ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน
ข้างหลังภาพ
หนังสือเล่มนี้เป็นบทประพันธ์ของ “ศรีบูรพา” ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติ” รายวันเริ่มตั้งแต่ฉบับวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๐ ถึงฉบับวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๔๘๐
หม่อมราชวงศ์กีรติ ตัวละครเอกของเรื่องดำรงความเป็นสาวอยู่ในขณะที่อายุย่างเข้า ๓๕ ปี จึงมีข้าราชการชั้นพระยาอายุ ๕๐ ปี มาสู่ขอ ด้วยความหมดหวังที่จะได้พบชายที่ดีกว่านั้น จึงได้ยอมแต่งงานกับชายผู้นี้ เจ้าคุณสามีพาเธอไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ณ ที่นั้นเองหม่อมราชวงศ์กีรติก็ได้พบกับนพพร ซึ่งเป็นลูกชายของเพื่อนสามี
เด็กหนุ่มผู้ห่างการสมาคมกับสุภาพสตรีไทย และโดยที่ได้ติดติดต่อกันอยู่ตลอดเวลาที่หม่อมราชวงศ์กีรติคุ้นกันจนถึงขีดสนิทสนม
ความรักอันบริสุทธ์และร้อนแรงของผู้ที่เพิ่งมีความรักเป็นครั้งแรก รู้สึกที่ยากจะข่มใจไว้อยู่มากเหมือนกัน ครั้นแล้วทั้งสองก็จากกัน เมื่อกำหนดการเที่ยวญี่ปุ่นยุติลง ความรักของนพพรคงรบเร้าให้จิตใจกระสับกระส่ายกระวนกระวายถึงขีดสุด เมื่อครั้งตอนที่จากกันใหม่ๆ ครั้นแล้วก็ค่อยๆอ่อนตัวลงตามธรรมชาติ
๖ ปีล่วงไปนพพรสำเร็จการศึกษาแล้วก็กลับสยาม ในขณะนี้หม่อมราชวงศ์ก็เป็นม่ายแล้วและบำเพ็ญชีวิตอยู่อย่างสงบเสงี่ยม เขาทั้งสองได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง แต่เป็นการพบที่นพพรรู้สึกเหมือนพบพี่สาวคนหนึ่งเท่านั้น
ครั้นแล้วนพพรก็แต่งงานกับคู่หมั้นที่บิดาหาไว้ให้ เมื่อแต่งงานแล้วได้สองเดือน นพพรได้ทราบว่าหม่อมราชวงศ์กีรติเจ็บหนักด้วยวัณโรค และอยากพบเขา จนแพทย์และคนพยาบาลรู้สึกว่าควรจะมาตามเขาให้ไปพบ เพื่อให้คนไข้ได้สงบจิตใจในวาระสุดท้าย
นพพรก็ไปเยี่ยม และหม่อมราชวงศ์กีรติก็ให้ภาพระลึกถึงสถานที่ให้กำเนิดความรักแก่เขาทั้งสอง พร้อมทั้งคำตัดพ้อบางประโยคเป็นที่สะกิดใจนพพร
ครั้นแล้วหม่อมราชวงศ์กีรติสตรีผู้อาภัพในเรื่องรักก็ถึงแก่กรรมใน ๗ วันต่อมา
และเรื่องก็จบลงเพียงเท่านี้ เรื่องนี้จบแบบเศร้ามากถ้าใครได้อ่านหนังสือเรื่องนี้แล้วดิฉันคิดว่าทุกคนต้องรักหนังสือเล่มนี้เหมือนดิฉันเหมือนกัน ดิฉันชอบประโยคที่หม่อมราชวงศ์กีรติเขียนไว้ข้างหลังภาพวาดนั้นคือ
"ฉันตายโดยปราศจากคนที่ฉันรัก"
"แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก"
คอเดียวกันเลย ครับ ทั้งหนังสือ
ทั้งที่นำมาสร้างเป็นหนัง
ผมชอบดูมากๆ
ดูทีไรแอบร้องไห้ทุกที
ท่าน ศรีบูรพา ใช้ภาษาได้งดงามมาก ครับ
ขอบคุณที่บันทึกนี้นำมาให้ทบทวนความรู้สึกดีๆ
หนังสือดีๆ