ตั้งแต่ได้รับโอกาสเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ในวงคนทำงานเพื่อ R2R ล่วงเลยก็มาสามปีแล้ว ได้เห็นวิวัฒนาการและความงดงามของเส้นทางการขับเคลื่อนที่มีความร้อยเรียงเชื่อมความสัมพันธ์ด้วยยึดหลัก "ใจ" ของคนหน้างานเป็นสิ่งสำคัญ

งานนี้ต้องชื่นชมท่านผู้อำนวยการ สวรส. นพ.พงษ์พิสุทธิ์ ที่ยังเหนียวแน่นในความงามของการมองความเป็นมนุษย์ มองทุกแง่มุมอันเป็นรายละเอียดที่ไม่ควรละทิ้ง ขณะเดียวกันท่านก็ก้าวย่างไปในบทบาทหน้าที่เพื่อการพัฒนาระบบสาธารณสุข ทุกครั้งที่นั่งร่วมวงข้าพเจ้าได้รับโอกาสเรียนรู้การบริหารจัดการหลายอย่างทั้งที่เป็นศาสตร์และเป็นศิลปะไปควบคู่ขนานกัน ช่างเป็นห้องเรียนที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

จำได้ว่า...การถูกบ่มเพาะสมัยเรียนบริหารพยาบาล ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น ทางคณะพยาบาล อาจารย์ท่านได้สอนความสอดคล้องผสมผสานกลมกลืนกันระหว่างความเป็นพยาบาลและการบริหารที่มีมิติแตกต่างกันออกไปจากประสบการณ์ที่เคยเรียนรู้มา และเมื่อได้รับโอกาสจากทาง สวรส. ก็เป็นอีกห้องเรียนหนึ่งที่ได้ดู "คนต้นแบบ" แบ่งปัน Tacit Knowledge ออกมาให้เห็นและซึมซับ พร้อมน้อมกลับมามองใน "ตนเอง" มากขึ้น

ดร.แต้ม...หรืออาจารย์แต้ม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีความแข็งแกร่งมาก ทำหน้าที่เชื่อมประสานคนทั้งประเทศ เพื่อให้เชื่อมโยงเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน ร่วมกันมองหน้างานของตนเองให้เกิดมิติแห่งการพัฒนาที่เป็นภาพรวม หลายครั้งข้าพเจ้าได้ทำงานร่วมกับ อ.แต้ม ได้เห็นความตั้งใจที่จะหลอมรวมคนหน้างานทุกๆ พื้นที่ให้เป็นหนึ่งเดียวในเรื่องของการนำกระบวนการวิจัยมาใช้ในการพัฒนางานสาธารณสุข เป็นการทำงานที่ทำร่วมกันที่เติมเต็มกันได้ดี เวลาที่เดินทางไปขับเคลื่อน R2R ร่วมกับท่าน มีความสุขทุกครั้ง

แกนสำคัญ...ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ณ ขณะนี้ คือ ทีมงานจากศิริราช ที่มี อ.เชิดชัย อ.กุลธร และ อ.อัครินทร์ สามหนุ่มสามมุม และมีสาวน้อยมดงานร่วมกันอย่างเต็มที่ในการทำงาน ทั้งๆ ที่ภาระงานที่ศิริราช เป็นที่ทราบกันว่ามากเหลือเกิน แต่คณะทำงานก็ได้มาร่วมอย่างทุ่มเท มันเป็นพลังแห่งการทำงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความพยายามทำความเข้าใจในการงาน นี่น่ะเป็นกำไร...อย่างยิ่งเลยล่ะ ที่เราได้ก้าวย่างออกมาจาก "กรงทอง" อันเป็นกรอบปิดกั้นพลังสร้างสรรค์แห่งความเป็นมนุษย์ ทำให้เราเริ่มมองเห็นความงามของชีวิตคนหน้างานตัวน้อยๆ มากขึ้น

และ...

เมื่อวานนี้ ... หลายๆ ท่าน ที่เสียสละเวลามาร่วมกันมองงานวิจัย R2R เป็นวงเล็กๆ แต่สำหรับข้าพเจ้าเกิดคุณค่าทางปัญญาอย่างมาก เป็นการช่วยกันมองงาน R2R ที่ร่วมกันมองหลากหลายมิติ ที่สำคัญเป็นเส้นทางของการได้ฝึกใช้ "ความกรุณา" ที่มีต่อนักวิจัย R2R พยายามทำความเข้าใจนักวิจัย R2R ว่าเขาพยายามทำอะไร คิดอะไร และกำลังสื่ออะไรให้เราทราบ หลายๆ เรื่องของงาน R2R เป็นเรื่องที่น่าสนใจและเห็นช่องทางการก้าวย่างต่อของเขา เสียดายว่าหากงานทั้งหลายเหล่านี้ได้รับการชี้ทางให้เห็นว่าตนเองน่าจะไปทำอะไรต่อ จะเกิดประโยชน์และคุณค่าอย่างยิ่ง

มันเป็นมิติแห่งความงาม ที่คนหน้างานพยายามลุกขึ้นมาทำความสร้างสรรค์

แต่สิ่งหนึ่งก็รู้สึกเป็นห่วงว่า...

คนหน้างานเหล่านี้เขาทำ R2R หลายคนไม่เคยเรียนรู้การทำวิจัยมาก่อน ในงานอาจมีจุดอ่อนอย่างมาก แต่ที่เขาส่งเข้ามาร่วมนี้ คือ การขอโอกาส...แล้วโอกาสที่เขาน่าจะได้รับมีอย่างไร คือ สิ่งที่ข้าพเจ้านั่งครุ่นคิด

น่านะ ... อย่างน้อย งานของเขาเราก็ได้อ่าน "การได้อ่านคือ การได้แบ่งปันโอกาสซึ่งกันและกัน" อ่านแล้วเห็นความงามและอยากเติมเต็ม ก็พอจะมีหนทางเชื่อมต่อกับเขาได้ในคราวต่อไป เพื่ออยากให้กำลังใจเขาได้ทำต่อ

เข้าร่วมชวนกันมองงาน R2R ตั้งแต่บ่ายโมง เสร็จภาระกิจก็สองทุ่มกว่า แต่เป็นอะไรที่ทำให้ "เอ็นโดรฟิน" ได้หลั่ง จากได้เห็นความงาม "ดั่งเมล็ดพันธุ์ดอกไม้" ที่งอกเงยขึ้น และน่าจะผลิออกเป็นดอกบานในดวงใจของคนหน้างานสาธารณสุขให้มีความชุ่มชื่นใจในท่ามกลางกระแสโลกร้อนนี้ได้บ้าง...

 

แด่..ความมีคุณค่าของคนหน้างาน

๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓