หนังสือ ดี ๆ อีกเล่ม ที่ให้วิธีคิดเพื่อสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับตนเอง ในยามท้อแท้และหมดกำลังใจ เขียนโดยพระไพศาล วิสาโล และรินใจ

หนังสือ ดี ๆ อีกเล่ม ที่ให้วิธีคิดเพื่อสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับตนเอง ในยามท้อแท้และหมดกำลังใจ เขียนโดยพระไพศาล วิสาโล ซึ่งมีข้อคิดดังนี้
๑. ปล่อยวาง "ไม่ใช่หูเท่านั้น แต่ตาของเราก็ชอบหาเรื่องไม่ใช่ย่อย ทั้งนี้ทั้งนั้น
ก็เพราะใจของเรานั่นเอง ที่ชอบเผลอไปยึดไปแบกอย่างไม่รู้จักหยุดหย่อน
ปล่อยวางเสียบ้าง แล้วอะไรต่ออะไรจะดีเอง"
๒. อวสานของฝันร้ายและภาพหลอน "ไม่มีอะไรที่ภาพหลอนจะกลัวเท่ากับความจริง
และความจริงจะพบได้ก็โดยการเฝ้าดูจิต ที่สงบไม่หวั่นไหวเท่านั้น"
๓.ยาวิเศษ "เคราะห์กรรมแม้จะหนักหนาเพียงใด ถ้ารู้จักหัวเราะเยาะมัน
ชีวิตจะโปร่งเบาขึ้นมาก มีกำลังใจที่จะสู้อุปสรรคต่อไปอย่างหน้าชื่นตาบาน"
๔. ก้อนหินและดอกไม้ "ตราบใดที่ไม่เอาตัวตนออกรับ คำด่านั้นก็ไม่มีพิษสงที่มันทำร้ายเราได้ ก็เพราะเราเองต่างหาก ที่เอาถ้อยคำเหล่านั้นมาทิ่มแทงตัวเอง"
๕. สติในเรื่อนใจ "ความเข้าใจและการให้อภัย คือกุญแจดอกสำคัญที่เปิดให้เราพบกับสันติสุข ปราศจากกุญแจ ๒ ดอกนี้ ก็ยากที่สงครามภายในจะยุติได้ ไม่ว่าชีวิตภายนอกจะประบความสำเร็จเพียงใด"
๖. ยึดติดจนชีวิตตีกลับ "เราเกลียดการกระทำบางอย่าง แต่แล้วเหตุไฉนเราจึงกลับทำสิ่งนั้นเสียเอง คำตอบก็คือความยึดมั่นถือมั่น"
๗. เดินด้วยใจ "ความจริงของชีวิตประการหนึ่งก็คือ ยิ่งต้องการไปให้ถึงไว ๆ กลับถึงทีหลัง ส่วนคนที่ไม่เร่งรีบ กลับถึงก่อนใคร"
๘. เลิกรบสงยศึก "การมีเมตตาเป็นแรงจูงใจในการทำงาน ช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีความสุข เพราะเมตตาทำให้จิตใจอ่อนโยน ไม่แข็งกร้าว และตรึงเครียด อีกทั้งยังช่วยลดเเรงเสียดทานกับคนอื่นได้มาก"
๙. เติมความว่างให้จิิตบ้าง "ความคิดนั้นมีคุณอย่างไร เห็นได้ไม่ยาก แต่ขณะเดียวกันมันก็มีโทษด้วย และโทษของความคิดเกิดขึ้นได้ สาเหตุสำคัญก็เพราะเราคิดมากเกินไป"
๑๐. ไม่หลงกล "ข้าวจะเเฉะหรือไหม้ ก็เป็นเรื่องธรรมดา เช่นเดียวกับได้หรือเสีย แพ้หรือชนะ สรรเสริญหรือนินทา สำเร็จหรือล้มเหลว ถ้ามองเห็นเช่นนี้ได้ ชีวิตจะปล่อยวางได้มากขึ้น และเป็นทุกข์น้อยลง"
๑๑. เท่าทันความดี "คุณธรรมความดีนั้น หากเราไม่เท่ากัน เกิดไปหลงติดเข้า ก็อาจพาชีวิตหลงทิศทาง จนถึงขั้นทำสิ่งเลวร้าย ยิ่งกว่าการพูดปด เพื่อรักษาภาพพจน์เสียอีก"
๑๒. อุบายรอดตาย "โรคร้ายไม่น่ากลัวเท่ากับการกลัวตาย แต่ถ้าเราพร้อมที่จะตาย หรือนึกว่าตายแล้ว ปล่อยวางทุกสิ่งเหมือนคนตาย ไม่ว่าชีวิต ลูกหลาน หรือทรัพย์สิน เงินทอง ความทุรนทุรายก็จะหมดลงไปมาก"
๑๓. เช้าสี่ เย็นสาม "อะไรก็ตามที่นำหน้าด้วยของชอบ และตามด้วยของที่ชอบน้อยกว่า มักจะได้รับความสนใจจากผู้คนมากกว่า"
๑๔. ความจำกับความสุข "ใคร ๆ ก็อยากจะ จำ อะไรให้ได้มาก ๆ จนบางทีลืมไปว่า การ ลืม ก็เป็นประโยชน์เหมือนกัน"
๑๕. ความสุขของดอกไม้ "บ่อยครั้งเรามักเผลอเอาสายตาของคนอื่น มาเป็นเครื่องวัดคุณค่าของเรา พอผู้คนไม่นิยมยกย่องเรา ก็เลยรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า คุณงามความดีที่มีอยู่ในตัวก็เลยไร้ความหมาย ชวนให้ท้อแท้ หมดกำลังใจในการทำสิ่งดีงาม"
๑๖. เครียดคลายได้ ถ้าใจคอยเป็น "สาเหตุที่เราทุกข์นั้น เป็นเพราะเราใจร้อน หรือคอยไม่เป็นต่างหาก"
๑๗. คำถามสามวันสุดท้าย "วันนี้ คือห้วงเวลาที่เราเป็นเจ้าของ ส่วน พรุุ่งนี้ ไม่มีใครรู้ว่าตัวเองจะได้เห็นหรือไม่ ที่แน่ ๆ คือ หากเราเริ่มเสียแต่ววันนี้ เราอาจมีเวลามากกว่าสามวันที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ที่อยากทำ"
๑๘. หน้าแตก "การเปิดเผยตัวตนว่า เรายังเป็นมนุษย์ปุถุชน ที่มีผิดมีพลาดได้ ย่อมช่วยให้คนอื่นเคารพนับถือได้สนิทใจ ที่สำคัญกว่านั้นคือ เราจะเคารพตัวเองได้มากขึ้น เพราะว่าเราไม่ได้โกหกตัวเอง"
๑๙. เชื้อโรค ดักแด้ และเด็กน้อย "ทำไมคนเหล่านี้จึงมีภูมิต้านทานความทุกน้อยมาก คำตอบก็คือ พวกเขามีชีวิตที่สะดวกสบายมากเกินไป ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ค่อยพบกับความผิดหวัง ได้ทุกอย่างที่ต้องการ พ่อแม่ประคบประหงมืจนไม่รู้ว่าความยากลำบากนั้นเป็นอย่างไร"
แม้จะเป็นหนังสือเล่มเล็ก ๆ แต่คุณค่าภายในเล่มมากมายยิ่งนัก สามารถซึมซับจับประเด็นไปใช้ให้ชีวิตอยู่เย็นเป็นสุขได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

สวัสดีค่ะคุณพลาย
อ่านแล้วครับ ดีมากเลย
ขอบคุณครับ
ได้ข้อคิดดีๆๆครับ
ขอบคุณทุกท่านครับ
ที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยน
และยินดีที่ได้รู้จักครับ