วิธีวิทยาการวิจัย
การพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้อย่างเต็มตามศักยภาพ ครูจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำวิจัย
ในชั้นเรียนเป็นหนึ่งในกิจกรรมการเรียนการสอนในห้องเรียนปกติ มิใช่เป็นกิจกรรมที่แปลกแยกหรือเพิ่มภาระให้กับครูแต่อย่างใด การทำวิจัยในชั้นเรียนจึงเป็นหน้าที่สำคัญประการหนึ่งของครูผู้สอน ที่จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดการเรียนรู้ เป็นขบวนการที่ครูจะศึกษาค้นคว้าเพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนการสอนในห้องเรียน และนำมาใช้ในการปรับปรุงการเรียนการสอน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียนครูผู้สอนจึงจำเป็นจะต้องบูรณาการความรู้ด้านทฤษฎี และการปฏิบัติ ในการคิดค้นวิธีสอน สื่อหรือนวัตกรรมต่างๆ ผสมผสานกับแนวคิดพื้นฐานของการวิจัยในการประยุกต์ใช้ เพื่อวางแผนพัฒนาคุณภาพนักเรียนหรือแก้ปัญหาที่พบในการจัดการเรียนรู้
กระบวนการในการทำวิจัยสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ เมื่อเผชิญปัญหา
เราต้องศึกษาถึงสาเหตุ แล้วหาทางแก้ไขที่เหมาะสมแล้วนำไปใช้
การจัดทำรายงานการวิจัยจะต้องมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ
1. ส่วนนำของรายงานประกอบด้วย ปกนอก ปกใน บทคัดย่อ ประกาศคุณูปการ สารบัญ สารบัญตารางสารบัญแผนภูมิ
2. ส่วนที่เป็นรายงาน 5 บท ประกอบด้วย
บทที่ 1 บทนำ(ภูมิหลัง) จะกล่าวถึงความสำคัญตาม พรบ.การศึกษา ความเป็นมาของปัญหาที่เกิดขึ้นแนวทางหรือทฤษฎีที่ใช้แก้ปัญหา
- ความมุ่งหมายของการศึกษา
- ความสำคัญของการศึกษาค้นคว้า
- ขอบเขตของการศึกษา
1 กลุ่มตัวอย่าง
2. เนื้อหาที่นำไปใช้ศึกษาค้นคว้า
3. ระยะเวลาที่ศึกษา
4. ตัวแปรที่จะศึกษา
- นิยามศัพท์
- สมมุติฐานการวิจัย
บทที่ 2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
3. ส่วนอ้างอิงของการวิจัย ประกอบด้วย บรรณานุกรม
งานวิจัยที่จัดทำ ชื่อเรื่องรายงายผลการใช้สื่อประสมในการสอนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องกราฟของฟังก์ชันตรีโกณมิติ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีความ บกพร่องในการเรียน
ผู้ศึกษา : สมศรี แจ้งสุทิมล
การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการสอนโดยใช้สื่อประสม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) ที่มีความบกพร่องในการเรียนเรื่องกราฟของฟังก์ชันตรีโกณมิติ
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน
บดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2550 จำนวน 18 คน ที่มีความบกพร่องในการเรียนเรื่องกราฟของฟังก์ชันตรีโกณมิติ
เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองได้แก่สื่อประสมประกอบด้วย แผ่นใส เอกสารฝึกหัด ใบงานที่ใช้ฝึกปฏิบัติ โปรแกรม GSP และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ ค 42201 เรื่องกราฟของฟังก์ชันตรีโกณมิติ จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าทดสอบที (t-test one group)
ผลการศึกษาพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องกราฟของฟังก์ชันตรีโกณมิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) ที่สอนโดยใช้สื่อประสมหลังการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และผลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่องกราฟของฟังก์ชันตรีโกณมิติ ที่ได้รับการสอนโดยใช้สื่อประสมหลังเรียน สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 50 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
รู้แล้วจ้า รูปสวยจัง