ปิดเรียนภาคฤดูร้อนอากาศก็ร้อนมากหาทางไปพักผ่อนแล้วทางภาคใต้ก็ยังรู้สึกขาดๆอยู่ พอดีท่านดร.เตรียมชัย อุทัยวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดม่วง ซึ่งเดิมดิฉันเคยเป็นครูสายผู้สอน ท่านนำโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง "การจัดทำหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐานสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม" ของยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 19-22 เมษายน 2553 ก็สมัครเข้ารับการอบรมเสียค่าใช่จ่าย 1200 บาท(จ่ายเอง)
การเข้ารับการอบรมในครั้งนี้ได้รับความรู้ทั้งในเรื่องการจัดทำหลักสูตร การเขียนคำอธิบายรายวิชา การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ การจัดทำแบบประเมินคุณภาพผู้เรียนและยังไดความรูเรื่องของการปฏิบัติธรรมโดยมีพระอาจารย์มาให้ความรูหลายท่าน
พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ จากวัดบางปลากด(เคยวัดไทยในชิคาโก) ท่านถามว่าบุคคลที่สำคัญที่สุดคือใคร เราก็ตอบว่าพ่อ-แม่ เฉลย บุคคลที่อยู่ตรงหน้าเรา เวลาที่สำคัญที่สุดคือเวลาใด เฉลย เวลาปัจจุบัน ระหว่างเหตุผลกับอารมณ์จะต้องใช้เหตุผลแต่ถ้าไม่ได้ผลต้องใช้สติปัญญา ซึ่งปัญญามี 3 ระดับ สุตมยปัญญา (การฟัง) จินตมยปัญญา(การคิด) ภาวนามยปัญญา(ปัญญาปฏิบัติ) คนโกรธแล้วด่าเป็นโรคหัวใจ คนโกรธแล้วเก็บเป็นโรคมะเร็ง ต้องไม่โกรธ ให้อภัย มีสติ
การสังเกตคนชั่วโดยใช้หลักของพระพุทธเจ้า
1.คนชั่วแม้เราไม่ถามเขาจะพูดถึงความชั่วของผู้อื่น
2.คนชั่วแม้เราถามเขาก็ไม่พูดถึงความดีผู้อื่น
3.คนชั่วแม้เราไม่ถามเขาก็จะพูดเขาก็จะพูดถึงแต่ความดีของตน
4.คนชั่วแม้เราถามเขาก็จะไม่พูดถึงความดีของคนอื่น
ชีวิตนี้พัฒนาได้ถ้าให้โอกาส ในหมู่มนุษย์ผู้ฝึกตนดีแล้วเป็นผู้ประเสริฐที่สุด พุทโธโลยีต้องนำมาใช้คู่กับเทคโนโลยี พัฒนาร่างกาย สุขภาพดี พัฒนามันสมอง อ่านหนังสือดีๆ พัฒนาจิตใจ จิตที่ฝึกดีแล้วนำสุขมาให้ ต้องฝึกจิตให้สงบ การศึกษาศาสนาคือการศึกษาตนเอง เรียนรู้ เข้าใจ ฝึกควบคุมตนเองให้มาก ต้องมีปัญญากับเมตตาเคียงข้างกัน
วันนี้ขอฝากไว้เพียงเท่านี้ก่อน คราวต่อไปจะนำเสนอความรู้จากพระอาจารย์ท่านอื่นบ้าง (โปรดติดตามตอนต่อไป)