อ.ที่ 1 ผ่านไป 50 % แล้วนะคะ เดี๋ยวค่อยเก็บตกส่วนที่เหลือก็แล้วกันเนาะ มาที่อ.ที่ 2 กันดีกว่าค่ะ
อ. อากาศ สำคัญไม่แพ้ อ.ที่ 1 เลยค่ะ เพราะทุกวินาทีที่เราสูดอากาศเข้าไปนั้น มีผลต่อร่างกายทั้งสิ้น
อากาศดี ก็มีประโยชน์
อากาศไม่ดีก็มีโทษ
แล้วจะรู้ได้ไงว่า ดี หรือ ไม่ดี
อยู่ที่ กลิ่น ค่ะ
อากาศดี สะอาด บริสุทธิ์ จะต้องไม่มีกลิ่น ไม่มีฝุ่น ไม่มีควัน โดยเฉพาะ ควันไฟ และ ควันบุหรี่
ในแต่ละวันเราควรอยู่ในที่อากาศดี มากกว่า ไม่ดี หลีกเลี่ยงจากควันไฟ ควันบุหรี่ หรือที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมากเป็นเวลานานๆ
ถ้าเลี่ยงไม่ได้ควรใช้ผ้าปิดปาก ปิดจมูก ไม่ต้องอายใคร ไม่ต้องกลัวคนว่าจะแปลก เพราะช่วงนี้ทั้งภาครัฐ และเอกชน ต่างก็ช่วยกันรณรงค์ให้ใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กันอยู่แล้ว
ไหนๆก็พูดเรื่อง หน้ากากอนามัยกันอยู่แล้ว ขอเพิ่มเติมเรื่องการใส่หน้ากากที่ถูกต้องด้วยดีกว่านะคะ เผื่อท่านที่ไม่ได้อยู่ในวงการสาธารณสุข จะได้เข้าใจมากขึ้น
หน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานจะต้องผ่านการรับรองคุณภาพด้วย พึงระลึกไว้ว่า
แบบเป็นผ้าที่เป็นแฟชั่นใส่กันอยู่ทั่วไป ไม่สามารถกันเชื้อจุลินทรีได้ ป้องกันได้เฉพาะฝุ่นละอองเท่านั้น
ทำไมหน้ากาก จึงมี 2 ด้าน และมี 2 สี เคยสังเกตุบ้างหรือไม่
ด้านหนึ่งจะเป็น สีขาว
อีกด้านจะเป็นสี เขียว หรือ ฟ้า
เหตุผลมีอยู่ว่า
หน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐาน จะประกอบด้วย 3 ชั้นด้วยกัน
การใส่ที่ถูกต้องควรปฏิบัติ ดังนี้
ล้างมือให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ใช้มือจับยางยืดที่ใช้รัดกับใบหู ห้าม จับที่หน้ากากเด็ดขาด
ผู้ที่ยังไม่ป่วย ต้องหันด้านที่เป็นสีเขียว หรือ สีฟ้า ออกด้านนอก เพราะเป็นด้านที่กรองเชื้อโรคเช้าสู่ตัวเรา
ผู้ป่วยที่มีอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ จะต้องหันด้านที่เป็นสีขาวออกด้านนอก เพื่อปัองกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น และปิดไว้ตลอดเวลา ยกเว้นเวลา รับประทานอาหาร และดื่มน้ำเท่านั้น ควรใช้ครั้งเดียว ไม่ใช้ซ้ำ และทิ้งในถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด
ถ้าท่านอยู่ในที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก หรือที่มีฝุ่น ควัน ควรหาโอกาศไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง ไม่จำเป็นต้องเป็นชายทะเล แค่นอกเมืองก็ดีมากแล้วค่ะ
ผู้ป่วยหันสีขาวออก
อย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยถูกวิธี นะคะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่านอ. อากาศค่ะ
ได้ความรู้มากๆ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะที่แวะมา อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะคะ