พฤติกรรมการออกกำลังกายที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานอยู่ในระดับสูง (ไม่เคยออกกำลังเลยในช่วง ๑ เดือนที่ผ่านมา)

พฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานของประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปในเขตรับผิดชอบสถานีอนามัยบ้านหนองนกปีกกา ตำบลโป่งแดง อำเภอเมือง จังหวัดตาก

ณัฐธีมา เจดีย์วุฒิ, ปาณิสรา แก้วบุญธรรม

           การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจพฤติกรรมสุขภาพที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหาร การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์   พฤติกรรมด้านอารมณ์และสังคม พฤติกรรมการออกกำลังกาย และพฤติกรรมการใช้ยาของกลุ่มประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปในเขตรับผิดชอบสถานีอนามัยบ้านหนองนกปีกกา ตำบลโป่งแดง อำเภอเมือง จังหวัดตาก ในระหว่างเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๑ โดยการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) จากประชาชนกลุ่มอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานจากการคัดกรองโรคเบาหวานด้วยวาจา (Verbal screening) จำนวน ๓๐๐ ราย เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา

            ผลการศึกษาพบว่า ประชากรกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ที่เสี่ยงต่อการโรคเบาหวานอยู่ในระดับปานกลาง พฤติกรรมด้านอารมณ์และสังคมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานอยู่ในระดับปานกลาง พฤติกรรมการออกกำลังกายที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานอยู่ในระดับสูง (ไม่เคยออกกำลังเลยในช่วง ๑ เดือนที่ผ่านมา) และพฤติกรรมการใช้ยาที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานอยู่ในระดับปานกลาง โดยเฉพาะการใช้ยาคุมกำเนิดในเพศหญิง

            ผลการศึกษาครั้งนี้ สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนสุขศึกษา เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานทั้ง ๔ ด้าน คือ พฤติกรรมการบริโภคอาหาร การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ พฤติกรรมด้านอารมณ์และสังคม พฤติกรรมการออกกำลังกาย และพฤติกรรมการใช้ยาในกลุ่มประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป  ให้ถูกต้องเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานต่อไป