นับย้อนหลังไปอดีต40ปีที่แล้ว ที่สลัมคลองเตยเป็นดินแดนน้ำครำ ชุกชุมไปด้วยคนจนไม่มีการศึกษา ติดยาเสพติดและเหล่ามิจฉาชีพมากมาย มีบรรพบุรุษที่อพยพนั่งเรือมาจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่มาสู่ดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์คือตระกูลแซ่ฮ้อ ประกอบด้วย เตี่ย อาม่า สายกั่วและอาหมวยได้มาอยู่ที่บ้านเจ้าของกิจการรถลาก      ทำให้เตี่ยของสายกั่วยึดอาชีพลากรถรับจ้าง จนทำให้มีเงินเก็บและสายกั่วทำอาชีพรับจ้างบัดกรี  ส่วนน้องสาวมีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวทำให้ชีวิตตระกูลแซ่ฮ้อดีขึ้นตามลำดับ   จากนั้นได้ซื้อจักรยานสงครามโลก ครั้งที่2 เป็นสมบัติชิ้นแรกและเป็นครูที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการซ่อมรถ  จากนั้นน้องสาวก็ได้แต่งงานกับสมชาย ลูกเถ้าแก่ร้านขายหมู ส่วนสายกั่วก็ได้แต่งงานกับเซี่ยม่วยเป็นลูกสาวชาวสวน ต่อมาไม่นานเตี่ยและอาม่าของสายกั่วได้เสียชีวิตลง บ้านเรือนในสลัมก็ถูกไฟไหม้หมด ทั้งคู่เริ่มต้นชีวิตที่เป็นเลขศูนย์   ต้องไปอาศัยอยู่กับญาติของเซี่ยม่วยเป็นเวลาสองเดือนต่อมาสายกั่วก็เริ่มเก็บหอมรอมริบโดยถีบจักรยานไปรับจ้างทำรางน้ำเพื่อนำเงินมาซื้อกับข้าวให้กับภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ ที่อาศัยที่เพิงหลังเล็กๆ จนคลอดบุตรสาว พ่อเลยผิดหวังแต่ในความน่ารักของอาหมวยน้อยพ่อจึงรักมาก จากนั้นมาภรรยาก็ตั้งครรภ์คนที่สอง ก่อนหน้านั้นนางได้ฝันถึงจี้กง ซึ่งเป็นเทวดาและแล้วก็คลอดบุตรชายรูปร่างอ้วนจ้ำม่ำ สายกั่วตั้งชื่อให้ว่าอภิรักษ์ทั้งสองเลี้ยงลูกมาด้วยความรัก พี่สาวโตขึ้นทุกวันแต่น้องชายไม่เจริญเติบโตเลยพ่อจึงรู้ว่าเป็นเด็กเอ๋อหรือดาวน์ซินโดม เมื่อถึงอายุเข้าเรียนหนังสือ นายอภิรักษ์ แซ่ฮ้อไม่ไปเรียนหนังสือเพราะถูกเพื่อนล้อเลียนและไม่ชอบครู  จึงมาอยู่กับแม่เพราะเขาคิดว่าแม่เข้าใจเขาทุกอย่างได้ดี ทุกวันแม่กับลูกลากรถเข็นไปเก็บขวดพลาสติก  และกระดาษขายได้เงินวันละสามสิบบาท  วันหนึ่งอภิรักษ์ได้เกิดพลัดหลงกับแม่เขาร้องเรียกหาแม่เป็นที่น่าเวทนามา  เมื่อได้เจอก็เข้าไปกอดร้องไห้และพูดว่าแม่อย่าหนีไปไหนอีกซึ่งเป็นที่น่าสงสารของเฮียเผ่าที่ขายกาแฟโบราณ จึงได้เก็บขวดและกระดาษไว้ให้อภิรักษ์ทุกวัน อีกแห่งหนึ่งที่เขาไปเก็บคือบริเวณก่อสร้างเริ่มแรก  จนกระทั่งเป็นตึกที่สวยงาม เขายืนสังเกตและจดจำไว้ว่าอาคารนี้มีรูปใบโพธิ์เป็นสัญลักษณ์ มีคนที่มีเกียรติแต่งตัวสวยๆ มาต้อนรับที่คนทั่วไปเรียกว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลุมพินี เขาได้แต่ฝันว่าสักวันหนึ่งได้มายืนอยู่ตรงนี้ให้ได้ หลังจากนั้นได้รวบรวมความกล้าหาญและเก็บหอมรอมริบได้ จึงตัดสินใจเข้าไปฝากเงินกับสาวสวยที่ชื่อว่าเกวรินทร์ ทุกครั้งถึงกับมานอนละเมอจนแม่ได้ยินก็อดสงสารลูกว่าเป็นไปไม่ได้ จนกระทั่งครอบครัวของนายอภิรักษ์ ย้ายไปอยู่แฟลตชั้นเจ็ดส่วน พี่สาวก็แต่งงานย้ายไปอยู่กับสามี จากนั้นอภิรักษ์ต้องทำงานหนักกว่าเดิม  เพื่อเลี้ยงแม่และพ่อที่ป่วยเป็นวัณโรค มีภรรยาที่เป็นคู่ทุกข์คู่ยากดูแลรักษาจนกระทั่งไม่มีเงินไปหาหมอทำให้อาการทรุดหนัก อยากจะเจอหน้าอภิรักษ์เป็นครั้งสุดท้าย และแล้วลูกชายก็มาเห็นอาการของพ่อไม่สู้ดีนักก็อดที่จะสงสารไม่ได้  แต่ตัวเองก็ไม่แสดงอาการทุกข์ใจหรือร้อนรนจนขาดสติแต่ประการใดและแล้วก็ยื่นสมุดบัญชีเงินฝากจำนวนเงินทั้งหมด 65468.40  บาท (หกหมื่นห้าพันสี่ร้อยหกสิบแปดบาทสี่สิบสตางค์) ให้กับแม่ทำให้แม่ไม่เชื่อคิดว่าลูกไปเก็บของใครมาลูกก็บอกว่าเป็นสมุดของเขาเอง จนในที่สุดครอบครัวก็พ้นจากความจนและความตายของการเก็บออมประกอบ กับความคิดอ่านที่สุขุมและการวางแผนชีวิตไว้เพื่อบุพการีของเด็กชายผู้ที่ชื่อว่าอภิรักษ์  แซ่ฮ้อ

ลูกยอดกตัญญู อภิรักษ์ แซ่ฮ้อ ของเริงศักดิ์ กำธร ผู้สื่อข่าวรางวัลพูลิเซอร์ปี 255 หน้า 1-152