะนาว มะไฟ องุ่น และมะกอกน้ำ ของนางอารีย์ สุรัสวดี
10. น้ำปลาบ้านหนองบัว อำเภอปะคำ เป็นน้ำปลาแท้ทำขายในชุมขน
11. กลุ่มเลี้ยงไหมครบวงจร ที่สำคัญ ๆ ได้แก่ กลุ่มแม่บ้านอำเภอนาโพธิ์ กลุ่มแม่บ้านดอน
ไม้ไฟ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มแม่บ้าน บ้านโคกรัก อำเภอหนองกี่


ตะแกรงเก็บอาหาร

12. น้ำพริกแม่บ้านตำรวจ อำเภอปะคำ เป็นน้ำพริกสำเร็จรูปไม่ใส่สารกันบูดเก็บไว้ได้ประมาณ 1 เดือน เช่น น้ำพริกเผา น้ำพริกแมงดา น้ำพริกปลาดุก น้ำพริกมะขาม น้ำพริกหมูหยอง น้ำพริกปลาร้า น้ำพริกปลาย่าง เป็นต้น
13. ปั้นสัตว์ และการทำเขาสัตว์ประดิษฐ์ บ้านถนนหัก อำเภอนางรอง จัดทำเป็นธุรกิจครอบครัวฝีมือดีมาก
14. ตะกร้าไม้ไผ่และตะกร้าทางมะพร้าว มีรูปทรงต่าง ๆ เช่น ทรงกลมทรงเหลี่ยม ทรงรูปไข่มีลวดลายดอกพิกุล ลายสามเหลี่ยม ลายตรง ใช้หวายทำหูตะกร้า ผลิตที่บ้านตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์
15. การทำข้าวเกรียบ จากพืช เช่น มันสำปะหลัง เผือก ฟักทอง มะละกอ กล้วย มันเทศ
16. การหล่อทองเหลือ ที่บ้านดอกไม้ไฟ อำเภอเฉลิมพระเกียรติจังหวัดบุรีรัมย์


เครื่องสีข้าวโบราณ

17. ลายมัดหมี่ (ลายผ้าไหม) ฝีมือปราณีต มีลายมัดหมี่หลายชนิดให้เลือกประมาณ 46 ลาย
ด้วยกันสร้างสรรค์ขึ้นมาจากพืช สัตว์ และอริยาบถของสัตว์ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดทั้งในจังหวัด ต่างจังหวัดและต่างประเทศ คือ กลุ่มแม่บ้าน อำเภอนาโพธิ์ พุทไธสง (บ้านมะเฟือง)
18. กลุ่มจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- การจัดทำไร่นาสวนผสม (เศรษฐกิจพอเพียง) ได้แก่ นายผาย สร้อยสระกลาง นายชัยประสิทธิ์
ชนะทะเล ลำปลายมาศ – กระสัง ฯลฯ
- ทำไร่ยูคาลิปตัสเชิงธุกิจ และปรับสภาพสวนป่า ได้แก่ นายสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธ์ อำเภอสตึก
- การจัดการและธุรกิจชุมชน นายทองหล่อ เจนไธสง บ้านกายโศก อำเภอพุทไธสง ในด้านจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มการตลาด กลุ่มเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู กลุ่มทำนา และการเกษตรอื่น ๆ กองทุนปู่ – ตา กองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น
19. นักตีมีดไฮเทค ผู้รักษาและอนุรักษ์การตีมีดยุคไฮเทคนี้ คือนายฟื้น พรรณวงศ์ บ้านโนน ดินแดง อำเภอโนนดินแดง ตีเหล็กโดยใช้เครื่องทุ่นแรง ถึงแม้อายุ 70 ปี แล้วยังได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรและทำเป็นวิทยาทานอยู่บ่อย ๆ
20. โรงเรียนสอนศิลปะมวยไทยนานาชาติ เป็นโรงเรียนแห่งแรกที่สอนมวยไทยของประเทศไทยที่บ้านหนองกี่ อำเภอหนองกี่ โดยมีนายปราโมทย์ หอยมุกข์ เป็นผู้จัดการได้จดทะเบียนโรงเรียนกับทางราชการเรียบร้อยแล้ว ตั้งเแต่วันที่ 20 มกราคม 2535
21. การทำนาแบบธรรมชาติ หรือการเกษตรแบบผสมผสาน โดยไม่ไถไม่ใส่ปุ๋ยเคมีสาร เคมีที่กำจัดศัตรูพืช คนแรกของจังหวัดบุรีรัมย์ คือ นายคำเดื่อง ภาษี บ้านโนนเขวา กิ่งอำเภอแคนดง
22. การทำกุนเชียงปราศจากมัน ที่บ้านดอนไม้ไฟ ส่งไปยังศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ
23. หม้อบ้านเขว้าเป็นหม้อดิน ของชาวบ้านเขว้า หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านจาน อำเภอพุทไธสง
ผลผลิตได้แก่ หม้อหุงข้าว โอ่ง หม้อนึ่ง กระถาง อีแปะ หม้อยา ฯลฯ


เชิงกรานแบบโบราณ

สืบค้นเพิ่มเติมได้ที่ http://province.m-culture.go.th/buriram/